ยอดบริจาคช่วย 3 พี่น้องที่อุตรดิตถ์ทะลุ 2 แสน เตรียมนำเงินไปใช้หนี้ ทั้งในและนอกระบบ แม่ป่วยมะเร็งปากมดลูกกลับมาอยู่ด้วยแล้ว ครวญแก๊งหมวกกันน็อกตามทวงหนี้จนต้องหนี ทั้งที่ไม่อยากทิ้งลูก...

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2560 ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีเด็กกำพร้า 3 คนพี่น้อง อาศัยอยู่กับยายที่บ้านเลขที่ 121 หมู่ 4 ต.บ้านแก่ง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ มี น.ส.จันทภา หนูแก้ว หรือ น้องต้า อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนตรอนตรีสินธุ์ ด.ญ.สโรชา หนูแก้ว อายุ 12 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และด.ช.สมัชญ์ หนูแก้ว อายุ 8 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเดียวกันทั้ง 3 คน เป็นพี่น้องคนละพ่อ พ่อและแม่แยกทางกันต้องอยู่กับยาย คือ นางมาลี หนูแก้ว อายุ 64 ปี มีปัญหาหนี้สิน ทั้งนอกระบบ จำนวน 60,000 บาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 200,000 บาท และสหกรณ์เพื่อการเกษตร อีกจำนวน 230,000 บาท ทำให้เกิดความเครียดจนเคยคิดฆ่าตัวตายโดยใส่ยาเบื่อหนูในหม้อข้าว ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ นายประยุทธ เต่าแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจเยี่ยมสอบถามเรื่องหนี้สินและเงินที่ได้รับบริจาคจากผู้ใจบุญ ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร พร้อมวางแผนช่วยเหลือแบบ 360 องศา เนื่องจากรายได้ในการขายของของยายขณะนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะดูแลครอบครัว ต้องมีอาชีพเสริมซึ่งสามารถทำอยู่กับบ้านได้ เพื่อให้มีเงินใช้หนี้และช่วยเหลือตัวเองได้แบบยั่งยืนและพอเพียง

ด.ญ.จันทภา หนูแก้ว หรือ น้องต้า กล่าวว่าหลังจากพี่ๆ ได้นำเสนอข่าวออกไป โดยเฉพาะทางหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และรายการรถปลดทุกข์ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ได้มีผู้ใจบุญหลายคนโอนเงินช่วยเหลือผ่านบัญชีเงินฝากเผื่อเรียก ธนาคารออมสิน สาขาตรอน ชื่อบัญชีนางสุรางค์ แบบวา หรือ ด.ญ.จันทภา หนูแก้ว บัญชีเลขที่ 020-066-508-274 จำนวนทั้งสิ้น 267,747 บาท

...

"หนูพร้อมน้องและยายต้องขอขอบพระคุณผู้ใจบุญเป็นอย่างสูงที่โอนเงินมาช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาดูแลด้วย เช่น บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุตรดิตถ์ รวม 3,000 บาท และ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่ง อ.ตรอน ได้นำเงินและสิ่งของมามอบให้ ซึ่งเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคมาส่วนหนึ่งจะนำไปใช้หนี้ แม้จะยังไม่พอแต่ก็ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวหนูได้มาก นอกจากนี้ เงินอีกส่วนหนึ่งจะนำไปรักษาแม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งในมดลูกซึ่งขณะนี้ได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว รวมถึงจะนำเงินไปต่อรถพ่วงใหม่ให้ยายแทนคันเดิมที่เก่าจนพังแล้วอีก 7,000 บาท เพื่อใช้สำหรับขายน้ำพริกผัด ลูกชิ้นปิ้ง ตามตลาดนัดในเขตอำเภอตรอน ซึ่งเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวด้วย"

ขณะที่ นางมาลัย ผู้เป็นแม่ กล่าวทั้งน้ำตาว่า สาเหตุที่ทิ้งลูกๆ ทั้ง 3 คนไป เนื่องจากกู้เงินนอกระบบ หรือแก๊งหมวกกันน็อก มาลงทุนทำร้านส้มตำ แต่ก็ไปไม่รอด ไม่มีเงินใช้หนี้ สุดท้ายจึงต้องหนี ไม่คิดว่าแก๊งหมวกกันน็อกจะมาตามทวงหนี้จากแม่และลูกของตนจนได้รับความเดือดร้อนเช่นนี้ โดยตนไปอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ทำงานรับจ้างล้างรถ เงินเดือนแทบไม่พอใช้ จึงไม่สามารถส่งเงินมาให้ทางบ้านได้ และตนยังเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะแรก ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กรุงเทพฯ เดือนละครั้ง ตอนนี้ทราบว่าแก๊งหมวกกันน็อกหยุดคิดดอกเบี้ยแล้ว จึงกลับมาอยู่กับลูกเพื่อดูแลลูกและช่วยแบ่งเบาภาระแม่ เท่าที่ทำได้

สำหรับผู้ประสงค์ให้ความช่วยเหลือทุนการศึกษาหรือภาระหนี้สิน ครอบครัวของน้องต้า สามารถร่วมบริจาคเพิ่มเติมได้ที่บัญชีเงินฝากเผื่อเรียก ธนาคารออมสิน สาขาตรอน ชื่อบัญชี นางสุรางค์ แบบวา หรือ ด.ญ.จันทภา หนูแก้ว บัญชีเลขที่ 020066508274.