ข่าว
100 year

อย.เข้ม-รีวิวสินค้า เครื่องสำอาง-อาหารเสริม เผย ‘ลีน’ ทำคนตายแล้ว4ศพ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 พ.ค. 2561 05:06 น.
SHARE

อย.ลั่น มิ.ย.นี้ ปรับระบบขึ้นทะเบียนเครื่องสำอางใหม่ พร้อมเข้มงวดตรวจโรงงานผลิต ย้ำดาราคนดังรีวิวสินค้าเป็นการโฆษณาเกินจริงบอกไม่รู้ไม่ได้ แนะไม่มั่นใจให้ถาม อย. แฉผลิตภัณฑ์อาหารเสริม “ลีน” พบเป็นลอตเดียวกันกับผู้เสียชีวิตที่ จ.ปทุมธานี ขอประชาชนระมัดระวังห้ามกินเด็ดขาด แพทยสภาเตรียมเรียก “หมอบอนด์” ให้ข้อมูลรีวิวเมจิกสกิน สธ.เตือนเจ้าหน้าที่รีวิวสินค้าอาจผิดวินัยข้าราชการพลเรือน ด้าน “บิ๊กแป๊ะ” ผบ.ตร.รุดแถลงจับอาหารเสริม “ลีน” ยันเป็นผลิตภัณฑ์อันตราย หลัง อย. ตรวจพบสารต้องห้ามที่เป็นอันตราย 2 ชนิด “สารไซบูทรามีนไฮโดรคลอไรด์” มีฤทธิ์กล่อมประสาท กินต่อเนื่องเพียงแค่ 2 สัปดาห์ อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ระบุช่วงเดือนที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต 4 รายแล้ว

กรณีตำรวจดำเนินคดีกับ 8 ผู้ต้องหากระทำผิดในคดีผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานของเครือข่ายเมจิก สกิน และทยอยเรียกศิลปินดารา เน็ตไอดอล รีวิวสินค้าสอบปากคำมีส่วนเกี่ยวข้องกระทำผิดหรือไม่ ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 เม.ย. นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงข่าวความคืบหน้ามาตรการคุมเข้มของ อย.ต่อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารว่า ที่ผ่านมา อย.ตรวจพบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายและส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจและจับผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่ม คือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเมจิกสกิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลีน อ้างสรรพคุณลดน้ำหนัก อย.ไม่เคยนิ่งนอนใจได้มีมาตรการต่างๆโดยเฉพาะกรณีดาราคนดังออกมารีวิวผลิตภัณฑ์เมจิกสกินและบางรายระบุว่าไม่ทราบ เนื่องจากเห็นแค่ตรา อย.คิดว่า ถูกกฎหมาย ต้องบอกว่ากรณีนี้ผู้รีวิวสินค้าจะถือว่าเข้าข่ายโฆษณาชวนเชื่อทันที คนรีวิวต้องตรวจสอบจะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์คงไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ละเว้น การที่บอกว่าเห็นตรา อย. แล้วคิดว่าถูกกฎหมาย จริงๆแล้วไม่ว่าสินค้าใดๆมีความเสี่ยงถูกปลอมได้ แต่ต้องตรวจสอบก่อนจะโฆษณาสินค้า หากไม่เชื่อมั่นควรสอบถามมายัง อย. เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าดังกล่าวรีวิวได้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีดาราคนดังรีวิวสินค้าเกินจริงหรือผิดกฎหมายมีโทษอย่างไร นพ.วันชัยกล่าวว่า เบื้องต้นทั้งผู้ผลิตผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือการโฆษณาเกินจริง ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการข้อมูลเพื่อจัดโทษที่หนักสุด การโฆษณาเกินจริงมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 100,000 บาท และจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี และไม่ใช่แค่กรณีเมจิกสกินเท่านั้นทุกสินค้า หากพบว่ารีวิวแล้วมีผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการใช้สินค้าอันตรายถึงแก่ชีวิต ดาราหรือใครที่รีวิวต้องรับโทษสูงสุดคือจำคุกด้วย

