เมื่อเวลา 06.09 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่วัดศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ พระครูสิริศีลสังวร หรือ ครูบาน้อย เตชปัญโญ อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล ได้ออกนิโรธกรรม ครั้งที่ 24 หลังจากเข้านิโรธกรรมตั้งแต่เวลา 06.09 น. วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยไม่ฉันอาหารและไม่นอน นั่งสมาธิและเดินจงกรม เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ภายในกระท่อมที่มีรั้วไม้ไผ่ล้อมรอบถึง 9 ชั้น ไม่ให้ผู้คนภายนอกเข้าไปรบกวน

ทั้งนี้ก่อนที่ครูบาน้อยจะออกจากนิโรธกรรม ได้มีศิษยานุศิษย์ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ ประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย มารอตักบาตรครูบาน้อยซึ่งชาวเหนือถือว่าหากได้ทำบุญตักบาตรจากพระภิกษุสงฆ์ที่ออกจากนิโรธกรรมถือว่าได้บุญกุศลอย่างมหาศาล ซึ่งครูบาน้อยส่งสัญญาณเคาะระฆังในกระท่อมเป็นสัญญาณว่าได้ออกจากนิโรธกรรมให้ทำพิธีเปิดรั้วไม้ไผ่ 9 ชั้นและประตูกระท่อม เมื่อทำพิธีเปิดประตู บรรดาลูกศิษย์ได้ถวายน้ำปานะ และตักบาตรแรกก่อน ซึ่งครูบาน้อยได้มอบธนบัตรฉบับละ 100 บาทลงยันต์คาถาไว้เพื่อให้ศิษยานุศิษย์เก็บไว้เป็นมงคล จากนั้นครูบาน้อยได้ออกมานั่งรถบุษบก ออกบิณฑบาตและพรมน้ำมนต์ให้กับศิษยานุศิษย์หลายพันคนที่มารอใส่บาตร และในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ครูบาน้อยได้ทำพิธีสืบชะตาและสะเดาะเคราะห์ให้กับศิษยานุศิษย์ที่มาร่วมพิธีจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงกลางดึกวันที่ 18 ก.พ. บรรดาลูกศิษย์ที่นอนเฝ้ารอบกระท่อมที่ครูบาน้อยเข้านิโรธกรรม ได้พบงูตัวสีดำไม่ทราบชนิดเลื้อยผ่านรั้วไม้ไผ่ 9 ชั้นเข้าไปในกระท่อมฟางที่ครูบาน้อยปฏิบัติธรรมอยู่ภายใน ทำให้ศิษยานุศิษย์เป็นห่วงมากเกรงจะทำร้ายครูบาน้อย แต่ไม่มีใครกล้าตะโกนบอกครูบาน้อย แต่เฝ้ารอว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินครูบาน้อยจะต้องตีระฆังส่งสัญญาณออกมา แต่ก็ไม่ได้รับสัญญาณใดๆ ทุกคนเฝ้ารอด้วยความเป็นห่วง แต่ศิษยานุศิษย์บางคนยังเชื่ออาจจะเป็นสิ่งที่เข้ามาก่อกวนสมาธิการเข้านิโรธกรรม หรือมารผจญ เพื่อทดสอบครู แต่บางกลุ่มยังคิดว่าเป็นพญานาคเข้ามาคุ้มครองครูบาน้อย ซึ่งข่าวงูเลื้อยเข้ากระท่อมนิโรธกรรมกลายเป็นข่าวฮือฮามาก

ด้านนายภัทร กองคำ คณะกรรมการ วัดศรีดอนมูล เปิดเผยว่า เมื่อคืนมีคนเห็นงูเลื้อยเข้าไปจริงทุกคนเฝ้ารอว่าจะได้รับการตีระฆังจากครูบาน้อย แต่ก็ไม่ได้มีสัญญาณใดๆซึ่งการที่เห็นงูเข้าไปยังสถานที่ปฏิบัติธรรมนั้นทุกคนถือว่าเป็นงูเจ้าที่มาปรากฏกายมาร่วมพิธีออกนิโรธกรรมครูบาน้อย และลูกศิษย์ก็ตรวจค้นภายในกระท่อมก็ไม่พบงูที่เลื้อยเข้าไป สร้างความแปลกใจตามๆกัน.