ท้าลั่นถอดเสื้อน้ำตาคลอ สอบรีด7ชม.-จ่อแจ้งเพิ่ม
“สันธนะ” ร่ำไห้มอบตัวตำรวจต่อ หน้าสื่อ ประกาศเอาชีวิตพ่อแม่และตัวเองเป็นเดิมพัน ลั่นสิ่งที่ทำไม่ใช่ สิ่งผิด ปัดเซ็นชื่อในบันทึกจับกุมเพราะ เจตนาขอมอบตัวปฏิเสธข้อหากรรโชกทรัพย์ทั้ง 8 หมาย ด้าน 3 บิ๊กตำรวจ “รุ่งโรจน์-วิระชัย-สุรเชษฐ์” รุดสอบปากคำหลังถูกคุมตัวถึง สน.ดอนเมือง โดยประธานหัวหน้าสอบสวนคดีตลาดใหม่ดอนเมืองยันไม่มีกลั่นแกล้ง เป็นการจับกุมตามหมายจับ จ่อขอหมายจับอีก 19 หมาย อยู่ระหว่างรอผลสอบผู้เสียหาย 19 คน โดยจะคุมตัวฝากขังศาลอาญา เช้า 13 พ.ค. ขณะที่อดีตตำรวจคนดังถูกสอบเครียด 7 ชั่วโมง ก่อนโดนคุมเข้าห้องขังนอนคุกโรงพัก เผยบางอารมณ์เกาะลูกกรงหัวเราะกับนักข่าว บางขณะเผลอ ตาแดงน้ำตาซึม
ภายหลังศาลอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล ประธานที่ปรึกษา บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด ในข้อหากรรโชกทรัพย์ 8 หมายจับ โดยก่อนหน้าถูกออกหมายจับในข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท.นำกำลังตำรวจอรินทราช 26 บุกค้นห้องพัก พ.ต.ท.สันธนะในอาคารชุดแห่งหนึ่ง ซอยพหลโยธิน 8 หวังจับกุม แต่ไม่พบตัว ขณะที่ พ.ต.ท.สันธนะ เผยผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ไม่หลบหนี ตอนนี้อยู่บ้านบิดาย่านเลียบด่วนรามอินทรา และจะขอมอบตัวในวันที่ 12 พ.ค. หลังจากนั้น มีตำรวจสายตรวจ สน.โชคชัย รวมทั้งตำรวจนอกเครื่องแบบอีกประมาณ 10 นาย ไปสังเกตการณ์อยู่หน้าบ้านเลขที่ 219 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ใกล้คริสตัล มาร์เก็ต แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม.บ้านพักบิดา พ.ต.ท.สันธนะ ตั้งแต่เวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 11 พ.ค.โดยมีสื่อมวลชนหลายสำนักมาปักหลักสังเกตการณ์อยู่หน้าบ้านเช่นกัน
กระทั่งเวลา 05.50 น. วันที่ 12 พ.ค. มีทนายความ พ.ต.ท.สันธนะเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวประมาณ 10 นาที พ.ต.ท.สันธนะได้เปิดบ้านเรียกสื่อมวลชนเข้าไปก่อนเปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอหน่วยว่า ก่อนมอบตัววันนี้ นอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เพราะต้องปกป้องคนที่บ้าน มีคนบอกว่าตนเหมือนจำอวด แต่ที่ตนทำลงไป เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม และได้ทำลายเอกสารโคตรโกง ที่อาจพาดพิงถึงบุคคลอื่นที่ส่อแววทุจริตไปแล้ว ขอต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ตนไม่ใช่คนดี แต่ไม่ใช่คนเลวระยำ ผิดจากคนอื่นที่ทำตัวเป็นคนดี ไม่เคยคาดหวังในกระบวนการเบื้องต้น ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไปแล้ว แต่มีอยู่องค์กรเดียวที่ไม่เปลี่ยน ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของศาล
หลังจากนั้น พ.ต.ท.สันธนะ พนมมือเหนือหัวกล่าวพร้อมน้ำตาว่า “ผมขอสาบานด้วยชีวิตของพ่อแม่และตนเอง ว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่สิ่งที่ผิด ส่วนน้ำตาที่ไหล เป็นน้ำตาที่เกิดจากความห่วงใย พ่อแม่ ครอบครัว และสังคม ที่ต่อจากนี้ผมอาจไม่ได้ดูแล”
จากนั้น พ.ต.ท.สันธนะ ได้ถอดเสื้อยืดคอกลม สีกรมท่า แขนสั้น ที่สวมอยู่ออก เหลือเพียงกางเกงยีนส์ขายาว สีดำ และรองเท้าหนังหุ้มส้นสีดำ เดินออกมายืนที่ประตูรั้วหน้าบ้านกับทนายความ พร้อมยกแขน 2 ข้าง ชูเหนือศีรษะ ตะโกนด้วยน้ำเสียงดังและสั่นเครือว่า “ผมไม่มีอาวุธ ไม่มีอะไรที่จะป้องกันตัวเอง เพื่อจะต่อสู้ขัดขวางกับอำนาจรัฐ และองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกคนจำเอาไว้ สำนึกเอาไว้ด้วย กับสิ่งที่คุณจะทำกับครอบครัวของผม และตัวผม สังคมช่วยดูแล ตรวจสอบ และขอให้พวกคุณ ที่ยังต้องอยู่ในสังคมนี้ต่อไป ขอให้รักษาเนื้อรักษาตัวและดูบรรดาตำรวจ ในองค์กรนี้ต่อไป ขอบพระคุณทุกท่าน”
ขณะที่ พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ บุญเต็ม สวป. สน.โชคชัย เข้าแสดงหมายจับ ศาลอาญา เลขที่ 1021/2561 ลงวันที่ 11 พ.ค. ข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยมีทนาย พ.ต.ท.สันธนะ เข้าตรวจสอบหมายจับ ระหว่างนั้น พ.ต.ท.สันธนะ เปล่งเสียงตะโกนอีกครั้ง “ไม่ละอายใจก็ไม่เป็นไร” และกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนว่า “ชาติหน้ามีจริง ขอให้ได้พบกันอีก ขอบพระคุณครับ” ก่อนเดินกำมือชูขึ้นรถตู้ของตำรวจ สน.โชคชัย ไปกับทนายความเดินทางไปที่ สน.โชคชัย
หลังจากเดินทางมาถึง พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย ได้เข้าแจ้งข้อหาและสิทธิให้รับทราบ โดยตำรวจแจ้งว่าเป็นการจับกุมตามหมายจับ แต่ พ.ต.ท.สันธนะ แย้งว่าเป็นการมอบตัว เกิดการโต้เถียงอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่ พ.ต.ท.สันธนะ จะอ่อนลง เข้าไปให้ปากคำในห้องสอบสวน
การสอบปากคำนานประมาณ 1 ชั่วโมง พ.ต.ท.สันธนะ เดินออกมาจากห้องไปเข้าห้องน้ำ ทักทายผู้สื่อข่าวพร้อมกล่าวว่า รอมาเป็นชั่วโมง ที่ต้องรอ เนื่องจากนำหมายจับข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์มาจับ บอกว่าเป็นการเชิญตัวจากหน้าบ้านคุณพ่อ แต่เมื่อมาถึงโรงพักกลับทำบันทึกจับกุม ทั้งที่ตนแสดงเจตนาตั้งแต่เมื่อคืน ไม่หลบหนีไปไหน ขอมอบตัว แต่กลับกลายเป็นถูกจับ ต้องใช้สิทธิของตนในการต่อรอง ขอให้นำหมายจับทั้งหมดมาแสดง เพราะไม่ยื่นประกันอยู่แล้วที่ สน.ดอนเมือง จะขอไปประกันตัวในชั้นศาล
“ในหมายจับค่อนข้างผิดปกติ ไม่ระบุว่าผู้เสียหายคือใคร คดีกรรโชกทรัพย์แตกต่างจากคดีทั่วไป จะต้องมีผู้เสียหาย ผมอยากรู้ว่าผู้เสียหายเป็นใคร วันเวลาเกิดเหตุระบุต้นเดือน เม.ย. 2559-25 เม.ย.2561 ต่อเนื่องกัน แสดงว่าช่วงเวลาดังกล่าวผมไปเรียกไถเขา คุณระวังให้ดี ในช่วง 2 ปีที่คุณระบุ ต้องมีวันเวลาเกิดเหตุ เดี๋ยวจะตกม้าตาย ช่วงเวลา 2 ปี ผมบินเข้า-ออกไปต่างประเทศเมื่อไหร่ แล้วคุณไปให้การว่าผมไปไถคุณ วันที่นั้น เดือนนั้น เดือนนี้ แล้วบังเอิญผมไปอยู่ที่ต่างประเทศ เตือนไว้ให้รีบไปแก้ไข เดี๋ยวจะโดนฟ้องกลับทั้งหมด” พ.ต.ท.สันธนะกล่าว
