จากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 20 ก.ค.60 ให้ กทม.เปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยเป็นถนนอินทามระ ภายใน 180 วัน ตามทะเบียนประวัติของถนน...การฟ้อง กทม.ครั้งนี้มีที่มาอย่างไร “รายงานจันทร์” วันนี้ มีคำชี้แจงจากนายกฤษฎา อินทามระ ทายาทตระกูล “อินทามระ”

ถาม-ทำไมถึงต้องฟ้อง

กฤษฎา-ตนและญาติพี่น้องในตระกูลอินทามระต่างทราบประวัติความเป็นมาของการปรากฏชื่อ “อินทามระ” บนป้ายชื่อซอยในย่านนี้ ซึ่งมีการติดป้ายตั้งแต่ปี 2503 ว่า มาจากการทำคุณงามความดีของคุณปู่ (พล.ต.ท.โต๊ะ อินทามระ อดีตหัวหน้ากองคลังกรมตำรวจ) ส่วนถนนไม่ได้สนใจว่าควรจะเป็นชื่อนี้ด้วยหรือไม่ กระทั่งเมื่อวันที่ 11 พ.ย.2547 กทม.มีนโยบายยกเลิกระบบหมู่และเปลี่ยนชื่อถนน ตรอก ซอย ตามมาตรฐานสากลให้เหมือนกันทั้ง 50 เขต และเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2548 กทม.มีมติให้ใช้ชื่อถนนทั้งสายว่า สุทธิสารวินิจฉัย และให้เปลี่ยนชื่อซอย ทำให้ซอยอินทามระทั้ง 59 ซอย ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ซอยสุทธิสารวินิจฉัย ตนในฐานะทายาท พล.ต.ท.โต๊ะ อินทามระ เห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะกรมตำรวจเคยมีมติให้ตั้งชื่อถนนและซอยทั้ง 59 ซอย ว่า “อินทามระ” ตามนามสกุลของ พล.ต.ท.โต๊ะ อินทามระ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดี จึงได้ฟ้องคดีที่ศาลปกครองกลางเมื่อปี 2548 เป็นคดีแรก เพื่อไม่ให้ กทม.เปลี่ยนชื่อซอย อินทามระ ทั้ง 59 ซอยเป็นซอย สุทธิสารวินิจฉัย แต่ศาลยังมิได้วินิจฉัย กทม. ได้แถลงรับว่า ยังคงให้ใช้ชื่อซอย อินทามระ ทั้ง 59 ซอยเช่นเดิม ตนจึงได้ถอนฟ้องคดีแรกไป ทว่า 3 ปีต่อมา ตนเห็นว่า ถ้าไม่ฟ้องศาลเพื่อให้ กทม. เปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยไปเป็นถนนอินทามระแล้ว กทม.อาจเปลี่ยนชื่อซอยอินทามระให้เป็นซอยสุทธิสารวินิจฉัยอีก ต้นปี 2551 ตนจึงยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง เพื่อให้ กทม.ติดตั้งป้ายชื่อถนนอินทามระ และถนนสุทธิสารวินิจฉัยให้ถูกต้องตามประวัติความเป็นมาในทะเบียนประวัติถนน พ.ศ.2503

ถาม-มีหลักฐานประกอบอย่างไรบ้าง

กฤษฎา-ตอนแรกตนยังไม่มีเอกสารเกี่ยวกับความเป็นมาของถนนและซอยอินทามระ อยู่ในมือเลย แต่ได้บรรยายคำฟ้องจากคำบอกเล่าของญาติผู้ใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ว่าซอย อินทามระ ทั้ง 59 ซอยมีประวัติความเป็นมาอย่างไร ต่อมาได้พยายามค้นหาหลักฐานที่เป็นประวัติการตั้งชื่อถนนและซอยจากหอสมุดแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เอกสารเก่าๆของคุณปู่ที่ยังเก็บรักษาไว้ จนกระทั่งไปพบหลักฐานสำคัญที่สำนักปกครองและทะเบียน กรุงเทพมหานคร เป็นสมุดเล่มใหญ่มาก หน้าปกเขียนว่า ทะเบียนถนน ในเขตเทศบาลนครกรุงเทพ เล่มที่ 2 พ.ศ.2503 ซึ่งสมุดดังกล่าวพบว่ามีการลงทะเบียนเป็นประวัติย่อของถนนอินทามระไว้

