คืบหน้าคดี ข้าราชการ สธ.ลวนลามลูกน้อง ล่าสุด เบี้ยวนัดให้ปากคำการสอบสวนวินัย อ้างไปมอบตัวแต่กลับไม่โผล่ รองปลัด สธ. เผยแนวโน้มสูงอาจผิดวินัยร้ายแรง ยื่นเดดไลน์ศุกร์นี้ไม่มาถือว่าไม่ประสงค์ให้ปากคำจะสรุปผลทันที ปัดไม่รู้กระแสข่าวส่งคนเคลียร์ ลั่นใครโผล่มาให้จดชื่อไว้...
เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี ลูกจ้างของกระทรวงสาธารณสุขได้ทำหนังสือร้องเรียนว่าถูกหัวหน้าลวนลามและทำอนาจาร นอกจากนี้ยังได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.เมืองนนทบุรี พร้อมนำคลิปภาพที่แอบถ่ายไว้มามอบให้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวกับทีมขาวไทยรัฐออนไลน์ ว่า เราได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา เบื้องต้นตนยังไม่ได้ดูสำนวนการสอบสวนว่าเป็นอย่างไร เพราะไม่อยากที่จะเข้าไปก้าวก่าย แต่เท่าที่ทราบจากข่าว ว่ามีผู้ร้องเรียนเข้ามา 4 ราย หลังจากร้องเรียน ก็ได้มีคำสั่งย้ายให้ไปอยู่ไปที่สำนักงานสาธารณสุขแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองนนทบุรี เพื่อป้องกันไม่ให้ไปยุ่งวุ่นวายกับลูกน้องคนอื่นๆ หรือ ผู้ที่ร้องเรียนเข้ามา จากนั้น น้องผู้เสียหายเขาก็ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ทีหลัง
“ตอนแรกคาดว่าผลสอบข้อเท็จจริงน่าจะออกเมื่อวาน (15 ส.ค.) แต่...ผลไม่ออก เนื่องจากผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่มาให้ปากคำ อ้างว่าไปประกันตัวกับตำรวจ แต่เราก็ได้ข่าวจากตำรวจว่าไม่ได้ไป ทั้งนี้ จึงต้องเลื่อนไปโดยกำหนดเดดไลน์ถึงวันศุกร์นี้ หากไม่มาให้ปากคำอีก ก็คือว่า “ไม่ประสงค์จะมาให้ปากคำ” จากนั้นก็จะสรุปเลย”
นพ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการสอบข้อเท็จจริงครั้งนี้ หาก “ไม่มีมูล” ทุกอย่างก็จบไป แต่เมื่อดูจากหลักฐานแล้วคิดว่าไม่น่าใช่ หากสอบสวนแล้ว “มีมูล” ก็จะตั้งกรรมการสอบวินัย เพราะเขาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เราทำได้แค่สอบสวนทางวินัย โดยแยกเรื่องทางแพ่ง กับ อาญาออกจากกัน ซึ่งเป็นเรื่องของตำรวจ
...
"การสอบสวนวินัยจะออกมา 2 แบบ คือ ผิดวินัยร้ายแรง กับ ผิดวินัยไม่ร้ายแรงหากผิดวินัยร้ายแรง ก็ถึงขั้นไล่ออก ซึ่งผลจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่จะสรุปมา แต่เมื่อดูแนวโน้มแล้วคาดว่า อาจจะผิดวินัยร้ายแรง..." รอง ปลัด สธ. กล่าว
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา มีกระแสว่าผู้ถูกร้องเรียนได้มีการส่งคนเจรจากับผู้เสียหาย เรื่องนี้ได้ยินมาบ้างหรือไม่ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “ผมไม่รู้จริงๆ” ซึ่งตนได้ยินมาหลายกระแสข่าว บ้างว่า เจ้าตัวได้ไปเจรจา อีกกระแสข่าวก็ว่ามีผู้บังคับบัญชาของเจ้าตัวไปเจรจา ซึ่งตนขอบอกว่า ข้าราชการที่ก่อเหตุรายนี้ “ไม่ใช่บิ๊กข้าราชการ” เขาแค่ ซี6 เท่านั้น ส่วนกรณีผู้เสียหายเขาจะไปพูดคุยกับเจ้านายของน้องคนนี้เพื่อถามไถ่เรื่องดังกล่าวหรือไม่ ตนไม่ทราบ
“แต่ที่ผ่านมา เรากำชับว่า ขอให้กรรมการสอบข้อเท็จจริงได้จดทุกอย่าง เช่น มีใครเจรจาให้ถอนเรื่อง ให้กรรมการจดชื่อไว้ด้วย เพราะเราอยากรู้ว่าใครที่จะมาช่วย เพราะเรื่องนี้ ท่านปลัดฯ และรัฐมนตรี ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด หากผลสอบออกมาตามที่ถูกกล่าวหาจริง เราคงไม่เลี้ยงไว้ ฉะนั้น ขอว่าไม่ต้องห่วง เรื่องนี้เราติดตามอย่างใกล้ชิด ใครเข้ามาช่วยเราก็ต้องรู้”
นอกจากนี้ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยังกล่าวถึงกฎเกณฑ์ที่ทางกระทรวงวางไว้เพื่อป้องกันการคุกคามทางเพศไว้ 5 ข้อ ประกอบด้วย
1.ห้ามมีกิริยาคุกคามทางเพศ เช่น โอบ กอด ลูบ คลำ
2.ห้ามใช้คำพูด เช่น แซว
3.ห้ามส่งสายตาคุกคาม
4.การส่งข้อความ รูปอนาจาร ไม่ว่าทางไหน อิเล็กทรอนิกส์ หรือ จะส่งกระดาษก็ตาม
5.การกระทำอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุ
ด้าน พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เปิดเผยว่าตอนนี้ได้ทำหนังสือไปถึงผู้บังคับบัญชาเขาเพื่อส่งตัวเขามา ตอนนี้จึงขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาเขาว่าจะส่งตัวมารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อไหร่
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา มีการกระแสข่าวว่ามีการส่งคนมาเจรจากับผู้เสียหาย เพื่อให้ผู้เสียหายถอนแจ้งความ พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ไม่สามารถยอมความกันได้อยู่แล้ว แม้ผู้เสียหายไม่ติดใจแล้วถอนแจ้งความ แต่พนักงานสอบสวนก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฉาวโฉ่! ขรก.หื่น ลวนลามลูกน้อง โดนย้อนศรตั้งกล้องถ่าย ล่าสุดเจองานเข้า