มาอีกแล้ว ‘หมอตุ่ย’ ผอ.รพ.อุ้มผาง ผู้อุทิศตัวทำงานอยู่ชายแดนถิ่นกันดารนานเกือบ 30 ปี หลังขอบริจาคยาเก่า เวชภัณฑ์ ผ้าอ้อม ให้กับคนชายขอบที่ยังขาดแคลน มีคนไทยส่งมาให้จำนวนมาก ล่าสุดขาด "เลือด" จนต้องออกหน่วยรับบริจาค...

 
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก โดยนายแพทย์วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ขอรับบริจาคยาเหลือใช้จากประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ เพื่อมาให้กับผู้ป่วยที่ส่วนหนึ่งเป็นคนไร้สัญชาติ ปรากฏว่ามีประชาชนจากทุกสารทิศต่างส่งยา เวชภัณฑ์ ผ้าอ้อม รวมทั้งเสื้อผ้ามือสอง ผ้าห่ม ของเล่นเด็กมาให้โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง บางส่วนส่งยาและเวชภัณฑ์ใหม่มาให้ แต่ขณะนี้ทางโรงพยาบาลที่ยังขาดคือเลือด และน้ำเลือด จนทางโรงพยาบาลต้องออกหน่วยรับบริจาคเพราะแต่ละเดือนต้องใช้เลือดไม่ต่ำกว่า 150-200 ถุง

นายแพทย์วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ หรือหมอตุ่ย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง ผู้ที่ทำงานอยู่ชายแดนอุ้มผางนานกว่า 25 ปี (25ปี อุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน ‘หมอตุ่ย’ อุ้มผางขอผ้าอนามัยแบบมีห่วง) เปิดเผยว่าขณะนี้มีผู้ใจบุญบริจาค ยา สิ่งของมาให้กับโรงพยาบาลอุ้มผางจำนวนมาก ทางเราต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง แต่จำพวกยาบริจาคยังไงก็คงไม่พอ ทางโรงพยาบาลอุ้มผางต้องสั่งมาสต๊อกไว้เพื่อไม่ให้ขาด ซึ่งแต่ละปีทางโรงพยาบาลต้องซื้อยา งบประมาณไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท แต่นับว่าขณะนี้มีเกินคาด มีทั้งยาเก่ายาใหม่ มีมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนสิ่งของอื่น เช่น เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้และของเด็กเล่นที่ส่งมาให้ เราก็มีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ นำไปบริจาคให้กับผู้ยากไร้ ซึ่งประชาชนที่ยากจน เมื่อได้รับสิ่งของก็เหมือนได้สิ่งมีค่า เพราะเขายังขาดแคลน

...

นายแพทย์วรวิทย์ กล่าวอีกว่า บางครั้งเห็นตามวัดพวงหรีดที่เป็นผ้าห่มกองไว้ไม่ได้ใช้คิดว่าน่าจะนำมาบริจาคให้กับคนยากจนที่ยังขาดแคลนเครื่องกันหนาว จะได้บุญมากกว่ากองไว้ที่วัด

"สิ่งที่ยังขาดแคลนคือเลือด และน้ำเลือด โดยเฉพาะโรงพยาบาลอุ้มผาง ต้องออกหน่วยรับบริจาคโลหิตไปตามสถานศึกษาระดับมัธยมและตามหน่วยงานราชการ อาทิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ที่มีบุคลากรนับร้อยคนที่เต็มใจบริจาคโลหิตให้กับโรงพยาบาล เพื่อเสริมสภาพคล่องของคลังเลือด" นายแพทย์วรวิทย์ หรือหมอตุ่ย หมอชนบทตัวจริงกล่าว.