แม่ และทนาย น้องพลอย ไม่ปักใจเชื่อคำให้การ 'เอส พลกฤต' ระบุ ผู้ต้องหาศึกษาข้อกฎหมายมาดี ชี้ต้องมีคนร่วมขบวนการ
นางพัชรี ปิ่นทอง แม่ของนางสาวพลอยนรินทร์ ผลิผล หรือ น้องพลอย เปิดใจผ่านรายการถามตรงๆ กับจอมขวัญว่า ตนเพิ่งมาตอน 21.00 น. ของวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า จับผู้ต้องหาคือ นายพลกฤต วิเศษ หรือ เอส ได้แล้ว ซึ่งตนก็ติดตาม และมีคำถามตลอดว่า ทำไมเอส ต้องหลบหนี ทำไมต้องทำศัลยกรรม และมีครอบครัวใหม่ ซึ่งเอส เอาน้องพลอยไปไว้ที่ไหน โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ก็เป็นคนบอกตนเองว่า จับคนร้ายได้แล้ว และน้องพลอยเสียชีวิตแล้ว
"แม่ถามในใจตลอด นี่คือสิ่งที่แม่รอมาตลอด 3 ปีหรือ ส่ิงที่ได้รับคือแบบนี้หรือ มันไม่ใช่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเล่าคร่าวๆ ว่า เขาเอาน้องพลอยไปแล้วทะเลาะกัน น้องพลอยกระโดดรถหนีลงไปเอง จนได้รับบาดเจ็บ แม่ไม่เชื่อหรอก แม่รู้ว่าน้องช่วยเหลือตัวเองเต็มที่แล้ว"
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ตนเคยไปตรวจดีเอ็นเอที่ สภ.แก่งคอย ตนก็อุ่นใจตรงที่ว่ามีใครตาย หรือมีครอบครัวที่ไม่เจอญาติก็น่าจะมีข้อมูลจากดีเอ็นเอบ้าง ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนที่ตำรวจพบกระดูกตรงป่าที่เจอน้องพลอยนั้น ตนก็ยังฟังข่าวอยู่ว่าเจอศพแล้ว ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นน้องพลอย
นางพัชรี กล่าวอีกว่า สิ่งที่คาใจตน คือ ผู้ต้องหาทำไมต้องหนีขนาดนั้น ทำไมต้องทำศัลยกรรม ครั้งสุดท้ายที่ตนรู้ คือ ผู้ต้องหามาทำร้ายน้องพลอยถึงบ้าน เขาทำรุนแรง เพราะความหึงหวง ตลอดเวลาที่คบกัน 2 ปี ตนรู้จากเพื่อนน้องพลอยว่า เขาทำร้าย ตบตี และบีบคอน้องพลอย ก่อนหน้านี้ที่ตนเห็นผู้ต้องหา ตนคิดว่าน้องไม่มีความสุขกับผู้ชายคนนี้แน่นอน แต่ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เขารักกัน น้องพลอยก็ชอบเขา ตนก็ต้องทำใจ
...
