จรัมพร สุระมณี
รัฐมนตรีฟันธงชี้2เดือนรู้เรื่อง!
รมว.พม.ยันผลสอบโกงเงินคนจน พบข้อมูลเชื่อมโยงปลัด-รองปลัด พม.ลั่นเตรียมขุดรากถอนโคนภายใน 2 เดือน “จรัมพร” โชว์หลักฐานทำกันเป็นขบวนการ ระบุพบทุจริตแล้ว 53 จังหวัด ตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้าราชการที่เกี่ยวข้อง 45 คน ส่วนคดีโกงเงินกองทุนเสมาฯประธานคณะกรรมการตรวจสอบเตรียมทำหนังสือเชิญอดีตปลัด ศธ. และผู้เกี่ยวข้องกว่า 50 คน เข้าชี้แจง หลังพบหลักฐานเชื่อมโยง นายกฯปัดใช้ ม.44 ฟันทุจริตกองทุนเสมาฯ อ้างมีกฎหมายจัดการอยู่แล้ว ยันสาวถึงใครจัดการแน่ เผยสั่งย้ายนายตำรวจพัวพันคดีค้ามนุษย์เข้ากรุแล้วถึง 14 นาย ด้าน คสช.ยกเครื่องปราบคนโกง-ขรก.เกียร์ว่าง สอบ 7 วันรู้ผลใน 30 วัน พบผิดโยกนั่งตำแหน่งอื่นชั่วคราว ผิดร้ายแรงย้ายพ้นสังกัด-นั่งตบยุงสำนักนายกฯ ดอง 3 ปี
ป.ป.ท.ยังคงเดินหน้าตรวจสอบเอาผิดกับขบวนการโกงเงินคนจนรวมทั้งการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต 88 ล้านบาท โดยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่สำนักงาน ป.ป.ท.ชั้น 28 อาคารซอร์ฟแวร์ ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการบอร์ด ป.ป.ท. เผยว่า ในส่วนการตรวจสอบเงินกองทุนเสมาฯ ป.ป.ท. ทำตามหน้าที่ โดยตรวจสอบแค่งบปี 2560 หลังพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ส่งเรื่องมาให้ แต่ทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตรวจสอบภายในเอง โดยเช็กงบย้อนหลังตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา และส่งข้อมูลให้ ป.ป.ท.ด้วย ขณะนี้ทราบว่ารายละเอียดงบปี 2551 กับ 2553 ทาง ศธ.ยังไม่เจอรายละเอียด ทั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าค้นบ้านของนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ระดับ 8 กระทรวงศึกษาธิการ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีว่าเป็นเจ้าหน้าที่เบียดบังงบกองทุนเสมาฯ ก่อนอายัดเอกสารต่างๆ และคอมพิวเตอร์ของนางรจนาไปตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานการเชื่อมโยงคดี
“ขณะนี้ ป.ป.ท.ได้ส่งคอมพิวเตอร์ไปให้ตำรวจ บก.ปอท.ตรวจสอบ หาข้อมูลที่อยู่ในฮาร์ดดิส ในส่วนเอกสารที่เป็นกระดาษให้เจ้าหน้าที่คัดแยก และตรวจสอบว่าข้อมูลไหนเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ ส่วนจะสาวถึงข้าราชการระดับสูงกว่านี้หรือไม่ ต้องรอตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดให้แน่ชัด นอกจากนี้พบว่านางรจนาโอนเงินไปให้บุคคลที่เป็นคนนอก 10 คน และเปิดบัญชี 22 บัญชี มีการทำธุรกรรมทางการเงิน 52 ครั้ง โดยประสานไปยัง ปปง.ให้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินเหล่านั้นให้ด้วย เท่าที่ทราบข้อมูลจาก ศธ. โครงการกองทุนเสมาฯ นางรจนาจะเป็น ผช.เลขานุการ มีหน้าที่ในการจดบันทึกประชุม และวาระงบประมาณต่างๆ หลังจากมีการอนุมัติงบ จะมีขั้นตอนให้เซ็นอนุมัติตามระดับชั้น สุดท้ายปลัดกระทรวง และรองปลัดกระทรวงที่ได้รับมอบหมายแทนจะเป็นผู้ลงนามสุดท้าย ซึ่ง ป.ป.ท.ก็จะร่วมกับ ศธ.ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่” พล.ต.อ.จรัมพรกล่าว
พล.ต.อ.จรัมพรยังเผยอีกว่า ในส่วนการตรวจสอบงบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งฯ และงบอื่นๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ยังลงพื้นที่ตรวจสอบอยู่ ยังไม่มีความคืบหน้า แต่พบการทุจริตแล้ว 53 จังหวัด ส่วนอีก 23 จังหวัดยังตรวจสอบอยู่ ตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้าราชการแล้ว 45 คน นอกจากนี้การตรวจสอบงบศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่นั้น เบื้องต้นพบมีการนำเอกสารและนำชื่อชาวบ้านที่เป็นชาวเขาไปเบิกงบดังกล่าว โดยชาวบ้านที่ไปสอบแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่เคยได้งบเลย แต่ก็มีเจ้าหน้าที่กองทุนมาขอเอกสารสำเนาบัตรประชาชนไป อ้างว่าจะนำไปเบิกงบต่างๆ สุดท้ายไม่ให้ หรือจ่ายเพียง 1,000 บาทเท่านั้น หลังจากนี้จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโกงเงินคนจน ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น 59 ศูนย์ พบการทุจริต 21 ศูนย์ ไม่พบ 8 ศูนย์ อยู่ระหว่างตรวจสอบ 30 ศูนย์ เบื้องต้นพบข้าราชการระดับ 7 และ 8 เกี่ยวข้อง 5 คน จะพิจารณาลงโทษให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ส่วนลอตที่ 2 จะทยอยได้ข้อสรุปและลงโทษต่อไป ยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จะได้ไม่มีการมาร้องเรียนภายหลัง เมื่อถามว่าที่พบการทุจริตสามารถเชื่อมโยงไปถึงปลัดและรองปลัด พม.ที่ถูกย้ายมาประจำสำนักนายกฯหรือไม่ พล.อ.อนันตพรตอบว่า ให้การเชื่อมโยงทั้งหมด เพราะการทุจริตครั้งนี้มีทั้งเจ้าตัวปฏิบัติเอง และมีการสั่งให้ปฏิบัติ ส่วนที่กรรมการ ป.ป.ช.ระบุว่าการทุจริตเริ่มตั้งแต่การวิ่งเต้นให้ได้ตำแหน่งลงไปทุจริตในพื้นที่นั้นยอมรับว่ามีส่วน ข้อมูลจากทุกหน่วยตรงกัน ถือเป็นวงจร ภายใน 2 เดือนนี้จะตัดวงจรแบบถอนรากถอนโคน
เมื่อถามว่า ตกใจหรือไม่เพิ่งเข้ามาทำงานแล้วพบทุจริตจำนวนมาก พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า ผิดหวังกับชื่อกระทรวง แต่คนดียังมี คนไม่ดีต้องลงโทษ ใครที่ดีต้องให้ก้าวหน้า คนในกระทรวงคงเข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงวิกฤติของกระทรวง โดยวันที่ 28 มี.ค. จะมีการประชุมยุทธศาสตร์การฟื้นฟูภาพลักษณ์กระทรวง ใครมีข้อมูลขอให้เอามาให้โดยเร็ว เรื่องจะได้จบ ไม่ต้องกลัวผู้บังคับบัญชาจะกลับมาใหม่แล้วลงโทษ ยืนยันเราเอาจริงเรื่องนี้ นายกฯกำชับในที่ประชุม ครม.ให้เอาจริง การตรวจสอบทั้งหมดยังใช้กฎหมายปกติ ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44
พ.ต.ท.เธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และนายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม. กรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เปิดเผยว่า ตอนนี้กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงอยู่ แต่ก็ยังมีข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆ ทางคณะกรรมการก็พยายามเร่งรีบเพื่อสรุปผลให้ได้ภายในเดือน มี.ค.นี้ ข้อมูลที่มีขณะนี้ถือว่าครบถ้วนระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปัญหา เราได้เอกสารหลักฐานมาครบถ้วน แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะคณะกรรมการถูกตั้งโดยคำสั่งลับมาก ไม่สามารถเปิดเผยการดำเนินการอะไรได้ ประชาชนเชื่อใจการสืบสวนของคณะกรรมการได้ เราเป็นคนนอกเกือบทั้งหมด คงไม่มีใครเอาเครดิตมาเสีย ทุกคนทำงานเต็มที่ที่สุด ไม่มีส่วนได้เสีย ว่ากันตามข้อเท็จจริงทุกอย่าง ฉะนั้นก็ขอให้มั่นใจในการทำงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ไม่ดีว่ากันตามเนื้อผ้า
นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กล่าวว่า ตนได้รับทราบข้อมูลว่าในปี 2550 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ส่งหนังสือทักท้วงการดำเนินการกองทุนฯ ว่าเหตุใดจึงไม่มีการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ ไม่มีการจัดสรรจ่ายเงินกองทุนฯของปี 2550 ซึ่งจากการตรวจสอบทำให้พบว่าไม่มีการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯในปี 2550 จริง แต่ได้มีการประชุมในปี 2551 พร้อมทั้งอนุมัติให้มีการเบิกจ่ายเงินกองทุนฯของปี 2550 และ 2551 ในคราวเดียวกัน และเมื่อตรวจลึกในรายละเอียดลงไปยังพบความผิดปกติในเรื่องของการโอนเงิน โดยในปี 2550 มีการนำเลขบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สถานศึกษามาใช้โอน จำนวน 3 ราย และปี 2551 ตรวจพบจำนวน 14 ราย แจ้งว่าโอนเงินไปให้สถานศึกษา แต่เลขบัญชีธนาคารกลับเป็นของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี คาดว่าน่าจะเป็นการโอนเงินไปให้เนื่องจากค้างโอนจ่ายไปให้ก่อนหน้านี้
...
นายอรรถพลกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังพบสิ่งที่เป็นพิรุธในกรณีที่มีการออกหนังสือแจ้งสถานศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาในแต่ละปี ปรากฏว่าหนังสือราชการที่ออกไปกว่า 40 ฉบับ ออกเลขที่หนังสือเดียวกันทั้งหมด ทั้งที่เนื้อหาในหนังสือแตกต่างกันและยังมีการอนุมัติเงินตามปกติ นอกจากนี้ ยังพบว่าในปี 2557 ป.ป.ท.ได้รับการร้องเรียนจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเชียงใหม่ ว่าไม่ได้รับเงิน ทาง ป.ป.ท.ได้ทำหนังสือถึง ศธ.ให้ชี้แจง นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัด ศธ. ในขณะนั้น ได้มอบให้สำนักนิติการตรวจสอบและดำเนินการชี้แจงภายใน 15 วัน ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนฯต้องไปติดตามดูว่าหลังจากนั้นทางนิติการ ศธ.ได้ดำเนินการอะไรต่อจากนั้นหรือไม่ และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นก็คือ ในปี 2560 มีการโอนเงิน จำนวน 3 ครั้ง ในแต่ละครั้งชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีจะไม่ตรงกันแต่ธนาคารก็ยังโอนเงิน ไปยังเลขที่ดังกล่าว
“ตั้งแต่ปี 2550 จนถึง 2561 ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีช่วงไหนที่ไม่มีการทุจริต และใน 10 ปีที่ผ่านมาจุดบอดใหญ่ คือ กองทุนฯนี้มีแต่รายงานการรับจ่าย ไม่มีการดำเนินการกิจกรรมโครงการในเชิงประสิทธิภาพและคุณภาพเฉพาะ จึงมีข้อมูลแค่รายรับและรายจ่าย ส่วนกรณีการเรียกนางรจนา สินที เข้ามาให้ปากคำนั้น ทางคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงก็ยังคงต้องมีการดำเนินการต่อไป ซึ่งนางรจนาอาจจะไม่มาก็ได้ ไม่ได้มีผลต่อการสืบสวน” ประธานคณะกรรมการสืบฯ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ตนจะมีการหารือกับคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงฯ เพื่อจะทำหนังสือเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ถอยคำ เพื่อเป็นพยานบุคคล ซึ่งจะมีตั้งแต่ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งปลัด ศธ. จนถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนดังกล่าวประมาณ 50 คน แต่ได้เปิดโอกาสให้สามารถชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรได้ หากไม่สะดวกที่จะเดินทางมา และในวันที่ 3 เม.ย.นี้ ตนจะลงพื้นที่ไปยังสถานศึกษาและวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีในพื้นที่ภาคใต้ที่อยู่ในกองทุนฯนี้ด้วย เพื่อตรวจสอบว่ามีความสอดคล้องกับหลักฐานที่คณะกรรมการสืบฯ มีอยู่หรือไม่
...
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม ระบุว่าจะมีการใช้มาตรา 44 กับข้าราชการที่ทุจริตในกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า ในที่ประชุม คสช.ให้แนวทางการพิจารณาบท ลงโทษ การทุจริตต้องเข้มงวดมากขึ้น คสช.มีอำนาจเสนอมาตรการให้รัฐบาลปฏิบัติ เมื่อถามว่า สรุปแล้วนายกฯยังไม่ออกมาตรา 44 แก้ปัญหาทุจริตกองทุนเสมาฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ใช้มาตรา 44 เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว ขั้นตอนแรกเป็นเรื่องของกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน และ 30 วัน อีกขั้นเป็นเรื่องของกรรมการสอบสวนในเรื่องวินัย ว่าควรย้ายออกหรืออยู่ในกระทรวง จากนั้นเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย คดีอาญาและแพ่ง เช่น กรณีการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งของ พม. หรือทุจริตกองทุนเสมา
เมื่อถามว่า กรณีทุจริตกองทุนเสมาฯ นายกฯคิดว่าเป็นขบวนการใหญ่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาตรวจสอบอยู่ ประเด็นคือทำไมอยู่นานไม่เข้าใจตรงนี้เหมือนกัน แต่เขาบอกว่ารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ต้องไปสอบว่าใช่หรือไม่ ถึงใครก็ถึงคนนั้น รัฐบาลเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบให้เร็วขึ้น เอาหน่วยงานภายนอกไปตรวจสอบด้วย มีทั้ง ศอตช. ป.ป.ช. ปปง. ป.ป.ท. และถ้าจำเป็นก็มีมาตรา 44 ประเด็นสำคัญผู้ที่มีความมัวหมองในเรื่องทุจริตหรือเรื่องอื่นทุกกรณีที่มีผลกระทบ อย่างการค้ามนุษย์ เราจะไม่มีการปรับย้าย 3 ปี ถ้ามีคดีอาญาก็เอาออกไป ให้จริงจังมากขึ้น เวลา 3 ปีไม่ใช่เบา ปรับย้ายไม่ได้ก็ลอยอยู่อย่างนั้น ถ้าผิดก็เอาออก วันนี้ตัวอย่างอันแรกข้าราชการของตำรวจอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ระดับ พ.ต.อ.ลงมา 14 ราย ย้ายมาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และจะพิจารณาต่อว่าจะให้ออกจากราชการหรือไม่
เมื่อถามว่า นายกฯเชื่อหรือไม่ผู้ที่ทุจริตกองทุนเสมาฯดำเนินการเพียงคนเดียว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะไปเชื่ออะไร ต้องเชื่อด้วยหลักฐาน โอนเงินไปที่ใคร ถ้าไม่มีหลักฐานแล้วตนจะไปเชื่อใคร หลักฐานมีเพียงอย่างเดียวว่ามีเงินขาดหายไปจากบัญชีตรงนี้โอนเข้าไป 20 บัญชีก็ไปดูมา บางทีไม่มีชื่อเจ้าของบัญชีก็ต้องไปสอบต่อจากกระบวนการธนาคารที่เป็นคนโอนเงิน มันสอบได้อีกไกล แต่ขั้นตอนแรกคนแรกโดนก่อน
...
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม คสช.ว่า ที่ประชุม คสช.เห็นชอบหลักเกณฑ์การดำเนินการมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ในกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือมีข้อมูลข่าวสารว่าจะมีการทุจริต ขอให้หัวหน้าหน่วยงานราชการเริ่มตรวจสอบทันทีที่มีข้อมูลปรากฏขึ้น โดยจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่เกิน 7 วัน และผลตรวจสอบจะต้องเสร็จภายใน 30 วัน หากพบว่ามีความผิดจะต้องปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นเป็นการชั่วคราว ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ร้ายแรงให้หมุนเวียนอยู่ภายในกระทรวงเดิม
พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า หากกระทำผิดทางวินัยร้ายแรง แต่ไม่ถึงขั้นปลดออกจากราชการหรือไล่ออกจากตำแหน่งเดิม ให้หน่วยงานต้นสังกัดปรับย้ายไปอยู่สังกัดอื่น หรืออยู่สำนักนายกรัฐมนตรีแทน และภายใน 3 ปี ไม่มีการปรับในตำแหน่งที่สูงขึ้น เพื่อป้องกันกลับมาคิดบัญชีแค้นกับพยานได้ หวังทำให้เข็ดหลาบ ตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต หากต้องการเจริญเติบโตในหน้าที่ราชการ และหากกำลังพลตรวจสอบไม่เพียงพอร้องขอมาที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ได้ ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีหลักฐานควรเชื่อได้ว่าสามารถสรุปความผิดได้ชัดเจนถึงขั้นชี้มูลความผิดให้ส่วนราชการต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยต่อข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทันที ไม่ต้องรอผลทางคดีอาญา แนวทางนี้เป็นการใช้อำนาจตามปกติ ไม่ใช้อำนาจพิเศษมาตรา 44 และมาตรการดังกล่าวใช้กับข้าราชการที่เกียร์ว่างด้วย
คํ่าวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 73/2561 เรื่องให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ใจความสรุปว่า โดยที่การค้ามนุษย์เป็นปัญหาสำคัญร้ายแรงที่รัฐบาลกำหนดเป็นวาระเร่งด่วนที่จะต้องป้องกันและปราบปรามอย่างเฉียบขาด เมื่อมีเรื่องร้องเรียนหรือตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนกระทำความผิด ต้องดำเนินการทางวินัยและอาญาโดยเร็ว เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องเป็นธรรม พยานกล้าเปิดเผยข้อเท็จจริงและนำหลักฐานมาแสดง อาศัยอำนาจตามความใน ม.11 (3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจและข้าราชการอื่น รวม 14 ราย ที่มีรายงานเบื้องต้นเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีในระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริงและการดำเนินการทางวินัย โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนสังกัดเดิมและให้อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ขณะเดียวกันให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หรือหน่วยงานต้นสังกัดโยกย้ายข้าราชการเหล่านี้ออกจากตำแหน่งเดิมไปสู่หน่วยงานที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องการค้ามนุษย์ โดยไม่เลื่อนตำแหน่งหรือยศสูงขึ้น จนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกฯเป็นประการอื่น
สำหรับรายชื่อตำรวจและข้าราชการอื่นที่ถูกโยกย้ายรวม 14 ราย ประกอบด้วย พ.ต.อ.นคร พักไพโรจน์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.พิศุทธิ์ ศุกระศร รอง ผบก.อก.ภ.7 พ.ต.ต.กิตติชัย โถวิเชียร สว.สส.สภ.ขมิ้น จ.สกลนคร ร.ต.อ.หญิง จริยาภรณ์ พ่วงพี่ดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ด.ต.ยุทธพล อนันตวิเชียร ผบ.หมู่ ฝ่าย ตม.ขาออก ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ ร.ต.ท.สมปอง หีบแก้ว รอง สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.4 ร.ต.ท.สุรศักดิ์ ชาญขุนทด รอง สว.(สส.) กก.สส.1 บก.สส.ภ.3 ร.ต.ต.กัมปนาท สาเกทอง รอง สว.(ป.) ส.ทท. 2 กก.1 บก.ทท.1 บช.ทท. ด.ต.วชัยรัตน์ มงคล–เคหา ผบ.หมู่ ตม.จ.เลย ด.ต.สมศักดิ์ หวังมีสุข ผบ.หมู่ กก.สส.2 บก.สส.บช.น. ด.ต.อนันต์ สมศรี ผบ.หมู่ (ป.) สน.ฉลองกรุง ด.ต.อภินันท์ แก้วผล ผบ.หมู่ ส.รฟ.นพวงศ์ กก.1 บก.รฟ. จ.ส.ต.วโรดม วรพันธ์ ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ. และนายเจริญ ศรีพรม ผอ.โรงเรียนบ้านนาน้อย อ.ภูเรือ จ.เลย