วธ.ประกาศ สุดยอดหนังไทย สมัยรัชกาลที่ 9 รวม70 เรื่อง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวร-สุริโยไท-พระมหาชนก-พี่มาก...พระโขนง" สะท้อนภาพยนตร์ในความทรงจำตลอด 70 ปี ทรงครองราชย์ เตรียมโรงหนังชั้นนำ ฉายให้ชม
วันที่ 18 เม.ย. ที่ห้องดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม แถลงข่าวโครงการเผยแพร่สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 ว่า คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ร่วมกับสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์ ได้มีมติเห็นชอบรายชื่อภาพยนตร์ไทย 70 เรื่อง เป็นสุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อวงการภาพยนตร์ไทย โดยพิจารณาจากภาพยนตร์เรื่องยาวที่จัดฉายและเผยแพร่ในโรงภาพยนตร์ของไทย ในช่วงเวลาแห่งการครองสิริราชสมบัติ 70 ปี คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2489 – 13 ต.ค. 2559 จำนวนรวมกว่า 5,000 เรื่องที่มีความโดดเด่น เช่น ได้รับรางวัลระดับประเทศ หรือนานาชาติ ทำสถิติรายได้การขายบัตรชมสูงสุด 5 อันดับแรกของปี สร้างแรงบันดาลใจต่อผู้ชม สะท้อนถึงชีวิตคนไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 และทรงคุณค่าทางศิลปะ เป็นต้น
นายวีระ กล่าวว่า การคัดเลือกครั้งนี้มีประชาชนร่วมเสนอรายชื่อภาพยนตร์เข้ามาถึง 29,844 คน จำนวน 359 เรื่อง โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากวงการภาพยนตร์และศิลปินแห่งชาติได้ร่วมกันคัดเลือก และนำเสนอเข้าสู่คณะอนุกรรมการพิจารณา ก่อนเสนอต่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเห็นชอบประกาศเป็นสุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 จำนวน 70 เรื่อง
อาทิ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร สุริโยไท พระมหาชนก พันท้ายนรสิงห์ แม่นาคพระโขนง พี่มาก ...พระโขนง เรือนแพ ลูกทาส น้ำพุ 2499 อันธพาลครองเมือง แผลเก่า ทวิภพ บ้านทรายทอง บุญชูผู้น่ารัก แฟนฉัน องค์บาก ต้มยำกุ้ง โหมโรง ก้านกล้วย รถไฟฟ้ามาหานะเธอ คิดถึงวิทยา
"โดยหลังจากนี้ จะมีการจัดพิมพ์หนังสือ จัดนิทรรศการและจัดฉายให้ประชาชนได้รับชม แบ่งเป็นส่วนกลางจัดฉาย 10 เรื่อง ที่โรงภาพยนตร์ สกาลา สยามสแควร์ วันที่ 24-27 เม.ย.นี้ ส่วนภูมิภาค 9 เรื่อง ใน 4 จังหวัด ได้แก่ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอกซ์ซีเนม่า เมญ่า เชียงใหม่ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอกซ์ซีเนม่า เซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต และโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 7 พ.ค. – 23 มิ.ย. รวมทั้งเผยแพร่ในเทศกาลภาพยนตร์ไทยต่างประเทศ"
ด้าน น.ส.ชลิดา เอื้อบำรุงจิต รองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) อนุกรรมการพิจารณาคัดเลือก กล่าวว่า ภาพยนตร์ไทย 70 เรื่องที่ผ่านการกลั่นกรอง สะท้อนภาพยนตร์ในความทรงจำตลอด 70 ปีที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ ซึ่งทุกเรื่องเป็นภาพยนตร์ทรงคุณค่าทางศิลปะและเนื้อหาน่าสนใจ ทั้งนี้ จะมี 10 เรื่อง ที่จัดฉายนำร่อง ณ โรงภาพยนตร์ สกาลา สยามสแควร์ โรงภาพยนต์คลาสสิกสุดๆ ของประเทศไทย อย่าง เรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง ฉายเมื่อ 20 ปีก่อน หนังได้เปลี่ยนทัศนคติคนไทย เดิมมีอคติภาพยนตร์ไทยโปรดักชั่นสู้หนังฮอลลีวูดไม่ได้ แต่เรื่องนี้เปิดศักราชใหม่ให้วงการภาพยนตร์ได้อย่างสวยงาม ทำรายได้สูงกว่า 70 ล้านบาท คนหันกลับมาดูภาพยนตร์ไทย นักแสดงหน้าใหม่แจ้งเกิดและกลายพระเอก ดาราดังจนทุกวันนี้ อีกเรื่อง กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ของผู้กำกับ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล แม้ตอนฉายจะทำรายได้น้อย แต่ได้รับยกย่องเป็นภาพยนตร์คลาสสิกทรงคุณค่า เป็นงานดีของบัณฑิต ซึ่งไม่ได้สร้างแต่แนวคอมเมดี้ เรื่องบุญชู และฟิลม์เรื่องนี้ก็ยังอยู่ในสภาพที่ดีมาก ขณะที่ภาพยนตร์อีกเรื่องสุดสาคร กำกับโดย ปยุต เงากระจ่าง เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นขนาดยาวเรื่องแรกของประเทศไทย เบื้องหลังเป็นผลงานจากหยาดเหงื่อและน้ำตาของผู้สร้าง ขมขื่นกับคำถามว่า ทำไมการ์ตูนต้องแพง ตัวการ์ตูนไม่ต้องกินข้าว ซึ่งหอภาพยนตร์ฯ มีแผนงานบูรณะให้ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในสภาพที่ดีในระบบดิจิตอล
...
ส่วนสุดยอด "ภาพยนตร์ที่เหลือจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจัดฉายให้ครบภายในปีนี้ ภาพยนตร์ทั้ง 70 เรื่อง หลายเรื่องไม่มีตัวฟิล์ม อย่างเรื่องเล็บครุฑ นกน้อย ลูกทาส ส่วนเรื่องสุภาพบุรุษเสือไทยมีเบื้องหลังการสร้าง เป็นภาพยนตร์ยุค 16 มิลลิเมตร อาจจะสูญหายหรือเสียหายไปแล้ว ส่วนเรื่องแม่นาคพระโขนง เป็นภาพยนตร์ที่บูรณะแต่แรก ก็ยังคงมีร่องรอยความชอกช้ำหลายอย่าง ปัจจุบันฟิล์มกำลังหมดยุคไป ไม่มีโรงภาพยนตร์รองรับการฉายด้วยฟิลม์แล้ว หากประชาชนพบเจอภาพยนตร์ไทยให้ติดต่อหอภาพยนตร์ฯ เพื่ออนุรักษ์เป็นมรดกของชาติ ซึ่งไม่แน่อาจเป็นภาพยนตร์หลายๆ เรื่องที่กำลังตามหา"