ข่าว
100 year

ตาย1เจ็บสาหัสอีก3 พี่น้องร่วงตึกชั้น4

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 พ.ค. 2561 05:17 น.
SHARE

ลูกครึ่งไทย-สวิตฯ ให้อยู่กันเองลำพัง แม่ทำงานกลับเช้า

สลด 4 พี่น้องลูกครึ่งไทย-สวิตฯ อายุระหว่าง 5-11 ขวบ พลัดตกจากระเบียงหอพักชั้น 4 ดับ 1 สาหัส 3 ตาเด็กเผย ลูกสาวต้องเลี้ยงลูกที่เกิดกับสามีชาวสวิตฯเพียงลำพัง ทำงานกลางคืนถึงเช้า ก่อนเกิดเหตุยายเด็กเข้าไปดูแลจนเห็นว่าเข้านอนหมดแล้วจึงปิดห้องกลับไปพักผ่อนที่ห้องใกล้ๆกัน ช่วงกลางดึกได้ยินเสียงไซเรนลงมาดูที่ชั้นล่างถึงกับเข่าอ่อน เพราะหลานตัวเองตกลงมานอนเกลื่อนถนนหน้าหอพัก หนุ่มสวิตฯพ่อเด็กอาจารย์สอนภาษาในไทยรู้ข่าวถึงกับร้องไห้โฮ รีบมาให้การที่โรงพัก โวยแม่กีดกันไม่ให้พบลูก อยู่ระหว่างฟ้องร้องเรื่องสิทธิดูแลลูก

เหตุ 4 พี่น้องลูกครึ่งตกจากที่สูง ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 1 พ.ค. ร.ต.ท.รัชชานนท์ เพ็งเหมือน รอง สว.(สอบสวน) สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุเด็กพลัดตกจากที่สูงได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายรายภายในหอพักเกศรี อาคารซี ซอยรามคำแหง 34 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. ไปตรวจสอบพร้อมอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุอยู่สุดซอยเป็นอาคารสูง 5 ชั้นเปิดเป็นห้องเช่ารายเดือน บนพื้นถนนปูนหน้าอาคารพบเด็กชายและหญิงรวม 4 คนได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นตายเท่ากัน ประกอบด้วย ด.ช.ลูกา ฟรองชัว โบเรล อายุ 11 ขวบ ด.ญ.ดีมา พาเมลา โบเรล อายุ 10 ขวบ ด.ญ.ชนิดา เดล โบเรล อายุ 7 ขวบ และ ด.ช.คนัธชา ริคกี โบเรล อายุ 5 ขวบ ทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน อาสาสมัครและรถกู้ภัยรีบดำเนินการช่วยเหลือส่ง รพ.รามคำแหง และ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ นอกจากนี้ ยังพบเศษจาน ชาม และกะละมังกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ผ้าใบกันสาดพังเสียหาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปตรวจสอบห้องเกิดเหตุเลขที่ 404/636 ชั้น 4 อาคารซี โดยมีนายอี๊ด ประกายแก้ว ตาของเด็กทั้งหมดที่พักอยู่หอพักเดียวกันแต่คนละห้องมาเปิดประตูให้ พบว่าภายในห้องไม่มีใครอยู่ ตรวจสอบบริเวณระเบียงหลังห้องพบว่านำแผ่นไม้ต่อยื่นออกไปจากระเบียงประมาณ 2 ฟุต เพื่อใช้เป็นที่วางถ้วยชามหลังล้างทำความสะอาดแล้ว ลักษณะไม้ลาดเอียงไปด้านล่าง เนื่องจากนอตยึดระหว่างแผ่นไม้กับระเบียงหลุดออก คาดว่าก่อนเกิดเหตุเด็กทั้ง 4 คนขึ้นไปนั่งบริเวณดังกล่าว ก่อนที่แผ่นไม้จะรับน้ำหนักไม่ไหวทำให้ทั้ง 4 คนพลัดตกลงมาที่พื้นเบื้องล่าง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) มาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง

สอบสวนนายอี๊ด ประกายแก้ว อายุ 68 ปีตาของเด็กทั้ง 4 คนเผยว่า เด็กทั้งหมดเป็นลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ ที่เกิดจากลูกสาวตนและสามีชาวสวิตฯ แต่เลิกรากันมานานกว่า 4 ปีแล้ว ลูกสาวรับเลี้ยงลูกทั้ง 4 คนเพียงคนเดียวที่ห้องเช่าเกิดเหตุ มีตนและภรรยาที่เช่าอาศัยอยู่ที่เดียวกันช่วยดูแลขณะที่แม่เด็กต้องไปทำงานช่วงกลางคืนจนถึงเช้า เพราะต้องหาเลี้ยงดูลูกทั้ง 4 คนเพียงลำพัง ก่อนเกิดเหตุหลังแม่เด็กออกไปทำงาน ยายที่มาอยู่เป็นเพื่อนในห้องเห็นว่าเด็กๆเข้านอนกันหมดแล้ว จึงกลับห้องโดยล็อกประตูจากด้านนอกไว้ รอให้แม่เด็กกลับมาช่วงเช้า ช่วงเวลาประมาณ 01.30 น.ตนเห็นรถมูลนิธิฯวิ่งเข้ามาในซอย จึงวิ่งตามไปดูกลับเห็นภาพน่าตระหนก หลานทั้ง 4 คนตกลงมานอนได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่พื้นชั้นล่างถึงกับเข่าอ่อนใจสลาย