นอกจากนี้ยังมีเอกสารสำคัญอีกฉบับหนึ่งคือ หนังสือของนายกเทศมนตรีนครกรุงเทพ ลงวันที่ 2 มิ.ย.2503 โดยเอกสารดังกล่าว นายกเทศมนตรีนครกรุงเทพ ได้มีไปถึง ......ซึ่งมีประเด็นสำคัญตอนหนึ่งระบุว่า ......“ เทศบาลนครกรุงเทพได้มีหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ไปทางกรมตำรวจแล้ว ได้รับแจ้งว่าเรื่องนี้ที่ประชุม อ.ก.พ.กรมตำรวจ ได้มีมติให้ตั้งชื่อถนนในที่ดินจัดสรรหลังสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ตำบลสามเสนใน อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร ว่า ที่ตอนหน้าให้ใช้ชื่อพระสุทธิสารวินิจฉัยเป็นชื่อถนน ส่วนที่ข้างในซึ่งเป็นของกรมตำรวจให้ใช้นามสกุลของหัวหน้ากองคลัง กรมตำรวจ (พล.ต.ท.โต๊ะ อินทามระ) เป็นชื่อถนน ซึ่งเทศบาลนครกรุงเทพเห็นสมควรให้ใช้ถนน (ซอย) สุทธิสารวินิจฉัย ตอนตั้งแต่ถนนพหลโยธินเข้าไปในระยะ 500 เมตร และตอนต่อไปให้ใช้ถนนอินทามระ...ฯ” ตนจึงได้นำเอกสารสำคัญทั้งสองนี้ไปแสดงต่อศาล

ถาม-ก่อนฟ้องร้อง กทม.เคยมาถามข้อมูลบ้างหรือไม่

กฤษฎา- กทม.ไม่เคยส่งเจ้าหน้าที่มาถามข้อมูลใดๆเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของถนนและซอยอินทามระ หรือถามคนในตระกูลอินทามระก่อนว่าขัดข้องหรือไม่ ในทางกลับกันก่อนเป็นคดี ตนมีหนังสือแจ้งไปถึง กทม. แต่ กทม.เพิกเฉยจึงต้องนำคดีนี้ขึ้นสู่ศาล

ถาม-กทม.อ้างว่าหากเปลี่ยนชื่อแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่จะสับสน

กฤษฎา- เมื่อ กทม.แพ้คดีแล้ว กทม.ต้องมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบว่า นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถนน สุทธิสารวินิจฉัย มีความยาวเพียง 500 เมตร ส่วนต่อจากนี้คือถนน อินทามระ โดยติดตั้งป้ายชื่อถนนทั้งสองสายให้ประชาชนเห็นทั้งในส่วนที่เป็นถนน อินทามระ และถนน สุทธิสารวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม หากประชาชนที่เรียกขานจนติดปากแล้วว่าถนนสุทธิสารวินิจฉัย แล้วไม่ยอมเรียกว่าถนนอินทามระ ก็เป็นสิทธิของประชาชนที่จะถนัดเรียกชื่อใดก็ได้ ตระกูลอินทามระไม่ขัดข้องและไม่บังคับประชาชนให้เรียกชื่อถนนอินทามระ ส่วนการเปลี่ยนข้อมูลทะเบียนบ้าน หรือบัตรประจำตัวประชาชนนั้น หากในปี 2548 ตนไม่โต้ตอบกรณีที่ กทม.จะเปลี่ยนชื่อจากซอยอินทามระเป็นซอยสุทธิสารวินิจฉัย ตอนนั้นก็ต้องแก้ข้อมูลในบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านเช่นกัน เพียงแต่การแก้ไขในวันนี้ ทำด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง.