(ภาพจาก : จนท.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวงพัทลุง-สงขลา)
นายจำนง กลายเจริญ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวงพัทลุง-สงขลา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดคลื่นลมพัดแรงในทะเลสาบสงขลา ระหว่างวันที่ 15-16 ก.พ.2560 ทำให้ฐานเฝ้าระวังโลมาอิรวดีและซั้งบ้านปลาบริเวณลับห้า พื้นที่รอยต่อต.ลำปํา อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง กับ ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา พังเสียหายยับเยิน โดยเฉพาะฐานเฝ้าระวังโลมาอิรวดี ซึ่งก่อสร้างโดยเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวงพัทลุง-สงขลา สำหรับเป็นที่พัก จนท.เขตห้ามล่าฯ ในการป้องกันปราบปรามมิให้กลุ่มชาวประมงเข้ามาจับสัตว์น้ำในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งซั้งบ้านปลา 300 ซั้ง ถูกคลื่นลมพัดแรงได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด
นายจำนงเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้โลมาอิรวดี ติดอวนชาวบ้านเสียชีวิตจำนวนมาก ต่อมาทางเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวงพัทลุง-สงขลา เครือข่ายอนุรักษ์โลมาอิรวดี จ.พัทลุง และ จ.สงขลา ร่วมกับ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) สร้างซั้งบ้านปลาขึ้นตั้งแต่ปี 2556-2558 รวม 300 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ 5,000 ไร่ เพื่อให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของฝูงโลมาอิรวดีที่มีเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย จากนั้นฝูงโลมาอิรวดีได้เข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 30-40 ตัว เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ ความเสียหายในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของฝูงโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาอย่างแน่นอน เมื่อซั้งบ้านปลาพัง และไม่มีฐานเฝ้าระวัง จะทำให้มีกลุ่มชาวประมงเข้ามาลักลอบจับสัตว์น้ำในพื้นที่ดังกล่าว เป็นสาเหตุให้โลมาอิรวดีติดอวน ชาวประมงและเสียชีวิตลงไปเรื่อยๆ จากนั้นจะรายงานนายวันชัย คงเกษม ผวจ.พัทลุง รวมทั้งผู้ที่ เกี่ยวข้องต่อไป.