นพ.วันชัยกล่าวอีกว่า ส่วนที่หลายคนกังวลว่า ระบบขึ้นทะเบียนผ่านออนไลน์ หรือที่เรียกว่า e-Submission มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเสนอว่าน่าจะยกเลิกคงยกเลิกไม่ได้ เพราะปัจจุบันทั่วโลกใช้ระบบดิจิทัลกันหมด แต่ต้องปรับปรุงเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากกว่า จากการหารือร่วมกันทั้งสภาอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ข้อสรุปคือในส่วนของเครื่องสำอางจากนี้ไปจะไม่ใช่แค่รับเอกสารยื่นขอขึ้นทะเบียนเท่านั้น แต่จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด และก่อนจะขึ้นทะเบียนจะตรวจสอบไปยังโรงงาน หรือสถานที่ผลิตว่า ผ่านมาตรฐานด้วยหรือไม่ สินค้าเครื่องสำอางถือเป็นผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำในอดีตไม่ต้องตรวจสถานที่ผลิต แต่จากนี้จะออกประกาศเป็นกฎกระทรวงภายใต้ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ ว่า ต้องแจ้งสถานที่ผลิตที่มีการตรวจสอบแล้วด้วย การตรวจนั้นจะเริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นไป คาดว่าใช้เวลา 3 เดือน คือเดือน ก.ย. จะตรวจโรงงานผลิตได้หมด และหลังจากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้รับขึ้นทะเบียน อย. จะตรวจหลังจากนั้นอีก นอกจากนี้ จะมีการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังร่วมกันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ทั้งภาคประชาชน สื่อมวลชน ให้ร่วมเป็นหูเป็นตาในการตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดสามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือเว็บไซต์ของ อย. Oyor.com หรือแอพพลิเคชั่น อย. Oryor Smart Application หรือส่งอีเมลมาที่ 1556@fda.moph.go.th  รวมไปถึงช่องทางไลน์แอพพลิเคชั่น FDAthai หรือมาที่สำนักงานฯได้ด้วยตนเอง และที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

“ไม่อยากให้ทุกคนคิดว่า ต่อจากนี้จะเชื่อ อย.ได้หรือไม่ ขอรับรองว่าเชื่อได้แน่นอน เนื่องจากแบรนด์ อย.ได้รับความเชื่อถือมานาน ประเทศรอบข้างยังเชื่อถือแต่ระยะหลังเศรษฐกิจขยายตัวและมีผู้ประกอบการที่ไม่สุจริตอาศัยตรา อย.ไปหลอกลวง ต้องอาศัยช่องทางนี้ช่วยกัน หากพบแจ้งเข้ามาจะดำเนินการทางกฎหมายทันที และในอนาคตจะร่วมกับสภาอุตสาหกรรมทำให้ตรา อย. ปลอมยากยิ่งขึ้น ทั้งประสานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เกี่ยวกับการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ ช่องทางทั้งหลาย กสทช.จะอำนวยความสะดวกให้ อย. เข้าไปตรวจสอบทุกชิ้น หากไม่เหมาะสมจะระงับทันที” เลขาฯกล่าว

นพ.วันชัยเผยต่ออีกว่า ส่วนเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น มีมาตรการเข้มงวดตรวจอยู่แล้ว เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ต้องรับประทานเข้าไป มีระบบตรวจสอบโรงงานผลิตอยู่แล้ว แต่ที่เป็นข่าวเพราะไปแอบลักลอบผลิต และ อย. ได้รับทราบเบาะแสไปตรวจสอบจนพบและนำเรื่องส่งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ ปัจจุบันสินค้าไม่ได้คุณภาพมี 2 กลุ่ม คือยื่นถูกต้องเอาไปผลิตสินค้าไม่ถูกต้องเพื่อให้ผู้บริโภคเชื่อถือ อีกกลุ่มคือหลบใต้ดินตั้งแต่ต้นคือโรงงานแอบผลิต อย่างไรก็ตาม มองว่าภาครัฐฝ่ายเดียวคงไม่พอ สินค้าเหล่านี้แต่ละปี อย. อนุมัติหลายแสนรายการ เครื่องสำอาง 7 แสนรายการ วางจำหน่ายในตลาดทางโซเชียล ดังนั้น ทุกคนต้องช่วยกันสอดส่อง

