ญาติบุกร้อง “บิ๊กหยม” หวั่นคดีไม่คืบหน้า เหตุน้าสาวถูกโจ๋ 16 ขี่ จยย.ซ้อน 3 พุ่งชนขณะปั่นสองล้อข้ามถนน จนบาดเจ็บสมองช้ำฉีกขาด เป็นเจ้าหญิงนิทรา ซ้ำตำรวจท้องที่ดูแลคดีกลับพูดจาไม่ได้เรื่อง
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 13 ธ.ค. 60 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) น.ส.จิดาภา สุจินันท์กุล อายุ 24 ปี เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เพื่อขอให้ตรวจสอบ และเร่งรัดคดีที่วัยรุ่นอายุ 16 ปี ขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชน น.ส.พรพรรณ แซ่ฉั่ว อายุ 63 ปี น้าสาว ขณะขี่รถจักรยานข้ามถนนไปยังฝั่งซอยเจริญกรุง 65 ตัวลอยกระเด็นหลุดจากรถจักรยาน ศีรษะกระแทกพื้น หมดสติ สมองช้ำและฉีกขาด เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2560 เวลาประมาณ 20.30 น. แต่ผ่านมา 6 เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากคู่กรณี และตำรวจยังไม่ออกหมายจับผู้กระทำผิด แม้จะมีหลักฐานชัดเจนก็ตาม
น.ส.จิดาภา เปิดเผยว่า ได้เข้าพบ ผบช.น. เพื่อนำหลักฐานต่างๆ มามอบให้ เช่น วิดีโอจากกล้องวงจรปิด ภาพนิ่ง เอกสารใบรับรองแพทย์ ใบแจ้งความลงบันทึกประจำวัน เพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดคดี เนื่องจากเหตุการณ์นี้ผ่านมา 6 เดือนแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งตนยังรู้สึกว่าทางตำรวจไม่อำนวยความสะดวกเท่าที่ควร ช่วงที่เกิดเหตุหลังนำตัวน้าสาวส่งโรงพยาบาล ตนได้เข้าแจ้งความกับทางตำรวจ สน.ยานนาวา แต่ตำรวจบอกว่าลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่ได้ ทั้งที่เหตุการณ์เพิ่งผ่านไป 2 ชั่วโมง จุดเกิดเหตุยังมีกองเลือด และมีพยานแวดล้อมอยู่ครบ
นอกจากนี้ ทางตำรวจเคยพูดกับตนว่า "หากเป็นพ่อของเด็กที่ขับรถชน ก็จะไม่ให้มาขอโทษครอบครัวตน" จึงรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยตนได้โทรศัพท์ถามความคืบหน้ากับทางตำรวจเป็นระยะ ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา บอกให้รอผลการตรวจพิสูจน์จากกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) แต่รอมาหลายเดือนแล้ว ยังไม่สามารถออกหมายจับคนกระทำผิดได้
...
ก่อนหน้านี้ตนเป็นผู้หาหลักฐานเอง ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด และชื่อ-นามสกุลผู้กระทำผิด ผ่านเฟซบุ๊ก พบว่าผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์เป็นเยาวชน อายุ 16 ปี ขับรถซ้อน 3 ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ จากนั้นมีการเรียกมาไกล่เกลี่ยครั้งเดียว แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ อีกทั้ง ครอบครัวของผู้กระทำผิดยังไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่น้าสาวตนต้องเข้ารับการรักษาผ่าตัดเปิดกะโหลก ตอนนี้นอนไม่รู้สึกตัว ไม่สามารถขยับตัวได้ มีอาการสมองช้ำ เยื่อหุ้มสมองขาด มีโรคแทรกซ้อน เสียค่ารักษาพยาบาลมากกว่า 1 ล้าน 9 แสนบาท ยังไม่รวมค่าดูแล ค่ายาอีกเดือนละหลายหมื่นบาท
ทางด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย แต่ขอกลับไปดูรายละเอียด ตรวจสอบหลักฐานให้แน่ชัดก่อน เพราะคดีนี้เป็นคดีอุบัติเหตุ เบื้องต้น ที่เห็นภาพจากวิดีโอ จุดเกิดเหตุเป็นทางร่วม ทางแยก ตนจะให้ผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบว่ารถจักรยานยนต์ขี่มาด้วยความเร็วเท่าใด และผู้ขี่รถจักรยานระมัดระวังหรือไม่ และหากร้อยเวรรับเรื่องช้า ไม่อำนวยความสะดวกเรื่องสำนวน จะต้องถูกลงโทษด้านวินัยด้วย.