สอบถามชาวบ้านที่พักอาศัยที่หอพักดังกล่าวเผยว่า เด็กทั้ง 4 คนเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ช่วยเหลือทำงานบ้านแบ่งเบาภาระแม่ ระหว่างที่แม่ออกไปทำงานจะช่วยดูแลกันเอง 4 พี่น้อง เพราะฐานะครอบครัวค่อนข้างลำบาก อดมื้อกินมื้อ หลังจากเกิดเหตุดังกล่าวรู้สึกสงสารและตกใจมาก อยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล ดูแลเด็กทั้ง 4 คนและครอบครัวที่ต้องเจอเรื่องสลดแบบนี้ซ้ำเติมชีวิต

ผู้สื่อข่าวตามไปตรวจสอบอาการบาดเจ็บของเด็กทั้ง 4 คนตามโรงพยาบาลต่างๆ ปรากฏว่า ด.ช.คนัธชา ริคกี โบเรล น้องคนสุดท้องวัย 5 ขวบได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงเกินเยียวยา เสียชีวิตที่ รพ.รามคำแหง เจ้าหน้าที่นำศพส่งสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป ส่วน ด.ช.ลูก้า ฟรองชัว โบเรล พี่คนโตอายุ 11 ขวบ และ ด.ญ.ชนิดา เดล โบเรล อายุ 7 ขวบ ที่รักษาตัวที่ รพ.รามคำแหงเช่นกัน อาการยังสาหัสไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องไอซียู ขณะที่ ด.ญ.ดีมา พาเมลา โบเรล อายุ 10 ขวบ รักษาตัวอยู่ที่ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้รับบาดเจ็บขาหักแต่อาการปลอดภัยแล้ว

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ สน.หัวหมาก พ.ต.ท. นพพร ศรีสุชาติ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.หัวหมาก เผยว่า อาการของเด็กทั้ง 3 คน ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ ด.ช.ลูก้า ฟรองชัว โบเรล อายุ 11 ขวบอาการยังสาหัสรักษาตัวอยู่ที่ รพ.รามคำแหง ด.ญ.ดีมา พาเมลา โบเรล อายุ 10 ขวบ ได้รับบาดเจ็บขาหัก ย้ายจาก รพ.สมิติเวช ไป รพ.แพทย์ปัญญา และ ด.ญ.ชนิดา เดล โบเรล อายุ 7 ขวบ แพทย์ตรวจสอบพบว่า สมองบวม โอกาสรอดน้อยมาก ขณะนี้ยังอยู่ที่ รพ.รามคำแหง ส่วน ด.ช.คนัธชา ริคกี้ โบเรล อายุ 5 ขวบ นำตัวส่ง รพ.รามคำแหง เสียชีวิตตั้งแต่กลางดึกแล้ว และได้ย้ายศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใคร เบื้องต้นวันนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางกะปิ พร้อมเจ้าหน้าที่ พฐ.ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบห้องที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพบว่า ที่ระเบียงห้องด้านหลังใช้เป็นครัวและที่ตากเสื้อผ้า จุดเกิดเหตุเป็นชั้นไม้ต่อด้วยเหล็กฉากยาวประมาณ 1.50 เมตร ลักษณะเป็นโครงเหล็กวางทับด้วยไม้อัด ทำไว้สำหรับวางสิ่งของถ้วยจานเวลาทำความสะอาด โดยรอบยังกางตาข่ายไว้สำหรับกันสิ่งของตกลงไปด้านล่าง จุดที่เป็นเหล็กฉากค้ำใช้นอตยึดติดพบว่า นอตเกิดคลายตัวทำให้แผ่นไม้เอนตัวไปด้านหน้าเป็นเหตุทำให้เด็กทั้ง 4 คนตกลงมา

ส่วน น.ส.รัตติกาล ประกายแก้ว อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/1221 ซอยรามคำแหง 190/2 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. มารดาของเด็ก ขณะเกิดเหตุไม่ได้อยู่ที่ห้องที่เกิดเหตุ เนื่องจากไปทำงานในเวลากลางคืน และจะกลับห้องในช่วงเช้า ยังไม่ได้สอบปากคำเนื่องจากอยู่ในอาการเศร้าโศก ขอไปดำเนินการรับศพ ด.ช.คนัธชา ริกกี้ โบเรล วัย 5 ขวบที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลก่อน ส่วนพ่อเด็กชื่อนายมาร์เชล เลออง โบเรล สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ เลิกรากับ น.ส.รัตติกาล ไปแล้ว ขณะนี้เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษอยู่ย่านหนองจอก นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายยังอยู่ระหว่างการฟ้องร้องกันเรื่องสิทธิในการดูแลบุตรด้วย

ต่อมา 14.00 น. นายมาร์เซล พ่อเด็กเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก โดยนั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่ในห้องรับแจ้งความ ญาติต้องช่วยกันปลอบใจ นายมาร์เซลเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนว่า หลังจากเลิกรากับ น.ส.รัตนติกาล ได้ยื่นฟ้องต่อศาลเรื่องสิทธิเลี้ยงดูบุตรทั้ง 4 คน เรื่องยังอยู่ในชั้นศาล ตลอดเวลาที่พยายามไปเยี่ยมลูกกลับถูกแม่เด็กกีดกันไม่ให้พบ เจ้าหน้าที่ลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นนายมาร์เยลพร้อมญาติจึงเดินทางกลับบอกว่าจะไปเยี่ยมลูกสาวที่ รพ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เด็กตกตึกอี๊ด ประกายแก้วพี่น้องลูกครึ่งไทย-สวิตฯหัวหมากข่าวหน้า1

คุณอาจสนใจข่าวนี้