พ.ต.ท.สันธนะกล่าวต่อว่า จะไม่เซ็นชื่อ หากลงบันทึกว่าเป็นการจับกุม ไม่ใช่การมอบตัว ให้บันทึกหมายเหตุไป เพราะผมจะไม่เซ็น เรื่องนี้ทุกท่านทราบว่าไม่ใช่ความประสงค์ของตนเพียงคนเดียว มาเล่นเกมแบบนี้ ก็ต้องเข้าใจว่าเจตนาหรือจุดประสงค์คืออะไร ส่วนเรื่องหลักทรัพย์ เตรียมพร้อมอยู่แล้ว เพราะไม่ต้องการจะหลบหนี และไม่ทราบว่าจะหลบหนีใคร เพราะผมไม่ผิด
...
จากนั้นเวลา 10.00 น. ตำรวจควบคุมตัว พ.ต.ท. สันธนะที่เดินออกมาโดยชูบันทึกจับกุมที่ไม่ได้ลงชื่อ ขึ้นรถตู้เดินทางไปที่ สน.ดอนเมือง โดยมี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.หัวหน้าพนักงานสอบสวน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เดินทางมารอสอบปากคำร่วมกับคณะพนักงานสอบสวน
กระทั่งเวลา 11.30 น. พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. หัวหน้าผู้รับผิดชอบคดีนี้ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้จับกุม พ.ต.ท.สันธนะตามหมายจับของศาล จากนั้นเข้าสู่กระบวนการสอบสวนปากคำ บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ขั้นตอนต่อไปคือการแจ้งข้อกล่าวหาสอบสวนปากคำให้เรียบร้อย คาดว่าจะนำตัวฝากขังได้ในวันพรุ่งนี้ 13 พ.ค. ยืนยันเป็นการจับกุมตามหมายจับ ส่วนการที่ พ.ต.ท.สันธนะ ได้แจ้งก่อนว่าอยู่ที่ไหน อย่างไร จะเป็นข้อโต้แย้งได้หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงจะปรากฏอยู่ในสำนวนการสอบสวนว่าพฤติการณ์ในการได้ตัวมาเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องการให้ประกันตัว จะต้องดูผู้ต้องหาว่าจะยื่นประกันตัวหรือไม่ หากยื่นประกันจะต้องดูหลักทรัพย์ ข้อเท็จจริงของคดี และสภาพแวดล้อมต่างๆ ทุกอย่างจะต้องพิจารณาไปตามข้อกฎหมายของการปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือ อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุม ยังไม่มีการติดต่อประสานขอเข้ามอบตัว
รอง ผบ.ตร.กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณี พ.ต.ท.สันธนะมองว่าการถูกออกหมายจับต่างๆ เป็นการ กลั่นแกล้ง ไม่มีหรอก ไม่มีใครที่จะสามารถกลั่นแกล้งใครได้ ทุกอย่างว่าไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพราะทุกเรื่องจะต้องนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากพนักงานสอบสวนทำงานเสร็จสิ้น ต้องส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาว่าจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ ถ้ามีคำสั่งฟ้องทุกอย่างก็จะต้องขึ้นสู่กระบวนการของศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำอะไรที่ไม่เป็นไปตามกรอบกฎหมายเป็นไปไม่ได้ ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.สันธนะไม่ยอมเซ็นชื่อลงในบันทึกจับกุมนั้น หากไม่ยินยอมเซ็น จะต้องทำบันทึกไว้ กฎหมายกำหนดวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว จะเซ็นหรือไม่เซ็น ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีผลต่อคดี ยืนยันว่าตำรวจไม่สามารถทำอะไรนอกกฎหมายได้
...