ทั้งนี้ ก่อนหน้าตนเคยรู้ว่า สัญญาณโทรศัพท์ของน้องพลอยที่อยู่จุดสุดท้าย เหมือนห้องเก็บของในสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง ที่ผู้ต้องหาได้โทรหาอีกคน และสิ้นสุดตรงนั้น ตนก็เอาเบอร์นี้ไปบอกตำรวจ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตนไม่เคยรู้เรื่องเลยว่าเขาหนีไปไหน ตนเคยตามพนักงานสอบสวน ไปติดต่อที่ สภ.ท่าเรือ ไปตลอด แต่ก็ยังไม่พบข้อมูลที่เป็นประโยชน์
"สิ่งที่แม่วางแผนไว้ ถ้าเจอลูกแล้วจะรับขวัญน้อง แต่มันไม่ใช่อย่างที่แม่รอ จากนี้ไปแม่จะต้องต่อสู้เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับน้องพลอย น้องต้องไม่ตายฟรี แม่เหนื่อย แต่แม่เชื่อว่าน้องเหนื่อยกว่า แม่ทำได้แล้ว เราจะต้องกลับมาอยู่กันแบบเหมือนเดิม แม่ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น คนเราทำผิด หนีได้ แต่ความผิดมันก็อยู่ในใจ แม่กลัวไม่ได้ เราท้อไม่ได้ ยิ่งตอนนี้มีสื่อ มีตำรวจ มีกำลังใจ มันทำให้แม่มีแรง"
ทั้งนี้ 3 ปีที่ผ่านมา อยากให้ตำรวจช่วย ใครเขาเดือดร้อน คนที่หายไป ขอให้ตำรวจช่วยหน่อย ให้ความสำคัญ อยากให้คดีน้องพลอยเป็นตัวอย่าง ถ้าเขายื่นมือมาเร็วกว่านี้ เราอาจจะไม่ได้จากกันแบบนี้
"เป็นของขวัญวันแม่ที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต ทุกย่างพังหมด มันสูญเสียจริงๆ เหมือนส่วนหนึ่งของแม่หายไป น้องพลอยเป็นคนดี แต่น้องโชคไม่ดี ที่ต้องมาเจอกลับคนใจดำ คนใจอำมหิต ทำได้แม้กระทั่งผู้หญิงคนหนึ่ง เขาบอกว่ารักน้อง แต่ทำไมเขาแบบนี้ เขาทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เขากลับหลบหนีไปใช้อย่างมีความสุข เขาเหยียบย่ำหัวใจผู้หญิง 3 คน แม่เขา แม่ และน้องพลอย แม่ต้องขอบคุณหัวหน้างาน และเพื่อนร่วมงาน ฝ่ายบุคคลของ บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ไม่เคยว่าแม่ ที่ออกตามหาลูก 3 ปี"
ทางด้าน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ กล่าวว่า ทางทีมงานและตำรวจชุดสืบสวน รวมถึงสื่อมวลชน รู้แล้วว่าน้องพลอยเสียชีวิตแล้ว แต่เราก็กลัวว่าแม่ของน้องพลอยจะช็อก ซึ่งพล.ต.อ.ศรีวราห์ เป็นคนแจ้งเองว่า น้องพลอยเสีย
อย่างไรก็ตาม ข่าวที่พบศพและกระดูกนั้น ตนเคยเห็นข่าวนี้เมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งทีมกู้ภัยฯ ก็บอกเองว่า จุดนี้เคยมีร่างทรงมาตามหาคน ซึ่งก็เจอศพนี้แทน ทางผู้การสระบุรี ก็ชี้แจงว่า ในปี 2557 นั้นยังไม่การทำระบบข้อมูลเชื่อมโยงกัน
ทนายรณณรงค์ กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหา เขาก่อเหตุในระหว่างที่เป็นทหาร ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมาย ทางผู้ต้องหาติดต่อญาติ หน้าจะทนไม่ไหว ชุดสืบบอกได้กินมะม่วงแค่ 2 ลูก ซึ่งบุคคลในพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนีกำลังจะโดนดำเนินคดีต่อไป ซึ่งการสอบสวนนั้นนานกว่า 5 ชั่วโมง จนเขารับสารภาพ
"สิ่งที่เราสงสัย และไม่เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา คือ ซ้อมเหยื่อเสร็จ ทำไมต้องเอาไปเผานั่งยาง ซึ่งตามข้อกฎหมาย การพลั้งมือฆ่า โทษจะเบากว่า เขาให้การวกวน ไม่ได้บอกรับตั้งแต่ต้น ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมาเขาน่าจะศึกษาข้อกฎหมายมาอย่างดี การจับกุมก็ทำให้ลำบาก เปลี่ยนมือถือใหม่ เปลี่ยนซิมการ์ดใหม่ เชื่อว่าน่าจะมีที่คนสมรู้ร่วมคิดด้วย จากการคาดเดา ถ้าจากท่าเรือเอาศพไปเผาเลยก็อีกประเด็นหนึ่ง แต่อันนี้เขาแวะไปที่อื่นก่อน แสดงว่ามีคนแนะนำ จุดที่เอาศพไปทิ้งเป็นจังหวะทางโค้ง รถจะไม่หยุดตรงนั้น เพราะเป็นทางชัน จุดสังเกตคือ ใครเป็นคนบอกเขาว่าตรงนั้น เป็นจุดเผา อาจจะมีมากกว่านั้น เอส เป็นคนฉลาด"