เครดิตภาพ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์สถาปัตยกรรมสมัย ร.5 ใน ซอยแพร่งนรา หลังศาลเจ้าพ่อเสือวอดรวม 13 คูหา ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต...

เมื่อเวลา 00.22 น.วันที่ 11 ธ.ค.250 ศูนย์วิทยุพระราม199 รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยแพร่งนรา ถ.ตะนาว พื้นที่เขตพระนคร โดยต้นเพลิงเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เป็นอาคารเก่าใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ โดยเพลิงกำลังลุกลามอย่างรุนแรง วอดแล้วกว่า 12 คูหาเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงภูเขาทองถึงที่เกิดเหตุ เพลิงอยู่ระหว่างการลุกไหม้ 

เบื้องต้น พบบ้านเรือนอาคารเสียหาย 13 หลังคาเรือน มี 8 ใน13 หลังคาเรือน เกิดหลังคายุบตัวลงมาได้รับความเสียหาย

จากการสอบถาม น.ส.ไซรวด ซอน ชาวกัมพูชา อายุ 26 ปี เล่าว่า ตนเองพนักงานขายอาหารจีน เป็นเพียงผู้เช่าอาศัยห้องพัก โดยพักห้องกันห้องละ 3-4 คน ในราคาดพียงห้อง 1,700 - 2,300 บาท ขณะเกิดเหตุได้หลับอยู่บริเวณห้องชั้นล่างและมีคนร้องไฟไหม้ จึงพยายามออกจากตัวอาคาร และมีคนที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง นำกุญแจมาไขเปิด จึงรีบหนีออกมาโดยไม่นำทรัพย์สินใดๆ ติดตัวออกมา มีเพียงเสื้อผ้าที่สวมใส่เพียงและกระเป๋าใส่เอกสารเพียงเท่านั้น

และนายวิษณุ ปุระวัฒน์ อายุ 67 ปี เจ้าของบ้านต้นเพลิง เล่าว่า บ้านหลังที่เกิดตนเองได้เปิดเป็นร้านบริเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ และ แบ่งห้องให้ชาวต่างด้าวให้เช่าพักอาศัย ซึ่งขณะเกิดเหตุตนเองพักอาศัยบ้านอีกถัดไปอีก 5 หลังซึ่งก็ถูกเพลิงไหม้ลุกลามได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน

ด้าน ร.ต.อ.เลิศชาย ผือลองชัย รอง สว.(สอบสวน) สน.สำราญราษฎร์ กล่าวว่า ขณะนี้ ทราบชื่อเจ้าของห้องแถวต้นเพลิงแล้ว คือ นายวิษณุ ปุระวัฒน์ อายุ 67 ปี ตอนเกิดเหตุเจ้าตัวนอนพักอยู่ในห้องแถวอีกห้องหนึ่ง ซึ่งไม่ไกลกันมากนัก อยู่ระหว่างเชิญตัวไปสอบสวนที่ สน.สำราญราษฎร์ ส่วนสาเหตุและมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากห้องแถวที่เกิดเหตุเป็นทรัพย์สินในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งตนจะประสานตัวแทนเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งสำนักงานเขต กองพิสูจน์หลักฐาน และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งในช่วงสายวันนี้

มีรายงานว่าแต่เดิมถนนแพร่งนราเป็นวังเก่าของพระโอรสในรัชกาลที่ 4 คำว่า "แพร่ง" แปลว่า "ทางแยกทางบก"ส่วนหนึ่งของวังสร้างเป็นโรงละครร้อง หลังจากได้ตัดถนนแพร่งนรา ผ่านกลางวังแล้ว ได้สร้างตึกแถวขึ้นทั้งสองฟากถนน มีรูปทรงแบบสถาปัตยกรรมยุโรป ซึ่งเป็นที่นิยมกันในสมัยนั้น เป็นตึกแถว 2 ชั้น หน้าแคบ หลังคารูปจั่วตามความยาวของคูหา มุงด้วยกระเบื้องเกล็ด โดยสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันตึกแถวเหล่านี้เหลืออยู่ประมาณ 100 คูหา และอยู่ในความดูแลของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้ให้ประชาชนเช่าอยู่อาศัยและทำการค้ามาเป็นเวลานานปี.