ด้านนายธีรวัฒน์ เทียบที ทนายความ พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า ในชั้นสอบสวนมองว่าเหมือนกลั่นแกล้งกัน คือคดีเดียวกัน ข้อหาเดียวกัน สามารถรวมออกหมายจับเป็นคดีเดียวได้ แต่นี่ออกทีละหมาย ทีละหมาย โดยเมื่อเช้าที่ไปแจ้งหน้าบ้าน เป็นแค่หมายจับเพียงหมายเดียว เพื่ออะไร เพื่อที่คุณจะออกหมายจากตรงนั้นเสร็จ มาจับคดีที่สอง คดีที่สาม เบื้องต้นพบว่า พ.ต.ท.สันธนะถูกออกหมายจับในข้อหากรรโชกทรัพย์ ทั้งหมด 8 หมาย ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ในหมายจับก็ไม่มีรายชื่อผู้กล่าวหา หมายจับนี้ได้มาอย่างถูกต้อง แต่จะผิดพลาดประการใดไม่ทราบ แต่จะร้องคัดค้านออกหมายจับ เผื่อเจ้าหน้าที่ไปออกหมายเพิ่ม โดยหมายควรจะออกมาครั้งเดียวจบ ไม่ควรไปขออะไรซ้ำซ้อน จับไปจับมา อย่างไรก็ตามก็จะยื่นขอประกันตัวอย่างแน่นอน ส่วนหลักทรัพย์เท่าไหร่นั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้
นายธีรวัฒน์กล่าวอีกว่า เมื่อวานนี้ลูกความเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด จากนั้นได้โทรศัพท์รายงานตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังรู้ว่าถูกออกหมายจับเพื่อติดต่อขอมอบตัว ลูกความแสดงตัวอยู่แล้วว่าจะขอมอบตัว ถอดเสื้อชูมือออกมา แต่เจ้าหน้าที่กลับพิมพ์บันทึกเป็นการจับกุม มันไม่ถูกต้อง จึงยังไม่เซ็นบันทึกจับกุม เนื่องจากมีการติดต่อขอมอบตัวก่อนหน้านี้ ส่วนเรื่องพิจารณาฟ้องกลับต้องดูเป็นกรณีไป ยังไม่ลง ละเอียดว่าเป็นใคร แต่ก็มีอย่างแน่นอน
ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดควบคุมการสอบสวนคดีตลาดใหม่ดอนเมือง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ร่วมกันแถลงข่าวโดย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์กล่าวว่า รายละเอียดในการสืบสวนสอบสวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ยืนยันว่าได้สอบปากคำพ่อค้าและรวบรวมหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท. สันธนะในข้อหากรรโชกทรัพย์รวม 8 หมาย เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ได้รวบรวมข้อมูลในช่วงเวลา 2 ปี ส่วนกรณีที่ทนายความ พ.ต.ท.สันธนะ ตั้งข้อสังเกต หมายจับที่ได้มาแบบถูกต้อง อาจมีข้อผิดพลาดนั้น กรณีหมายจับ มีทั้งกรณีที่มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี หรือไม่มีผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ แต่จากการสอบสวน พบการกระทำผิดอาญา แม้ไม่ได้เป็นผู้เสียหายแต่มากล่าวหากับพนักงานสอบสวนว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น ตำรวจสามารถสอบสวนหาพยานหลักฐานดำเนินคดีได้
...
