(ภาพจากตำรวจสืบสวนภาค 5)
ตำรวจสากล ประสานตำรวจไทยล่าตัว "หนุ่มเช็ก" มีหมายจับแพร่เชื้อเอชไอวี ภาค 5 ไม่รอช้าระดมกำลังติดตามตัว ยังไม่พบข้อมูลเดินทางมาภาคเหนือ หวั่นมีเพศสัมพันธ์กับหญิงไทย
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 60 พล.ต.ต.พงษ์เดช พรมหมิจิตร รอง ผบช.ภ.5 ได้ประชุมกำชับตำรวจสืบสวนภาค 5 ว่าได้รับการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ร่วมสืบสวนสอบสวนชาวต่างชาติที่มาจากสาธารณรัฐเชก ชื่อ นายซเดเนก ไฟยฟอร์ (ZDNEK PFEIFER) สัญชาติเช็ก ผู้ต้องหาตามหมายจับลำดับที่ 26 เลขที่ 3510/2015 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2015 จากศาลประเทศเช็ก พบว่ามีพฤติกรรมมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวไปเรื่อยๆ โดยตัวเองโรคติดต่อร้ายแรง จึงประสานไปให้ตำรวจทั่วประเทศ หากพบเห็นตัวให้ดำเนินการควบคุมตัวไว้ก่อน
พล.ต.ต.พงษ์เดช กล่าวว่า เป็นเพียงการขอความร่วมมือเข้ามาที่ตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่า นายซเดเนก เดินทางเข้ามาในภาคเหนือหรือไม่ เป็นการขอความร่วมมือไปยังทั่วประเทศ ซึ่งเขาจะเป็นโรคร้ายจริงหรือไม่ ทางเราไม่มีใครทราบและก็ไม่รู้ว่าตัวเขาอยู่ที่ไหน เจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายที่จะแจ้งความดำเนินคดีในประเทศไทยก็ไม่มี เป็นการขอความร่วมมือมาเท่านั้น ทางเราก็ได้ตั้งชุดทำงานประสานตำรวจประเทศเช็ก ที่ขอความร่วมมือเข้ามาตามรูปภาพที่ส่งเข้ามาให้เท่านั้น โดยได้กำชับให้ตำรวจทั่วประเทศให้ติดตามสืบสวนจับกุมตัว
ทั้งนี้ นายไฟเฟอร์ เป็นบุคคลอันตราย เนื่องจากมีพฤติกรรมในการแพร่เชื้อเอชไอวี ให้แก่หญิงชาวไทย โดยได้ก่อคดีที่ประเทศเช็กแล้ว ก่อนหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 2014 และมีการเดินทางโดยเครื่องบินไปตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งในประเทศไทย ก่อนหายตัวไป ไม่มีการเดินทางออกนอกประเทศ จึงเชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศไทย และอาจจะอยู่ในพื้นที่ใดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว
...
"เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยได้ไปท่องเที่ยวที่ภูเก็ต และต่อมา ทางตำรวจสากลก็ได้ประสานมาว่าบุคคลนี้เป็นบุคคลอันตราย เพราะมีพฤติกรรมก่อเหตุไปหลับนอนกับหญิงสาวเรื่อยๆ เพื่อแพร่เชื้อโรคร้าย จนมีการแจ้งความและออกหมายจับ ต่อมา นายซเดเนก ก็หลบหนีมาประเทศไทย และเชื่อว่าจะยังคงมีพฤติกรรมดังกล่าวอีก ซึ่งตอนนี้ก็มีการสั่งการให้ตำรวจทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เร่งติดตามล่าตัว หากพบให้ดำเนินการจับกุม และอยากฝากเตือนหญิงสาว โดยเฉพาะหญิงที่ทำงานกับชาวต่างชาติ หากพบเจอให้อยู่ห่างไว้และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบโดยเร็ว"
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.อุดม สุวรรณเลขา รอง ผกก.ตม.5 จ.เชียงใหม่ เพื่อขอทราบว่ามีการดำเนินการอย่างไร พ.ต.ท.อุดม กล่าวว่า เรื่องนี้ทราบว่าเรื่องอยู่ที่ตำรวจภูธรภาค 5 อยู่ยังไม่มีการประสานมายังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ว่าจะให้ดำเนินการร่วมอย่างไร แต่เท่าที่ตรวจสอบก็ยังไม่มีข่าวว่าได้เดินทางมาภาคเหนือ หากมาจะให้มีการจับกุมหรือไม่ หรือจะให้ตรวจสอบอย่างไร ก็จะได้ดำเนินการร่วมกัน