"การลงพื้นที่ทำงานตามจับคดีต่างๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องใช้เงินทุกคดี ไหนจะค่าน้ำมันรถ ค่าใช้จ่ายของชุดทำงาน ค่าที่พัก ค่าอาหาร รวมไปถึงกระบวนการขั้นตอนจับกุมคนร้าย ยาวไปถึงนำตัวส่งฟ้องศาลดำเนินคดี ทุกวินาทีแทบจะเป็นเงินเป็นทอง จึงไม่แปลกที่วันนี้รายรับไม่พอกับรายจ่าย ตำรวจเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ควักเงินส่วนตัวดูแลลูกน้อง ดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ มากมาย แล้วคิดว่าเงินเดือนที่ได้มามันจะจ่ายชนเดือนหรือเปล่าครับ"
....ภายหลังมีผลงานวิจัยจากมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง นำเสนอข้อมูลออกมาสะท้อนชัด ตำรวจได้รับค่าตอบแทนที่ยังไม่เหมาะสม จึงเป็นเหตุนำไปอ้างได้ว่า "รายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงครอบครัว" ที่ประชุม จึงเสนอเรื่องปรับค่าตอบแทนของข้าราชการตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามตามผลการศึกษาวิจัยของมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง และควรมีการพิจารณาค่าตอบแทนข้าราชการตำรวจทุก 5 ปี
ตำรวจได้เฮ แต่ ชาวบ้านอาจร้อง "ยี้ เบาๆ" เพราะต่างก็คาดเดากันไปเองว่า "อาชีพตำรวจ" ก็หาลำไพ่พิเศษ ได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว จะมาเรียกร้องอะไรนักหนากับเงินเดือนค่าครองชีพที่เป็นภาษีโดยสุจริตจากประชาชน..... เท็จจริงอย่างไรขึ้นอยู่กับการรับข่าวสารและวิจารณญาณส่วนบุคคล แต่ผลการวิจัย โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เสนอควรเพิ่มเงินเดือนให้ตำรวจ
เห็นชอบชงเพิ่มเงินเดือนข้าราชตำรวจ
ข้าราชการตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามซึ่งมีความเสี่ยงเฉพาะในการปฏิบัติหน้าที่มากกว่างานตำรวจในกลุ่มงานอำนวยการและกลุ่มงานสนับสนุนคิดเป็นค่าเฉลี่ย 2.66 ต่อ 2.97 จึงควรได้รับเงินเพิ่มในระดับชั้นประทวนเป็นเงิน 4,300-5,000 บาท ต่อเดือนและในระดับสัญญาบัตรเป็นเงิน 18,500-21,500 บาทต่อเดือน
จะมีผลทำให้ตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามตำแหน่ง ผบ.หมู่ที่จบจากโรงเรียนนายสิบ ได้เงินเดือนแรกบรรจุเดือนละ 9,330 บาทบวกเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว 2,000 บาท และเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งอีก 4,300-5,000 บาท รวมรายได้เดือนละ 15,630-16,330 บาท ส่วนตำแหน่งรองสารวัตรที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจควรจะได้รับเงินเดือนๆ แรกบรรจุ 15,290 บวกกับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง 18,500-21,500 บาทจะทำให้มีรายได้เดือนละ 33,790-36,790 บาท
ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ยังเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคลที่ให้ปรับอัตราการจ่ายเงินค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาหรือที่เรียกว่า "ค่าทำสำนวน" เพิ่มขึ้นอีก 100% เพราะอัตราที่ใช้อยู่ กำหนดไว้เมื่อ พ.ศ. 2534 และยังมิได้ปรับเพิ่มในขณะที่ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้อัตราที่จะนำเสนอใหม่
(1) กรณีที่เกิดคดีอาญาขึ้นและไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด เดิมไม่จ่าย ส่งผลให้พนักงานสอบสวนไม่อยากทำสำนวนหรือไม่รับคดีจึงเสนอให้จ่ายค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาประเภทที่ไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดไม่เกินคดีละ 500 บาท
