ช่วงนี้ข่าวเจ้าลัทธิสะกดจิตที่ดึงเอาคนดังไปแอบอ้างโฆษณาโดยเจ้าตัวไม่ได้อนุญาตกำลังเป็นประเด็นที่สนใจของสังคม ซึ่งครูเคทได้เคยพูดเรื่องลัทธิรูปแบบต่างๆ ในสังคมไทยกันไปบ้างแล้วในตอนก่อนๆ ครั้งนี้เลยขอหยิบขึ้นมาพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่ออยากจะส่งความคิดเห็นผ่านไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองประชาชนว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยควรมีกฎหมายกำกับดูแลการตั้งกลุ่มหาประโยชน์ด้วยการชวนเชื่อในรูปแบบศาสนา ฝึกอบรมสร้างแรงบันดาลใจ ธุรกิจขายตรงเป็นลูกโซ่และการลงทุนออนไลน์ และกลุ่มฝักใฝ่การเมือง ฯลฯ ไม่อย่างนั้น พอลัทธิใดล้มสลายก็จะมีเจ้าลัทธิหรือผู้นำคนใหม่สร้างลัทธิหรือกลุ่มใหม่ขึ้นมาหลอกกลุ่มคนเดิมๆ กันอีก ไม่จบสิ้นและเห็นกันอยู่เป็นประจำทุกยุคทุกสมัย ถ้าหากกฎหมายของไทยล้าสมัยหรือมีข้อจำกัดด้านบุคลากรที่มีความรู้กว้างไกล ก็ลองศึกษากฎหมายของประเทศอื่นๆ ดูบ้างก็ได้
ครูเคทไม่ได้มีความรู้เรื่องกฎหมายอะไรมากมายหรอกค่ะ แต่ได้คุยกับคนไทยที่อยู่ฝรั่งเศสมาเป็นเวลานาน ได้ทราบว่าประเทศประชาธิปไตยอย่างฝรั่งเศสที่คนทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกยึดถือความเชื่ออะไรก็ได้ตราบใดที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เขายังมีกฎหมายที่คุ้มครองประชาชนของเขา เพราะเขาเป็นห่วงว่าอาจจะมีประชาชนบางส่วนอาจตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มคนที่ต้องการหาผลประโยชน์บนความเชื่อของคนหมู่มากก็ได้ เขาเลยมีกฎหมายออกมาหลายอย่างที่ครูเคทคิดว่าถ้าเมืองไทยเรามีบ้างก็น่าจะดี เช่น กฎหมายการชุมนุมทางการเมือง ฝรั่งเศสเขาเปิดกว้างให้มีการชุมนุมประท้วงได้ตามใจชอบโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ดังนั้นใครจะชุมนุมก็ต้องมาแจ้งทางการให้เป็นกิจจะลักษณะว่าจะประชุมกันที่ไหนเมื่อไหร่ ทางการเขาจะช่วยอำนวยความสะดวก จัดหาสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ และไม่ให้ประชาชนอื่นๆ ที่ไม่ได้ชุมนุมเดือดร้อน ไม่ใช่มาปิดกั้นถนนจนบ้านเมืองเป็นอัมพาตเป็นปีๆ แบบเมืองไทย
นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังมีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ได้รับความรำคาญใจจากการขายตรงและคอลล์เซ็นเตอร์ ดังนั้น ธุรกิจขายตรงแบบที่ต้องสมัครสมาชิกหาดาวน์ไลน์จึงเป็นสิ่งผิดกฎหมายเข้าไปทำธุรกิจในฝรั่งเศสไม่ได้ การฝึกอบรมสะกดจิต NLP หรือสร้างแรงบันดาลใจที่คนเรียนกันเป็นกลุ่มใหญ่ สร้างความเชื่อให้กับตัวเองว่าตนทำได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายไม่สามารถเข้าไปเปิดสอนในฝรั่งเศสได้เช่นกัน
หากนักกฎหมายไทยและผู้บริหารประเทศตามพัฒนาการของลัทธิยุคใหม่ไม่ทัน ก็ลองๆ ศึกษาจากประเทศอื่นๆ ดู หรือปรึกษาจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องมานั่งแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เมื่อคนไทยมีอาการหลงทางในชีวิตและติดกลุ่มลัทธิรูปแบบต่างๆ กันไปแล้ว เหยื่อเหล่านี้กว่าจะรู้ตัวก็มักจะหมดเงินไปมหาศาล แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าเงินก็คือ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเข้าไปในกลุ่มลัทธิต่างๆ เมื่อพบว่าเจ้าลัทธิถูกจับหรือถูกเปิดโปง เหยื่อหรือสาวกแฟนคลับทั้งหลายจะรู้สึกว่าตนเป็นคนโง่หมดคุณค่าหมดความภาคภูมิใจในตนเอง และนำไปสู่การดูถูกและลงโทษตนเอง และมักจะลงเอยด้วยอาการซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย หรือกลายเป็นคนต่อต้านสังคมไป
เรื่องนี้ผู้บริหารประเทศน่าจะให้ความสนใจเป็นวาระแห่งชาติ เพราะคนไทยมีแนวโน้มที่จะเชื่ออะไรง่ายๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อใช้กิเลสเป็นตัวล่อ เช่น ความร่ำรวยความสำเร็จ (โลภะ) ความอยุติธรรม (โทสะ) และ ความหวังในอนาคต (โมหะ) ฯลฯ ใครที่ขาดอะไรบางอย่างก็อาจจะตกเป็นเหยื่อการชวนเชื่อเหล่านี้ได้ อย่ามัวไปโทษหรือตำหนิคนที่ตกเป็นเหยื่อ แต่กฎหมายต้องปกป้องคุ้มครองดูแลคนไทยที่อาจเผลอไผลหลงเชื่อ และลงโทษผู้ที่หลอกลวงให้หลาบจำ รวมทั้งฟื้นฟูความรักความผูกพันในครอบครัว การให้ความรู้ด้านจิตวิทยาที่ถูกต้องแก่พ่อแม่ผู้ปกครองและประชาชน ฟื้นฟูจิตสำนึกในเรื่องความดีงาม ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้จึงจะหมดไปจากสังคมไทย
ใครมีปัญหา ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือ เข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