เปิดประวัติ 'กำพล วัชรพล' สามัญชนคนหนังสือพิมพ์ บุคคลที่ยูเนสโกยกย่อง ผู้มีผลงานดีเด่นด้านการศึกษา ...
นายกำพล วัชรพล เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2462 ที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ภรรยาคือ คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล
วัยเด็ก นายกำพล ต้องตามบิดาที่มีอาชีพล่องเรือ เร่ซื้อขายข้าว โอกาสที่จะได้เรียนหนังสือจึงมีน้อย ก่อนที่จะเข้าเป็นทหารเกณฑ์เมื่อปี 2483 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อหมดเวลาประจำการทหารเรือแล้ว ได้สมัครเข้ารับราชการเป็นลูกประดู่เต็มตัว ประจำเรือรบหลวงสีชัง เมื่อปี พ.ศ.2491 ได้ลาออกจากทหารเรือ เข้าทำงานหนังสือพิมพ์ 'หลักไทย' ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 50 สตางค์ มีหน้าที่ไปรวบรวมข่าวแจกที่กรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์) รายได้อีกส่วน ก็ได้มาจากค่านายหน้าในการหาโฆษณามาลงหนังสือพิมพ์
จากนั้นไม่นาน นายกำพล กับ นายเลิศ อัศเวศน์ บรรณาธิการ ได้นำสารคดีเรื่อง 'นรกใต้ดินไทย' ไปเสนอขายที่สำนักพิมพ์ แต่ตกลงราคากันไม่ได้ จึงนำมาลงทุนพิมพ์ขายเอง ได้เงินมา 6 พันบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ได้กลายเป็นต้นทุนในการทำนิตยสารรายสัปดาห์ชื่อ 'ข่าวภาพ' เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2493 ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นหนังสือพิมพ์ราย 3 วัน แล้วพัฒนาเป็นหนังสือพิมพ์ 'ภาพข่าวรายวัน' เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2495
ก่อนที่จะมีการปรับชื่อหนังสือพิมพ์มาเป็น 'เสียงอ่างทอง' และกลายมาเป็น 'ไทยรัฐ' เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2505 และเมื่อหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้รับความนิยมจากผู้อ่านมากขึ้น จนมีการจำหน่ายถึงวันละ 1 ล้านฉบับ
นายกำพล ปรารภกับผู้ใกล้ชิดว่า ประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรืองกว่าที่เป็นอยู่นี้ จำเป็นต้องส่งเสริมการศึกษา ด้วยการสร้างคน และให้คนมาสร้างประเทศ จึงได้มีนโยบายให้โอกาสเด็กนักเรียนในชนบทห่างไกล ได้มีโอกาสทางการศึกษา ซึ่งตัวเขาเองนั้นก็มาจากครอบครัวยากจน เมื่อพอมีฐานะบ้าง ก็คิดตอบแทนประชาชนด้วยการสร้างโรงเรียนไทยรัฐวิทยาเพื่อชุมชนในชนบท หลังแรกที่ลพบุรี ปี พ.ศ.2512
ทั้งนี้ ผลงานของ นายกำพล ได้รับการยกย่องไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ขณะที่ นายกำพล ยังมีชีวิตอยู่ ได้มีการประชุมใหญ่นักหนังสือพิมพ์ทั่วโลก ที่ประเทศบราซิล ในที่ประชุม นายฮิเดอิ ซากาตะ ผู้แทนสมาคม เจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น (Nihon Shimbun Kyokai-NSK) ได้กล่าวสดุดีนายกำพล ต่อที่ประชุมว่า เป็นคนเดียว และหนังสือพิมพ์ฉบับเดียว ที่ได้อุทิศเงินเพื่อการศึกษามากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา และถ้าหาก นายกำพล จะเอากำไรที่ได้จากการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ไปใช้ส่วนตัวจนหมด หรือแบ่งให้คนทำงานบ้าง ก็ไม่มีใครว่าอะไร
ทั้งนี้ นายกำพล เคยดำรงตำแหน่งกรรมการมูลนิธิหนังสือพิมพ์แห่งเอเชีย ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุด คือ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญกาดสรรเสริญชั้นที่ 1
นายกำพล ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคมะเร็งลำไส้ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2539 ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับศพไว้ในพระราชานุเคราะห์ ในการสวดพระพิธีธรรม และเมื่อถึงคราวพิธีพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2540 ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดเทพศิรินทราวาส ด้วย.