ภาคีเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง พบเอ็มดี บขส. ยื่นคู่มือเผือก แก้ปัญหาผู้หญิงถูกคุกคามทางเพศบนรถทัวร์ พบอันดับ 1 ลวนลามด้วยสายตา ตามมาด้วย แต๊ะอั๋ง-ลูบคลำ พูดแซวแทะโลม...
เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ภาคีเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง (Safe Cities for Women) ได้เข้าพบ นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) โดย ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะเพื่อผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า ภายหลังได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอคู่มือเผือกอย่างเป็นทางการ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับปากจะนำคู่มือเผือกไปปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ส่วนการเข้าพบ บขส. เพราะเราเห็นว่าการเดินทางด้วยรถทัวร์ เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในการเดินทางกลับบ้าน หรือไปทำธุระที่ต่างจังหวัด โดยการเดินทางด้วยรถทัวร์ เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่มีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางเพศของผู้หญิง เนื่องจากเพราะระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางค่อนข้างนาน บางจังหวัดต้องใช้เวลาเดินทางกว่า 10 ชั่วโมง ผู้หญิงบางคนต้องเดินทางในเวลากลางคืน และด้วยขนาดของรถทัวร์ที่มีขนาดกว้างกว่ารถชนิดอื่น จึงทำให้การดูแลสอดส่องของพนักงานอาจจะไม่ทั่วถึง จึงทำให้ผู้หญิงที่เดินทางด้วยรถทัวร์เสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางเพศมีมากขึ้นตามลำดับ
ทั้งนี้ การถูกคุกคามทางเพศของผู้หญิงบนรถทัวร์ที่พบบ่อย จากผู้โดยสารที่เป็นผู้ชายที่นั่งติดกัน และจะถูกคุกคามในขณะที่ผู้หญิงหลับ จึงอยากเสนอคู่มือเผือกและแนวทางในการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศบนรถทัวร์ให้กับ บขส. นำไปปรับใช้เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้หญิงในขณะที่เดินทาง
สำหรับคู่มือเผือกได้ระบุผลสำรวจ ซึ่งทุกเพศยอมรับว่าเคยถูกคุกคามทางเพศขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะ ถึงร้อยละ 35 โดยในจำนวนนี้เป็นเพศหญิงร้อยละ 45 ซึ่งพฤติกรรมการคุกคามทางเพศที่พบบ่อย 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1. ลวนลามด้วยสายตา ร้อยละ 18.8 อันดับ 2. แต๊ะอั๋ง ถูกเนื้อต้องตัว ลูบคลำ ร้อยละ 15.4 อันดับ 3. ผิวปากแซว ร้อยละ 13.9 อันดับ 4. พูดแซว พูดแทะโลม พูดเกี้ยวพาราสี ร้อยละ 13.1 อันดับ 5. พูดลามก เรื่องเพศ หรือด่าทอด้วยถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องเพศ ร้อยละ 11.7 ซึ่งประเภทของการขนส่งสาธารณะที่เกิดเหตุการณ์คุกคามทางเพศบ่อยที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง ร้อยละ 50 รองลงมาคือ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ร้อยละ 11.4 แท็กซี่ ร้อยละ 10.9 รถตู้ ร้อยละ 9.8 และ รถไฟฟ้า ร้อยละ 9.6
...
ส่วนแนวทางการจัดการสถานการณ์การคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะนั้น หากพนักงานให้บริการพบเห็นสิ่งผิดปกติ เช่น ผู้โดยสารมีสีหน้าอึดอัด ไม่พอใจ หรือ แสดงท่าทีว่าต้องการความช่วยเหลือ หรือพบเห็นผู้โดยสารที่มีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นการคุกคามทางเพศต่อผู้โดยสารอื่น เช่น จ้องมองอย่างผิดปกติ ยืนเบียดชิดผู้โดยสารอื่นเกินความจำเป็น หรือใช้อุปกรณ์สื่อสารส่องไปยังบุคคลอื่น พนักงานควรมีวิธีการในการจัดการกับสถานการณ์นั้นๆ เช่น การมองช้อนใต้กระโปรง อาจส่งเสียงเตือน ในลักษณะที่ไม่ระบุเจาะจงตัวผู้กระทำการคุกคาม และเพื่อเตือนให้ผู้ถูกคุกคามระมัดระวังตัว หากยังไม่หยุดพฤติกรรม พนักงานอาจเตือนด้วยเสียงให้ดังขึ้น เพื่อให้ผู้ถูกคุกคามเกิดความละอาย และหยุดพฤติกรรม
นอกจากนี้ กรณีการจ้องมองโดยใช้อุปกรณ์บันทึกภาพ พนักงานเข้าไปแจ้งผู้คุกคามว่าขอนำตัวไปตรวจค้น เนื่องจากต้องสงสัยว่ากระทำการคุกคามทางเพศต่อบุคคลอื่นในที่สาธารณะ และเข้าไปแจ้งให้ผู้ถูกคุกคามทราบเรื่อง เพื่อกันไว้เป็นพยานหรือเจ้าทุกข์ จากนั้นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่สามารถดำเนินการ หรือจัดการเรื่องได้ในเบื้องต้น ซึ่งควรจะมีการบันทึกข้อมูลลักษณะของผู้กระทำไว้ด้วย เพื่อแจ้งตำรวจต่อไป
รวมถึงกรณีพูดแซว พูดจาแทะโลม หรือ การพูดส่อนัยเรื่องเพศ กรณีผู้คุกคามกระทำการเพียงคนเดียว พนักงานอาจจ้องหน้าผู้คุกคามให้รู้ตัวว่ามีคนเห็นเขากำลังทำพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ หากยังไม่หยุดพฤติกรรม เข้าไปพูดเตือนด้วยท่าทีสุภาพ และถ้าไม่หยุดอีกให้ส่งเสียงให้ผู้โดยสารคนอื่นได้รับรู้ แต่หากประเมินว่าการเข้าไปแทรกแซงอาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้น ให้หาทางแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุด ในส่วนกรณีผู้คุกคามมาเป็นกลุ่ม และมีท่าทีคึกคะนอง พนักงานต้องประเมินสถานการณ์ และเลือกวิธีการจัดการที่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง และหากเตือนแล้ว แต่กลุ่มผุ้คุกคามยังไม่หยุดพฤติกรรม พนักงานควรแจ้งให้พนักงานขับรถหยุดรถ และเชิญผู้โดยสารกลุ่มนี้ลงจากรถ
กรณีตั้งใจเบียดชิด ต้อนเข้ามุม ให้พนักงานจ้องหน้าผู้คุกคามให้รู้ตัวว่ามีคนเห็นว่ากำลังทำพฤติกรรมที่ไม่สมควร ถ้าไม่หยุดพฤติกรรม พนักงานอาจทำทีเข้าไปชวนผู้ถูกคุกคามพูดคุยเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความสนใจ และหากผู้คุกคามยังไม่ขยับหนี ให้พนักงานชวนให้ผู้ถูกคุกคามย้ายที่นั่งในกรณีที่นั่งอยู่ หรือ เอาตัวเข้าไปแทรก ขวางในกรณีที่ผู้ถูกคุกคามยืนอยู่
กรณีเปิดคลิปโป๊ หรือ สื่อลามกบนขนส่งสาธารณะ หากเป็นเหตุที่เกิดบนรถเมล์ พนักงานอาจแจ้งเตือนให้หยุดพฤติกรรม โดยบอกเหตุผลว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ การดูสื่อดังกล่าวเป็นการรบกวน และสร้างความอึดอัดให้กับผู้โดยสารคนอื่นๆ ได้ หากยังไม่หยุดพฤติกรรม พนักงานอาจพูดเตือนด้วยเสียงที่ดังขึ้น โดยให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ ได้รับรู้ เพื่อให้เกิดความละอาย และหยุดพฤติกรรม หากยังไม่หยุด ให้แจ้งพนักงานขับรถเพื่อให้จอด และเชิญผู้กระทำลงจากรถ แต่หากเป็นเหตุที่เกิดขึ้นบนรถไฟฟ้า ให้พนักงานขับรถ ประกาศแจ้งเตือนเป็นระยะ และพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำสถานี คอยเดินตรวจตราในแต่ละตู้โดยสารเท่าที่จะสามารถทำได้
กรณีกระทำการอนาจารบนขนส่งสาธารณะ เช่น โชว์อวัยวะเพศ เอาอวัยวะเพศตัวเองไปถูไถคนอื่น หรือแอบช่วยตัวเอง ซึ่งเป็นกรณีการคุกคามทางเพศที่ค่อนข้างร้ายแรง หากพนักงานพบเห็นการกระทำดังกล่าว ควรใช้วิธีจัดการดังนี้ ให้เข้าไปบอกด้วยท่าทีสุภาพ เพื่อให้ผู้กระทำหยุดพฤติกรรม และหากยังไม่หยุดพฤติกรรม พนักงานควรเตือนด้วยเสียงที่ดังขึ้น เพื่อให้เกิดความละอาย และหยุดพฤติกรรม
ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นกรณีการคุกคามทางเพศที่ค่อนข้างร้ายแรง พนักงานควรแจ้งให้พนักงานขับรถรับทราบ และหาทางแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งอาจเป็นตำรวจจราจรที่กำลังปฏิบัติหน้าที่บนท้องถนน ก็ได้หลักฐานในการแจ้งความเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้ด้วย.
...