(2) ความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี เสนอให้จ่ายไม่เกินคดีละ 1,000 บาท (ขณะนี้จ่ายไม่เกินคดีละ 500 บาท)
(3) ความผิดที่มีอัตราโทษจำคุก 3-10 ปีเสนอให้จ่ายไม่เกินคดีละ 2,000บาท (ขณะนี้จ่ายไม่เกินคดีละ 1,000 บาท)
(4) ความผิดที่มีอัตราโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป เสนอให้จ่ายไม่กินคดีละ 3,000(ขณะนี้จ่ายไม่เกินคดีละ 1,500บาท)
เป็นตำรวจไม่ได้นั่งนอนบนกองเงินกองทองอย่างใครคิด
จากการสอบถามตำรวจชั้นปฏิบัติงาน 80 เปอร์เซ็นต์ ให้ข้อมูลถึงภาระค่าใช้จ่ายที่มหาศาล เงินเดือนน้อย ภาษีสังคมสูง เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเงินเก็บออม จ่ายเดินชนเดือน ซ้ำยังติดหนี้สินสหกรณ์ตำรวจ หนี้กู้ยืมนอกระบบ หนี้ผ่อนบ้านผ่อนรถ และภาระต่างๆ นานา สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า อาชีพตำรวจไม่ได้รวยอู้ฟู่แบบที่ใครๆ คิดเสมอไป หนำซ้ำยังผ่อนชำระใช้หนี้กันจนหัวโต ดีหน่อยก็คงจะเป็นตำรวจหัวการค้า คิดทำประกอบอาชีพเสริมสุจริต นำเงินจุนเจือเลี้ยงดูครอบครัว ควบคู่กับรับราชการตำรวจ
"อาชีพตำรวจทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ต้นทุนต่ำครับ แต่แทบจะไม่มีต้นทุนทางสังคมเลย มุมมองประชาชนที่มองเข้ามาก็มองด้านลบซะส่วนใหญ่ โดยเฉพาะวัฒธรรมการรีดไถเก็บส่วย ต้องยอมรับว่าตำรวจทั้งประเทศทุกหน่วยงาน แทบจะถูกเหมารวมว่าทำพฤติกรรมซ้ำแบบเดียวกัน ทั้งๆ ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ ไม่งั้นทุกคนคงรวยอู้ฟู่ ไม่เป็นหนี้สหกรณ์ กันบานตะไทแบบนี้หรอกครับ" เสียงจากตำรวจชั้นประทวน พื้นที่นครบาล
ในขณะที่ตำรวจยศ พ.ต.อ. ผู้กำกับโรงพักทางภาคอีสาน ให้ข้อมูลกับเราว่า "การลงพื้นที่ทำงานตามจับคดีต่างๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องใช้เงินทุกคดี ไหนจะค่าน้ำมันรถ ค่าใช้จ่ายของชุดทำงาน ค่าที่พัก ค่าอาหาร รวมไปถึงกระบวนการขั้นตอนจับกุมคนร้าย ยาวไปถึงนำตัวส่งฟ้องศาลดำเนินคดี ทุกวินาทีแทบจะเป็นเงินเป็นทอง จึงไม่แปลกที่วันนี้รายรับไม่พอกับรายจ่าย ตำรวจเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ควักเงินส่วนตัวดูแลลูกน้อง ดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ มากมาย แล้วคิดว่าเงินเดือนที่ได้มามันจะจ่ายชนเดือนหรือเปล่าครับ"
...
พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ
อย่างไรก็ตามอัตราเงินเดือน ข้าราชการตำรวจไทย ต่ำสุดอยู่ที่ 1,360 บาท สุงสุดอยู่ที่ 7,8030 บาท โดยคำนึงค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไปของค่าตอบแทนในภาคเอกชนที่ปรับขึ้น ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ “พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘” โดย พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป ทั้งนี้ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการตำรวจให้เหมาะสม เป็นธรรม และได้มาตรฐาน
โดยคำนึงถึงค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไปค่าตอบแทนในภาคเอกชน ฐานะการคลังของประเทศ ความแตกต่างระหว่างรายได้ของข้าราชการต่างประเภทกันและปัจจัยอื่นที่จำเป็น สมควรปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
หากมีการพิจรณาขึ้นเงินเดือนข้าราชการตำรวจเรื่อยๆทุก 5 ปี มันก็เป็นเรื่องดีนะ.. แต่ย้อนกลับมาดูปัญหากันอีกทีว่า กำลังแก้กันถูกจุดไหม? เพราะหากคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ มุ่งหวังขจัดปัญหารีดไถรับส่วยเบี้ยรายทางไม่ให้มีหลงเหลืออยู่ในแวดวงตำรวจอีกเลย "สงสัยจะเป็นการเกาไม่ถูกที่คัน"...
...