ด้าน นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อลีน เดิม อย. เคยออกประกาศไปแล้วเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และได้แจ้งว่ามีลอตไหนบ้างของผลิตภัณฑ์พบสารอันตราย ห้ามใช้ ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ฉลากระบุ ลีนเอฟเอส ทรี Lyn FS-Three ชนิดกล่องละ 10 แคปซูล เลขสารพบอาหาร 13-1-05459-5-0017 พบสารบิซาโคดิล และฉลากระบุ ลีน บล็อก เบิร์น เบรก บิลด์ Lyn Block Burn Brake Build ขนาดบรรจุกล่องละ 10 แคปซูล เลขสารพบอาหาร 13-1-05459-5-0006 ผลตรวจพบไซบูทรามีน ล่าสุดพบชายอายุ 47 ปี เสียชีวิตที่ จ.ปทุมธานี พี่สาวระบุว่าผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว แต่ที่ผ่านมาได้กินยาลดความอ้วนมา 2 เดือน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นลอตเดียวกันกับที่เคยประกาศไว้ แต่ผลตรวจต้องรอการพิสูจน์ยืนยันอีกครั้ง พยายามแจ้งเครือข่ายเก็บออกให้หมด ขณะนี้ขอให้ประชาชนระวัง และอย่าไปรับประทาน

นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ กรรมการแพทยสภา กล่าวถึงกรณี นพ.ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษณ์ หรือ หมอบอนด์ รีวิวผลิตภัณฑ์เมจิกสกินว่า เป็นการใช้วิชาชีพไปขายของหาประโยชน์ เนื่องจากใช้คำว่า นายแพทย์เป็นหมอไปรับรองผลิตภัณฑ์สุขภาพ หากเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่างรถอะไรก็ตามยังไม่ค่อยเกี่ยว แต่กรณีเมจิกสกินหรือสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวกับความงาม หรืออ้างลดน้ำหนัก หรือฟอกผิวขาว ทำไม่ได้ถือว่าผิด พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 และข้อบังคับแพทยสภาข้อที่ 44 ระบุว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใด ถ้าต้องการแสดงตนเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพใดๆ ต่อสาธารณชนจะต้องไม่ใช้คำว่านายแพทย์ แพทย์หญิง หรือคำอื่นใดหรือกระทำการไม่ว่าโดยวิธีใดๆให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความ ภาพ เครื่องหมาย หรือกระทำอย่างใดๆ ให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นแพทย์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

“สำหรับโทษต้องบอกว่ามี 4 ระดับ คือว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ และเพิกถอน ส่วนใหญ่จะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่รู้กฎหมายจะว่ากล่าวตักเตือน แต่หากสอบสวนแล้วพบว่า มีส่วนรู้เห็นและรู้เรื่องจะเป็นอีกระดับหนึ่ง แต่สำหรับกรณีหมอบอนด์ต้องสอบสวนก่อน จะประชุมกรรมการแพทยสภากลางเดือน พ.ค.นี้ และจะแต่งตั้งอนุกรรมการ สอบสวนจริยธรรมเรื่องนี้โดยเฉพาะ เคสนี้ไม่น่าใช้เวลานาน เพียงแต่ต้องเชิญคุณหมอเข้ามาชี้แจงด้วย” นพ.สัมพันธ์กล่าว

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเครื่องสำอางทางเว็บไซต์ใช้บุคคลที่มีชื่อเสียง บุคคลที่น่าเชื่อถือ หรือเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เข้าไปเกี่ยวข้อง ตามกฎระเบียบข้าราชการพลเรือนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถโฆษณาหรือเป็นแบบการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพหรือการบริการได้ โดยเฉพาะการใส่เครื่องแบบหรือชุดที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ สธ.ขอให้ระมัดระวังการให้ข้อมูลหรือรีวิวสินค้าในรูปแบบโฆษณาแฝงทางเว็บไซต์ออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ การใช้ตำแหน่งหน้าที่โฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอาจผิดวินัยข้าราชการพลเรือน กรณีอาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบตามมาตรา 83 (3) และอาจเป็นความผิดทางวินัย กรณีข้าราชการกระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์ซึ่งอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน ทำให้ประชาชนไม่ศรัทธาและไม่ให้ความร่วมมือกับทางราชการตามมาตรา 83 (5) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 จะต้องให้กลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรมพิจารณาเป็นกรณีไป