เมื่อถามว่าจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐานอั้งยี่ซ่องโจรหรือไม่ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ระบุว่า ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน หากเข้าข่ายจะต้องดำเนินคดีทั้งหมด อยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนขยายผลเพิ่มว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นอีกหรือไม่ ส่วนกรณีพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าให้ปากคำถูกกลุ่มอิทธิพลข่มขู่นั้น ได้รับรายงานว่า หลังจากที่พ่อค้าแม่ค้าเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ได้มีบุคคลเข้ามาพูดคุยสอบถาม ทำให้พยานกลัว ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูแลแล้ว อยู่ระหว่างสืบสวนว่าเป็นใคร และในวันนี้ที่สโมสรตำรวจ จะสอบปากคำพ่อค้าแม่ค้าเพิ่มอีก 19 ราย ที่ระบุว่าจ่ายเงินค่าคุ้มครอง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจ่ายส่วนตัวหรือจ่ายส่วนกลางให้กับทางตลาด หากพบความผิดจะขอศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มอีก 19 หมาย ส่วนการประกันตัว หาก พ.ต.ท.สันธนะจะขอยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนก็สามารถทำได้ แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ ในข้อหาดังกล่าวหากจะยื่นขอประกันตัว 1 คดีต้องใช้หลักทรัพย์ประมาณ 100,000 บาท แต่ถ้าไม่ยื่นประกันตัว พนักงานสอบสวนก็จะคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะ ไปขออำนาจศาลฝากขังวันพรุ่งนี้
กระทั่งเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัว พ.ต.ท.สันธนะไปพิมพ์ลายนิ้วมือ แล้วนำตัวเข้าห้องควบคุม สน.ดอนเมือง ก่อนที่จะนำตัวไปขึ้นศาลอาญารัชดา ในเช้าวันที่ 13 พ.ค. โดย พ.ต.ท.สันธนะมีสีหน้าที่เหนื่อยล้า บวกกับสีหน้าที่ตึงเครียดเล็กน้อย ระหว่างที่เดินเข้าห้องขังได้พูดกับผู้สื่อข่าวว่า “ไม่เป็นไรนะครับ พรุ่งนี้จะไปขึ้นศาลตอน 09.00 น. ไม่หนักใจเลย สบายๆผมโดนกลั่นแกล้ง” เมื่อถามว่า จะทำยังไงต่อไป พ.ต.ท.สันธนะตอบพร้อมกับชูกำปั้นขึ้นทั้ง 2 ข้างก่อนเดินเข้าห้องควบคุม
อย่างไรก็ตาม ขณะที่อยู่ในห้องควบคุม พ.ต.ท.สันธนะได้หยอกล้อกับช่างภาพ จะให้ถ่ายภาพท่าไหน แต่ในบางขณะ พ.ต.ท.สันธนะ มีอาการซึมๆตาแดงๆให้เห็น โดยตลอดทั้งวัน ไม่มีญาติมาขอเข้าเยี่ยม นอกจากลูกน้องคนขับรถ 2-3 คนที่รออยู่ในลานจอดรถของ สน.
ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามจับกุมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลีนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายว่า ก่อน หน้านี้ได้นำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนไปชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลีนหรือไม่ ล่าสุดสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ทราบผลของผู้เสียชีวิต 1 ราย ท้องที่ สภ.กาญจนบุรี เสียชีวิตด้วยโรคแทรกซ้อน เนื่องจากสารไซบูทรามีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลีน ส่วนอีก 2 รายอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเสียชีวิตเนื่องจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลีนหรือไม่ ทั้งนี้ ภายหลังจากผลดังกล่าวออกมา ได้สั่งการให้ชุดสอบสวน สภ.กาญจนบุรี แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมด ทั้งนี้ หากรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆได้เรียบร้อย จะออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดมาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม
ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และ นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำกำลังไปที่โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ลีน (Lyn) ที่บริษัท ฟูด ซายน์ ซัพพลาย เซอร์วิส จำกัด เลขที่ 99/29 ซอยวัดสิงห์ หมู่ 2 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เพื่อนำคำสั่ง อย.ไปปิดที่โรงงาน หลังมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตผลิตอาหารของบริษัท เป็นเวลา 120 วัน และงดผลิตอาหารทุกรายการเพื่อจำหน่าย แต่เมื่อไปถึงไม่มีคนงานหรือคนดูแลแม้แต่คนเดียว มีการย้ายสิ่งของออกไปเกือบหมด เหลือเพียงเครื่องอัดแคปซูล และส่วนผสมชนิดต่างๆ นพ.สุรโชคกล่าวว่า วันนี้มีคำสั่งปิดโรงงานผลิตลีนเป็นเวลา 120 วัน และสั่งเพิกถอนเลข อย. เพราะถือเป็นการผลิตอาหารปลอม มีทั้งโทษปรับ และโทษทางอาญา