ทุกวันนี้รถไฟฟ้านับเป็นทางเลือกสำคัญในการเดินทางของคนกรุงเทพฯ เนื่องจากสามารถกำหนดเวลาการเดินทางได้แน่นอนกว่าการเดินทางรูปแบบอื่น เพราะไม่ต้องฝ่าการจราจรที่ติดขัดในท้องถนน โดยเฉพาะรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ปัจจุบันมีผู้โดยสารมากที่สุด และมีระยะทางเดินรถยาวที่สุด

แต่ระยะหลังรถไฟฟ้าบีทีเอสถูกมองว่าเกิดเหตุขัดข้องในการเดินรถบ่อยขึ้น จนเกิดคำถามติดตามมาว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?????

เพื่อตอบคำถามนี้ สุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ชี้แจงกับรายงานวันจันทร์ ด้วยสถิติในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2555-2560 ของจำนวนครั้งของความล่าช้า (ตั้งแต่ 10 นาทีขึ้นไป) ดังนี้

ปี 2555 รถไฟฟ้าบีทีเอสมีจำนวนของความล่าช้า รวม 27 ครั้ง (รวม 15 ชม. 23 นาที) แยกเป็นเกิดจากระบบอาณัติสัญญาณ 15 ครั้ง (624 นาที) ขบวนรถ 7 ครั้ง (105 นาที) ราง 2 ครั้ง (126 นาที) ระบบไฟฟ้า 1 ครั้ง (43 นาที) ผู้ปฏิบัติงาน 2 ครั้ง (25 นาที)

ปี 2556 เกิด 41 ครั้ง (24 ชม. 20 นาที) แยกเป็นอาณัติสัญญาณ 25 ครั้ง (981 นาที) ขบวนรถ 11 ครั้ง (216 นาที) ราง 1 ครั้ง (185 นาที) ระบบไฟฟ้า 2 ครั้ง (58 นาที) ผู้ปฏิบัติงาน 2 ครั้ง (20 นาที)

...

ปี 2557 เกิด 34 ครั้ง (15 ชม. 23 นาที) แยกเป็นอาณัติสัญญาณ 20 ครั้ง (521 นาที) ขบวนรถ 12 ครั้ง (300 นาที) ราง 1 ครั้ง (37 นาที) ระบบไฟฟ้า 1 ครั้ง (65 นาที)

ปี 2558 เกิด 29 ครั้ง (10 ชม. 24 นาที) แยกเป็นอาณัติสัญญาณ 17 ครั้ง (361 นาที) ขบวนรถ 8 ครั้ง (142 นาที) ระบบไฟฟ้า 2 ครั้ง (60 นาที) ผู้ปฏิบัติงาน 2 ครั้ง (61 นาที)

ปี 2559 เกิด 30 ครั้ง (15 ชม. 29 นาที) แยกเป็นอาณัติสัญญาณ 13 ครั้ง (466 นาที) ขบวนรถ 12 ครั้ง (285 นาที) ราง 2 ครั้ง (61 นาที) ระบบไฟฟ้า 1 ครั้ง (95 นาที) ผู้ปฏิบัติงาน 2 ครั้ง (22 นาที)

ปี 2560 (ข้อมูลถึงสิ้นเดือนกันยายน) เกิด 24 ครั้ง (11 ชม. 28 นาที) แยกเป็นระบบอาณัติสัญญาณ 11 ครั้ง (422 นาที) ขบวนรถ 8 ครั้ง (148 นาที) ราง 2 ครั้ง (69 นาที) ผู้ปฏิบัติงาน 3 ครั้ง (49 นาที)

ทั้งนี้ “สุรพงษ์” ระบุถึงสาเหตุที่ปี 2556 มีตัวเลขความขัดข้องสูงกว่าทุกปี ว่า เป็นช่วงเริ่มติดตั้งและใช้ระบบ screen door เปิดปิดกั้นระหว่างชานชาลากับตัวรถ นอกจากนี้ ในระยะหลังบีทีเอสมีระยะทางของการเดินรถที่ไกลขึ้น จากเดิมที่เคยสิ้นสุดที่อ่อนนุช ก็ขยายไปเป็นแบริ่งและสำโรง หรือที่วงเวียนใหญ่ ก็ขยายเป็นบางหว้า รวมทั้งมีขบวนรถที่ใช้วิ่งมากขึ้น รวมทั้งแต่ละเที่ยวก็มีจำนวนตู้ที่มากขึ้น

“ส่วนที่มีคนครหาว่า เพราะใกล้หมดสัมปทานกับ กทม. บีทีเอสจึงไม่สนใจปรับปรุง บริษัทขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงว่า ไม่จริง เพราะบริษัทได้สั่งซื้อขบวนรถเพิ่มเติมอีก 2 ชุด ชุดแรกจากซีเมนส์จะทยอยมาในปีหน้า และชุดที่สองจากประเทศจีนจะมาในปี 2562 รวมทั้งลงทุนเพิ่มในด้านอื่นๆ เช่น ในปี 2561 จะทยอยติดตั้งระบบตู้จำหน่ายตั๋วแบบทัชสกรีน (รับธนบัตร) ในทุกสถานีด้วย”.