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ค่ำวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผบก.ปคบ. แถลงผลการตรวจยึดผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารเสริมยี่ห้อลีน มูลค่ากว่า 24 ล้านบาท พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เป็นผลิตภัณฑ์อันตราย ภายหลัง อย.ตรวจพบสารต้องห้ามที่เป็นอันตราย 2 ชนิด คือ สารไซบูทรามีน ไฮโดรคลอไรด์ มีฤทธิ์กล่อมประสาทส่วนกลางทำให้รู้สึกไม่อยากอาหาร ส่งผลข้างเคียงกับผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ตรวจพบในอาหารเสริมยี่ห้อลีน รุ่นบล็อคเบิร์น (กล่องสีขาว) ในส่วนของสารไบซา-โคดิลมีฤทธิ์เป็นยาระบายอยู่ในอาหารเสริมยี่ห้อลีน รุ่นเอสเอส-ทรี (กล่องสีดำ) ทั้งนี้สารต้องห้ามทั้ง 2 ตัว อย.ได้สั่งยกเลิกการผลิตไปแล้ว แต่ยังลักลอบนำเข้ามาผสมกับอาหารเสริมต่างๆ อย่างไรก็ตามหากรับประทานต่อเนื่องเพียงแค่ 2 สัปดาห์ อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ อีกทั้งในช่วงเดือนที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต 4 ราย หลังทราบว่ารับประทานอาหารดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ที่แน่ชัด

พล.ต.อ.วิระชัยเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. นำหมายค้นของศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ ค.46/2561 เข้าตรวจค้นบริษัท Food Science Supply Service จำกัด เลขที่ 99/29 หมู่ 2 ต.สามโคก จ.ปทุมธานี มีกรรมการบริษัทคือ น.ส.นีรนุช นันทะพล อายุ 28 ปี นายณัฐวัฒน์ วโรดมย์กร อายุ 46 ปี บริษัทเปิดเป็นโรงงานบรรจุผลิตภัณฑ์ของสินค้าลีน ตรวจค้นพบแคปซูลสีเขียวอ่อน ฉลากระบุ Detox Lyn ในแผงบรรจุ 10 แคปซูล 3,500 แผง แคปซูลสีเขียวขาวมุก ฉลากระบุลีนในแผงบรรจุ 10 แคปซูล 1,400 แผง แคปซูลในซองสีแดง (DETOX) ไม่แสดงฉลาก 200 ซอง ผลิตภัณฑ์ผงสีน้ำตาลอ่อน 6 ถุง น้ำหนักถุงละ 40 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 240 กิโลกรัม

“จากนั้นตรวจค้นบริษัทเอกอัครินทร์ จำกัด เลขที่ 109/8 หมู่ 3 ถนนพระยาสัจจา ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี เปิดเป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลีน มีกรรมการบริษัทคือนายพันธ์ชนะ รัตนประสิทธิ์ อายุ 47 ปี น.ส.พิมพ์ลภัทร เอกอัครินทร์ อายุ 40 ปี จากการตรวจค้นพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลีนกล่องสีดำ 1,000 กล่อง และกล่องสีขาว 3,000 กล่อง รวมของกลางทั้งหมดที่สามารถนำไปผลิตเป็นผลิต-ภัณฑ์ลีนได้ประมาณ 62,000 กล่อง รวมมูลค่าประมาณ 24,180,000 บาท ขอย้ำเตือนประชาชนห้ามรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักยี่ห้อดังกล่าว เพราะมีอันตรายต่อร่างกายอย่างมาก ผู้ที่มีไว้เพื่อจำหน่ายจะมีความผิดตามกฎหมาย หลังจากนี้จะดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตจากการรับ ประทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว 4 ราย ประกอบด้วย รายที่ 1 น.ส.พิมลวรรณ หมอนอิง อายุ 31 ปี มีอาการแน่นหน้าอกและหมดสติ ญาติระบุว่า ผู้ตายรับประทานอาหารเสริมยี่ห้อลีน กล่องสีขาวและสีดำ เป็นเวลา 30 วัน เมื่อวันที่ 28 มี.ค.61 พื้นที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี รายที่ 2 นายณัฐพนธ์ บุญเทียม อายุ 33 ปี มีอาการอ่อนเพลียและไขมันในเส้นเลือดอุดตัน ญาติระบุว่า ผู้ตายรับประทานอาหารเสริมยี่ห้อลีน กล่องสีดำ เป็นเวลา 10 วัน เมื่อวันที่ 6 เม.ย.61 พื้นที่ สน.ปทุมวัน รายที่ 3 เมื่อวันที่ 27 เม.ย.61 นายประภัทร ลำไย อายุ 48 ปี มีอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ญาติระบุว่า ผู้ตายรับประทานอาหารเสริมยี่ห้อลีนกล่องสีขาวและสีดำ เป็นเวลา 45 วัน พื้นที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว และรายที่ 4 (ยังไม่เปิดเผยชื่อ) เมื่อวันที่ 26 เม.ย.61 อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลและการตรวจพิสูจน์ให้แน่ชัดอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รีวิวสินค้าลีนหมอบอนด์เมจิกสกินข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้