รอง สว.(สอบสวน) สน.บางขุนนนท์ นำตัว “ผู้กองเบนซ์” พร้อม 4 ตำรวจ ฝ่ายสืบสวนนอกรีต ของ สน.บวรมงคล ที่ค้ายาเสพติด ฝากขังศาลตลิ่งชันแล้ว พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจาก ผบช.น.กำชับให้ดำเนินการถึงที่สุด ส่วนผู้หมวดอีก 1 นาย ยังอยู่ระหว่างหลบหนี

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 25 ก.พ.60 ร.ต.อ.นิคม พรมโคตร รอง สว.(สอบสวน) สน.บางขุนนนท์ ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 ให้นำตัว ร.ต.อ.สุพัฒน์ ประจงหัตถ์ หรือ ”ผู้กองเบนซ์” อายุ 28 ปี ร.ต.อ.นิติธร พลบุญ อายุ 39 ปี ด.ต.ปริญญา จิตต์หาญ อายุ 50 ปี จ.ส.ต.ภูณัช เนตรสว่าง อายุ 33 ปี และ ส.ต.ต.เรืองยศ สามบุญเรือง อายุ 27 ปี ทั้งหมดเป็นอดีตตำรวจชุดจู่โจม สน.บวรมงคล ที่ถูก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย หลังถูกฝ่ายสืบสวน บก.น.7 จับกุมตัวได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมากคาโรงพัก ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยผู้ต้องหาทั้ง 5 คน นั้นถูกนำตัวออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหาด้วยการนำผ้าขนหนูคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าเดินต่อแถวกันขึ้นรถตู้ สน.บางขุนนนท์ ทะเบียน ฮภ-2268 กรุงเทพมหานคร เดินทางออกจากโรงพักมุ่งหน้าไปยังศาลจังหวัดตลิ่งชัน

ส่วนความคืบหน้าการติดตามจับกุมตัว ร.ต.ท.วีระพล คำดี อายุ 42 ปี ซึ่งถูกออกหมายจับและยังหลบหนีนั้น พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อเข้ามามอบตัว เบื้องต้นทราบว่า ร.ต.ท.วีระพล ไปต่างจังหวัด และยังไม่มีใครสามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาที่ถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันในวันนี้จะถูกแนบเรื่องขอคัดค้านการประกันด้วย เนื่องจาก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กำชับไว้ให้ดำเนินการอย่างถึงที่สุด

...

ขณะที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ยังเหลือผู้ต้องหาในคดีนี้อีก 1 คน คือ ร.ต.ท.วีระพล คำดี รอง สว.สส.สน.บวรมงคล ที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อว่าจะเข้ามอบตัวเมื่อใด แต่เชื่อว่าจะสามารถตามตัวได้ในเร็ววันนี้ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับตำรวจดังกล่าว ได้สั่งการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ระดับกองบังคับการลงไป เป็นผู้รับผิดชอบ และจะตั้งคณะกรรมการระดับกองบัญชาการสนับสนุนอีกทางหนึ่ง ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ เชื่อว่าไม่มีปัญหาในการดำเนินคดี เพราะนอกจากคำให้การซัดทอดจากพยานที่เป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติด ยังมีหลักฐานอื่นที่ยืนยันการกระทำผิดอีก ส่วนที่มีข้อมูลเอเย่นต์ยาเสพติดอีกรายที่อยู่ระหว่างหลบหนี ตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผลจับกุม

“ทั้งนี้ยืนยันว่า หากพบเป็นการกระทำผิด ก็จะดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ใครผิดต้องว่าไปตามผิด ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น ได้สั่งกำชับให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบ ไม่ให้มีตำรวจนายใดไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก” ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวทิ้งท้าย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ศานิตย์’ช้ำใจ! 6ตร.ค้ายาสั่งให้ออก จ่อเด้งผู้บังคับบัญชา ปล่อยปละละเลย

2 รตอ.ค้ายา โดนรวบ คาห้องสืบ ลูกน้องอีก 4 ของกลางอื้อ โฉ่นครบาล!