ไขข้อข้องใจผู้ขับขี่จริงหรือไม่บนทางด่วนในกรุงเทพฯ ทุกวันนี้ ห้ามเหยียบคันเร่งเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหากเท้าหนักกดคันเร่งเกิน 80 ตำรวจมีตรวจจับอย่างไร...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง กรณีห้ามขับขี่รถยนต์ด้วยความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนทางด่วนในเขตกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ซึ่งรับผิดชอบทางด่วนในกรุงเทพฯ ออกประกาศล่าสุด ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางด่วนขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจร และป้ายเตือน ป้ายสัญญาณต่างๆ อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้ความเร็วไม่เกินอัตรากฎหมายกำหนด คือ ทางด่วนในเขตเมืองไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทางด่วนนอกเขตเมืองไม่เกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะมีการจับกุมอย่างเคร่งครัด
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ต.ดร.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 ในฐานะตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการพิจารณาและชี้แจงแก่คณะกรรมการกฤษฎีกากรณีการแก้ไขพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และรับผิดชอบงานด้านจราจร เปิดเผยว่า การควบคุมความเร็วบนทางด่วนในกรุงเทพฯ ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาจากกฎกระทรวงฉบับที่ 10 พ.ศ.2544 ซึ่งออกตามความใน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 สำหรับการขับรถเร็วเกินกำหนด มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
สำหรับผู้มีอำนาจจับปรับนั้น เป็นเจ้าพนักงานจราจร ซึ่งกรณีของทางด่วนในเขตกรุงเทพฯ นั้น อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจจราจรกลาง กองบังคับการตำรวจจราจร กองบัญชาการตำรวจนครบาล
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเจ้าพนักงานจราจร ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีการใช้ความเร็วบนทางด่วนในกรุงเทพฯ เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ว่า ใช้ช่วงเวลาเร่งด่วน ทั้งช่วงเช้าและเย็น โดยเฉพาะในวันทำงาน แทบเป็นไปได้ยากที่จะใช้ความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งช่วงดังกล่าว พนักงานจราจรจะเน้นเร่งระบายรถและอำนวยการจราจรเป็นหลัก
...
ส่วนใหญ่การจับกุมผู้ขับขี่ฝ่าฝืนใช้ความเร็วบนทางด่วนในกรุงเทพฯ เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น จะใช้รูปแบบกล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ และส่งใบสั่งตามไปหาผู้ขับขี่
สำหรับคำถามคาใจของใครหลายๆ คนที่ว่า การควบคุมความเร็วบนทางด่วนไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่สัมพันธ์กับความต้องการและลักษณะการใช้ทางด่วนที่ต้องการความเร็ว ประกอบกับรถมีประสิทธิภาพและสมรรถนะความปลอดภัยพัฒนาดีขึ้นมากนั้น แหล่งข่าว อ้างว่า หน่วยงานเกี่ยวข้องอยู่ระหว่างศึกษาประเด็นการกำหนดอัตราความเร็วที่เหมาะสม ซึ่งมีแนวโน้มจะให้ใช้ความเร็วได้เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ทั้งหมดจะเน้นความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นหลัก.