ค้นคว้าตามหาประวัติทุเรียนผลไม้ขึ้นชื่อลือชาแห่งฤดูร้อนในประเทศไทย จนมาถึงวันที่ คนจีนแห่ซื้อถล่มทลาย 8 หมื่นลูกภายในเวลาแค่นาทีเดียวผ่านเว็บไซต์อาลีบาบา...
ช่วงหน้าร้อนของทุกปีๆ ผลไม้แห่งฤดูกาลชนิดหนึ่งที่ได้รับการยอมรับต้องสรรหามาลิ้มลองกันทั้งในไทยและต่างประเทศอย่างหนึ่งก็คือ ทุเรียน
อย่างไรก็ตาม นอกจากประเด็นบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากับลูกค้า ซึ่งบ่อยครั้งเกิดวิวาทะกันด้วยเรื่องทุเรียนอ่อน ทุเรียนแก่ ทุเรียนเละ ฯลฯ แล้ว ตลอดจนประเด็นที่เพิ่งสร้างความฮืออานั่นคือ ตะลึง จีนแห่ซื้อทุเรียนไทยถล่มทลาย 8 หมื่นลูก ภายในเวลาแค่นาทีเดียวผ่านเว็บอาลีบาบาแล้ว วันนี้ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ยังมีเรื่องน่ารู้น่าสนใจเกี่ยวกับทุเรียนมานำเสนอ
สำหรับทุเรียนนั้น เป็นผลไม้ที่ออกมากช่วงหน้าร้อน ไม่ได้มีเฉพาะในไทย จัดเป็นผลไม้อยู่ในวงศ์ฝ้าย ในสกุลทุเรียน เปลือกมีหนามแหลมคมแข็งทั้งลูก วิธีรับประทานต้องผ่าเปลือกเมื่อสุก เนื้อมีสีเหลืองเป็นเอกลักษณ์ มีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งผู้ที่ไม่ชอบรับประทานอาจว่า เหม็น ไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทย
...
ประวัติของทุเรียนในประเทศไทยนั้น ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2228 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งประเทศฝรั่งเศสทรงส่งคณะราชทูต เชิญพระราชสาส์นมาถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพื่อเจริญสัมพันธไมตรี และเผยแผ่ศาสนา รวมทั้งทำสัญญาสิทธิทางการค้า ในวาระที่คณะราชทูตฝรั่งเศส กราบถวายบังคมลากลับ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ทรงส่งคณะราชทูตไทยตามไปฝรั่งเศสเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีด้วยเช่นกัน
เมื่อตอนคณะราชทูตไทยกลับ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงส่งคณะราชทูตตามมาด้วยอีกคณะหนึ่ง เดินทางมาถึงกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2230 มี เมอร์ซิเออร์ เดอลาลูแบร์ นักบวชนิกายเยซูอิต เป็นหัวหน้าคณะราชทูต เพื่อมาเจรจาทำสัญญาทางด้านการค้ากับไทยอีกครั้งหนึ่ง จนเป็นผลสำเร็จ เมอร์ซิเออร์ เดอลาลูแบร์ ได้บันทึกสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเห็นเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางสังคม และชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย รวมทั้งเกษตรกรรมของเมืองไทยบางส่วนและนำไปเขียนเป็นหนังสือเกี่ยวกับเมืองไทยสมัยอยุธยาในช่วงแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตีพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ.2336 ยาว 2 เล่ม
ทั้งนี้ ในเรื่องเกี่ยวกับเกษตรกรรมของไทย ตอนหนึ่งระบุเรื่องเกี่ยวกับทุเรียนไว้ว่า ดูเรียน ชาวสยามเรียกว่า ทูลเรียน เป็นผลไม้ที่นิยมกันมากในแถบนี้ แต่สำหรับข้าพเจ้าไม่สามารถทนต่อกลิ่นเหม็นอันรุนแรงได้ ผลมีขนาดเท่าผลแตง มีหนามอยู่โดยรอบ ดูๆ ไปก็คล้ายกับขนุนเหมือนกัน มีเมล็ดมาก แต่เมล็ดใหญ่ขนาดเท่าไข่ไก่ ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้กิน ภายในยังมีอยู่อีกเมล็ดหนึ่ง ถือกันว่ายิ่งมีเมล็ดในน้อยยิ่งเป็นทูลเรียนดี อย่างไรก็ตาม ในผลหนึ่งๆ ไม่เคยปรากฏว่ามีน้อยกว่า 3 เมล็ดเลย
จากหลักฐานดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า มีการปลูกทุเรียนในภาคกลางของประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนจะเข้ามาจากที่ไหนและโดยวิธีใด ไม่ปรากฏหลักฐาน แต่น่าเชื่อถือได้ว่าเป็นการนำมาจากภาคใต้ของประเทศไทย และมีการปรับปรุงพันธุ์สม่ำเสมอตลอดมา
ต่อมาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช) ได้เคยกล่าวถึงการแพร่กระจายพันธุ์ของทุเรียนจาก จ.นครศรีธรรมราช มายังกรุงเทพฯ ตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.2318 และมีการทำสวนทุเรียนใน ต.บางกร่าง ในคลองบางกอกน้อยตอนใน มาตั้งแต่ พ.ศ.2397 ระยะต้น ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และพัฒนามาเป็นการปลูกด้วยกิ่งตอน.
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก
- สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในหลวง รัชกาลที่ 9
- ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร