สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวโอวาทชี้ ครูสอนบาลีมีความสำคัญมาก ควรขยันสอน อย่าไปห่วงกิจนิมนต์ เหตุครูที่ผ่านการอบรมมีน้อย

วันที่ 7 ก.ค.60 ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เป็นประธานปิดการอบรมครูสอนบาลี และมอบวุฒิบัตรให้กับผู้ที่ผ่านการอบรม พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาท ว่า ความเป็นครูสอนภาษาบาลีนั้นมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยสอนให้นักเรียนมีความเข้าใจในภาษาบาลี ซึ่งมีความสำคัญต่อการศึกษาพระพุทธศาสนา การเป็นครูสอนบาลีได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย มีพระสงฆ์เพียงไม่กี่รูป ที่จะมีความสามารถจนได้มาเป็นครูสอนภาษาบาลี “ดังนั้นครูสอนภาษาบาลีต้องวางตัวให้เหมาะสม ทั้งยังต้องมีความขยันที่จะสอน อย่าไปห่วงกิจนิมนต์ ถ้ามีกิจนิมนต์ตรงกับเวลาที่จะสอนนักเรียน หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง นำเวลาจะไปกิจนิมนต์มาสอนบาลีพระ เณร จะดีกว่า และยิ่งครูขยันสอน นักเรียนก็จะยิ่งมีความรู้มากขึ้น” ทั้งอยากให้ครูสอนบาลียึดคุณสมบัติความเป็นครูตามหลักทางพระพุทธศาสนา นำไปปฏิบัติ ประกอบด้วย 7 ประการ คือ

1.ปิโย เป็นผู้น่ารัก
2.ครุ น่าเคารพ เป็นผู้หนักแน่น สมเป็นครู
3.ภาวนีโย น่ายกย่อง น่ากราบไหว้
4.วตฺตา เป็นผู้แนะนำพร่ำสอน เป็นที่ปรึกษาที่ดี
5.วจนกฺขโม อดทนต่อถ้อยคำ
6.คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา กล่าวเรื่องราวต่างๆ ให้ลึกซึ้งได้ ทำเรื่องลึกซึ้งให้ตื้นได้
7.โน จฏฺฐาเน นิโยชเย ไม่แนะนำในเรื่องเหลวไหลไม่ชักจูงศิษย์ไปในทางที่เสีย

ด้านพระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ กรรมการมส. ในฐานะแม่กองบาลีสนามหลวง กล่าวว่า ปัจจุบันมีครูสอนบาลี ตามสำนักเรียนบาลีทั่วประเทศ ที่ผ่านการอบรม และลงทะเบียนกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ประมาณ 1,600 รูป และเมื่อผ่านการอบรม จะได้รับวุฒิบัตร และค่าตอบแทนในการจัดการเรียนการสอน 20,000 ต่อปี แต่ในปัจจุบันยังถือว่าขาดแคลนครูสอนบาลีอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งยังพบด้วยว่า ครูสอนบาลีอีกกว่า 1,000 รูป ยังไม่ได้รับการลงทะเบียน และเข้ารับการอบรม ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถรับเงินค่าตอบแทนได้

...