ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สั่งสืบสวนอย่างละเอียด กรณีลูกหมีควายที่ถูกนำไปปล่อย ตกจากเฮลิคอปเตอร์ตายในพื้นที่เขาใหญ่ ชี้ ไม่ใช่ไล่ล่าหาคนผิด แต่เป็นการถอดบทเรียนหาข้อผิดพลาด เผยภาพนิ่ง-วิดีโอ พบ จนท.ใส่ใจในทุกขั้นตอน ...

จากข้อสงสัยกลายเป็นข้อถกเถียง กรณีเกิดเหตุสลดในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ช่วงวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อหมีควายน้ำหนักประมาณ 80-90 กก. ตกจากเฮลิคอปเตอร์ ตายคาที่ ขณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกำลังนำตัวไปปล่อยในป่า หลังจากที่รักษาอาการป่วยจนหายดีแล้ว

ทั้งนี้ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ทราบว่าหมีควายตัวดังกล่าวได้ออกจากป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มารบกวนชาวบ้านที่อยู่รอยต่อเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2559 เจ้าหน้าที่จึงได้จับตัวนำมาตรวจโรค และทำการรักษาจนหายดีแล้ว ในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เตรียมนำหมีควายกลับคืนสู่พื้นที่ป่าลึกของอุทยานฯ พร้อมกับติดเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมที่ปลอกคอ เพื่อติดตามพฤติกรรม การอยู่อาศัย และการดำรงชีวิตของหมี

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนย้ายทางรถยนต์ทำได้ยากลำบาก ทางสัตวแพทย์จึงได้ฉีดยาสลบให้หมีควายสลบ แล้วนำใส่ตาข่ายผูกห้อยไปกับเฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำเข้าไปในป่าลึก ในระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุ หมีควายตกจากเฮลิคอปเตอร์จนเสียชีวิต แต่ทางผู้เกี่ยวข้องปิดข่าวนี้มาโดยตลอด นั้น

...

ในเรื่องนี้ นายวิรัช จตุพนาพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ ว่า ในเบื้องต้นได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบข้อเท็จจริงแล้ว ให้ดำเนินการสืบว่าเกิดอะไรขึ้น มีข้อผิดพลาดอะไร ซึ่งความจริงไม่ใช่การล่าหาคนผิด แต่เป็นการถอดบทเรียนว่า เราผิดพลาดอะไร เพราะเจ้าหน้าที่ก็ตั้งใจทำทุกคน ไม่ใช่เรื่องทุจริต แต่เป็นขบวนการเพื่อเป็นบทเรียนว่าต่อไป เราต้องระมัดระวังอะไรเพิ่มเติม ประเด็นไหนที่เรามองข้ามไป ซึ่งจะทราบผลภายใน 30 วัน

“ข้อมูลเบื้องต้น ขั้นตอนก็เป็นไปตามรูปภาพที่ส่งให้กับสื่อ บางคนก็พูดว่า หมอวางยาแล้วหมีตื่น ซึ่งไม่ใช่ ขอยืนยันว่าเวลาและปริมาณยาที่ให้ไม่มีการตื่น แผนของเขาต้องไปปล่อยในพื้นที่ ต้องฉีดยาให้ฟื้นด้วยซ้ำไป ตามที่ได้รับรายงานว่า ห่วงที่เกี่ยวกับตาข่ายหลุดออกมา เราก็ไม่รู้ว่าหลุดเพราอะไร ต้องให้คณะกรรมการดำเนินการ” นายวิรัช กล่าว

...

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากภาพชุดที่ได้มาทั้งภาพนิ่งและวิดีโอตั้งแต่ตอนที่หมีออกมาหากินและติดกรงดักสัตว์ของเจ้าหน้าที่ ภาพขั้นตอนการนำหมีใส่ตาข่าย ใช้ห่วงรัดติดกับเฮลิคอปเตอร์ ภาพศพหมีที่ตกลงมาตายในสภาพยังติดอยู่ในตาข่าย เห็นได้ชัดว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรัดกุม ความผิดพลาดจึงน่าจะมาจากความบกพร่องของอุปกรณ์ ส่วนข้อสงสัยว่าหมีตกลงมาแล้วถูกกิ่งไม้เสียบตายนั้น ก็ไม่น่าจะใช่.