นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยร็อกกี้เฟลเลอร์ได้วิจัยสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของปลาขณะที่กำลังว่ายน้ำหรือจากอุจจาระพวกมันจากแม่น้ำฮัดสันและแม่น้ำอีสต์ ในมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าสามารถบ่งชี้การปรากฏตัวหรือการหายไปของปลาชนิดต่างๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิได้ โดยใช้เทคนิคการตรวจหาร่องรอยดีเอ็นเอของปลาในแม่น้ำที่ชื่อ eDNA จะช่วยระบุชนิดปลาที่ใกล้สูญพันธุ์และปลาทั่วๆไป รวมทั้งรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ
ก่อนหน้านี้ นักวิจัยดำเนินการทดสอบเป็นระยะๆ ด้วยเก็บ ตัวอย่างผิวน้ำจากจุดเดิมๆของแม่น้ำทั้ง 2 สายดังกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อการบันทึกการอพยพของปลา พวกเขาเผยว่า การตรวจด้วยดีเอ็นเอนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่ชัดเจนเกี่ยวกับดีเอ็นเอในน้ำซึ่งสามารถคงอยู่บนผิวน้ำได้ ทั้งนี้ พบจำนวนดีเอ็นเอจากปลา 42 ชนิด และ 81% ของปลาเป็นที่มีอยู่ทั่วไปในแม่น้ำของนิวยอร์ก เช่น ปลาเฮร์ริ่ง ปลาสตริป เบสส์ หรือปลากะพง ปลาออยสเตอร์ โทดฟิช หรือปลาย่าดุก แต่ก็พบดีเอ็นเอ ของปลาที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในแม่น้ำทั้ง 2 แห่งนี้ ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลานิล และปลากะพงแดง ซึ่งน่าจะถูกปล่อยจากน้ำเสีย
ข้อมูลของนักวิจัยส่วนใหญ่สอดคล้องกับผลจากการวิจัยการอพยพย้ายถิ่นโดยวิธี fishnet trawls ใช้อวนตาข่ายซึ่งเป็นวิธีการดั้งเดิมในการติดตามการย้ายถิ่นทางทะเล ที่มีราคาแพงและเป็นอันตรายต่อปลา อย่างไรก็ตาม นักวิจัยคาดว่าวิธีตรวจสอบด้วย eDNA จะนำไปวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพและราคาที่ย่อมเยากว่า.