ข่าว
100 year

คนล้นทะลัก แห่กลับกทม. รถทัวร์-รถไฟ.แน่นขนัด ตายสะสม 4 วัน 280 ศพ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ม.ค. 2560 07:45 น.
SHARE

ประชาชนเริ่มทยอยกลับเข้าเมืองกรุง หลังเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนและเยี่ยมครอบครัวที่ต่างจังหวัดช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะที่สถานี บขส.เชียงใหม่ และสถานี บขส.นครราชสีมา ผู้โดยสารมาขึ้นรถเดินทางกลับแน่นขนัด ต้องสั่งเพิ่มเที่ยวรถและจัดรถมาเสริมสำรอง เพื่อให้ปริมาณเพียงพอกับผู้โดยสาร ด้านสถานีขนส่งหมอชิต ผู้โดยสารเดินทางกลับล้นทะลักกว่า 1 แสนคนต่อวัน คาดวันที่ 3 ม.ค. จะมีประชาชนเดินทางเข้ากรุงเทพฯมากเป็นพิเศษ ประมาณ 1.7 แสนคน ต้องเพิ่มเที่ยวรถอีก 2 พันคันต่อวัน เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารตกค้าง เผยอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ 4 วัน ยอดพุ่ง 2,712 ครั้ง สังเวยเสียชีวิต 280 ราย

นักท่องเที่ยวยังคงแห่เที่ยวฉลองปีใหม่ เพื่อสัมผัสอากาศหนาวบนยอดดอย ขณะที่บางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้าเมืองกรุง เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ที่ จ.เชียงราย มีรายงานว่า นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางไปเที่ยวชมทะเลหมอกและดวงอาทิตย์ขึ้นบนยอดดอยแหล่งเที่ยวชื่อดัง อาทิ ดอยผาตั้ง ภูชี้เดือน ภูชี้ดาว อ.เวียงแก่น และภูชี้ฟ้า อ.เทิง รวมทั้งดอยสะโง้ อ.เชียงแสน และสวนดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่กันคึกคัก ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น

ส่วนที่งาน “นครเชียงราย นครแห่งดอกไม้งาม” ที่เทศบาลนครเชียงราย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย จัดขึ้นบริเวณสวนตุงและโคมเชียงรายเฉลิมพระเกียรติ อ.เมืองเชียงราย โดยนำดอกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกทิวลิป ลิลลี่ พิทูเนีย บลูฮาวาย ฯลฯ จำนวนกว่า 1 ล้านต้น มาตกแต่งเป็นอุทยานดอกไม้ มีนักท่องเที่ยวมาชมจำนวนมาก ขณะที่งาน “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย” ที่ อบจ.เชียงราย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จัดขึ้น มีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมจำนวนมากเช่นกัน

ช่วงสาย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ นอภ.เทิง จ.เชียงราย เป็นประธานเปิดงานปีใหม่ม้ง ที่ชุมชน ชาวม้งจัดขึ้นที่บ้านประชาภักดี หมู่ 25 ต.ตับเต่า อ.เทิง มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม การละเล่นต่างๆ ของชาวม้ง สาธิตการถักผ้าใยกัญชง การทำผ้าเขียนเทียน การปักผ้า และการทำเครื่องเงิน นอกจากนี้มีการนำสินค้าศิลปะหัตถกรรมของชาวม้งมาจำหน่าย ขณะเดียวกัน ที่ อ.พญาเม็งราย มีการจัดงานปีใหม่ม้ง บริเวณโครงการตามพระราชดำริ ศูนย์พัฒนาราษฎรชาวไทยภูเขา หมู่ 17 บ้านขุนห้วยแม่เปา ต.แม่เปา มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมของชาวม้ง และสาธิตการทำผ้าเขียนเทียน การตีมีด การทำขนมตุ๊บตั๊บ เป็นต้น

ส่วนที่พระธาตุดอยตุง เขตรอยต่อ อ.แม่สาย และ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย มีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้สักการะ เพื่อขอพรปีใหม่เป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ขณะที่ชายแดน อ.แม่สาย นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปช็อปปิ้งที่ตลาดสายลมจอย ริมแม่น้ำสาย และที่ตลาดดอยเวา โดยส่วนใหญ่เลือกซื้อสินค้าเป็นผ้าห่ม และเสื้อกันหนาวที่ขายดิบขายดี

ที่ จ.เชียงใหม่ นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยาน แห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาเที่ยวคึกคัก แต่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง เนื่องจากฝนตก ท้องฟ้าปิด มองไม่เห็นทะเลหมอกและดวงอาทิตย์ขึ้น และนักท่องเที่ยวบางส่วนเตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน ขณะที่สภาพอากาศยังหนาวเย็น อุณหภูมิยอดดอย 8 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิที่กิ่วแม่ปาน 10 องศา-เซลเซียส ด้านนายบัญชา รามศิริ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า บริเวณจุดชมวิวดอยกิ่วลม การจราจรหนาแน่น มีนักท่องเที่ยวมารอชมทะเลหมอก แต่มีฝนตกท้องฟ้าปิด มองไม่เห็นทะเลหมอกและดวงอาทิตย์ขึ้น

เช้าวันเดียวกัน มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปสักการะองค์พระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรแออัด เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังมาอำนวยความสะดวก จัดระเบียบให้รถขึ้นลงเป็นเวลา เพื่อแก้ไขปัญหาการ จราจร ส่วนในตัวเมืองเชียงใหม่ การจราจรผ่อนคลายลง เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ทยอยเดินทางกลับ เส้นทางสายเชียงใหม่-ลำปางขาออกมีรถยนต์ทยอยออกไปจำนวนมาก สำหรับเส้นทางออกต้องผ่านวัดศรีดอนมูล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวแวะเข้ากราบขอพรรดน้ำมนต์และบูชาเครื่องรางของขลัง จากพระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อย เตชปัญโญ เกจิดังล้านนาอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีระกา นำไก่จำลองมาทำพิธี

ส่วนบรรยากาศการเดินทางกลับของประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่สถานีรถไฟเชียงใหม่มีผู้โดยสารเต็มทุกขบวน เช่นเดียวกับสถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงใหม่อาเขต 3 มีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก ทางขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดรถบัสเข้ามาเสริมวันละกว่า 40 เที่ยว เพื่อขนประชาชนเดินทางกลับ ส่วนที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีผู้โดยสารมาใช้บริการรอขึ้นเครื่องเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ จนแน่นในตัวอาคารผู้โดยสาร

ที่ตลาดริมเมย ชายแดนไทย-เมียนมา ใต้สะพาน มิตรภาพ อ.แม่สอด จ.ตาก มีนักท่องเที่ยวมาหาซื้อของฝาก ส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับอัญมณี ไม้สักแกะสลัก และสินค้าราคาถูกนานาชนิดจากประเทศจีน รวมทั้งอาหารทะเลสดๆ กุ้ง ปู หอยตัวเป็นๆ ขายดิบขายดี นายสมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า ช่วงหยุดยาวปีใหม่ มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวด้านชายแดน จ.ตาก ส่งผลให้ตลาดชายแดนคึกคักเป็นพิเศษ คาดมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 80-100 ล้านบาท

ที่ จ.พิษณุโลก มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมากราบไหว้ขอพรจากองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหาร พร้อมทำบุญสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาเสริมสร้างบารมี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ส่วนบริเวณร้านขายของฝากภายในวัด นักท่องเที่ยวพากันเลือกซื้อของฝาก ส่วนใหญ่เป็นกล้วยตาก กล้วยม้วน กล้วยอบน้ำผึ้ง กล้วยเบรกแตก และหมี่ซั่วกันคึกคัก ทั้งนี้ แม่ค้าคนหนึ่งเปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดปีใหม่ มีนักท่องเที่ยวมาอุดหนุนซื้อของฝาก โดยเฉพาะกล้วยตากไม่พอขาย ต้องสั่งเพิ่มออเดอร์มากกว่าปกติวันละ 2-3 เท่าตัว

ด้านการเดินทางกลับของประชาชน บนถนนพหลโยธิน หมายเลข 1 ถนนหมายเลข 117 และบริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณรถเพิ่ม แต่สามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนครสวรรค์ ได้เตรียมแผนรับมือการจราจรขากลับ ปิดแยกสัญญาณไฟจราจรหลายจุด พร้อมกับเปิดช่องทางการจราจรพิเศษ บริเวณสะพานเดชาติวงศ์ เพื่อรองรับกับปริมาณการจราจรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวตั้งแต่ช่วงค่ำ

ส่วนบรรยากาศที่สถานีขนส่งนครราชสีมาแห่งที่ 1 (บขส.เก่า) และสถานีขนส่งนครราชสีมา แห่งที่ 2 ริมถนนมิตรภาพ กม.1 อ.เมืองนครราชสีมา ตลอดทั้งวันมีประชาชนทยอยมาซื้อตั๋วขึ้นรถโดยสารเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายศิระ บุญธรรมกุล ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งให้เพิ่มเที่ยวรถสายนครราชสีมา-กรุงเทพฯจากเดิมวันละ 200 เที่ยว เป็น 400 เที่ยวต่อวัน พร้อมให้บริการเดินรถตลอด 24 ชั่วโมง และยังนำรถเสริมสำรองไว้อีก 80 คัน เพื่อรองรับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทาง คาดว่าตลอดทั้งวันมีประชาชนมาใช้บริการมากกว่า 3 หมื่นคน

ที่ จ.สตูล มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางไปเที่ยวพักผ่อนที่เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ทยอยนั่งเรือโดยสารเดินทางกลับขึ้นฝั่ง ที่ท่าเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล กันคึกคัก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละงู ตำรวจน้ำ จ.สตูล เจ้าท่าภูมิภาค จ.สตูล จัดกำลังมาคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ด้านนายนันทพล เด็นเบ็ญ ผู้ประกอบการเรือทัวร์รับ-ส่งนักท่องเที่ยว เปิดเผยว่าในช่วงวันหยุดปีใหม่ มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ และตามเกาะแก่งอื่นๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ประมาณ 1 หมื่นคน คาดมีเงินสะพัดประมาณ 50 ล้านบาท

ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ตั้งแต่ เช้ามืดประชาชนเดินทางจากภูมิลำเนา และต่างจังหวัด พร้อมนำสัมภาระข้าวของเครื่องใช้ ทั้งที่เป็นของฝาก และของกินของใช้ติดไม้ติดมือกลับมา อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง พืชผักเกษตร ทยอยเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ กันคึกคัก และต่อแถวเพื่อใช้บริการรถแท็กซี่ รถโดยสารไปจุดหมายจำนวนมาก เนื่องจากบริษัทเอกชนบางแห่งเริ่มเปิดทำการตามปกติ การจราจรโดยรอบสถานีรถไฟหัวลำโพงยังเคลื่อนตัวได้ดี ขณะที่ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ประชาชนทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องเช่นกัน นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ประชาชนจากเส้นทางไกลภาคอีสาน และภาคเหนือ เริ่มทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ 1.4 แสนคน มีการเพิ่มเที่ยวเดินรถจาก 7,200 คันต่อวัน เพิ่มอีก 1,200-1,500 คันต่อวัน ในวันที่ 3 ม.ค.คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางเข้าถึงกรุงเทพฯ มากเป็นพิเศษประมาณ 1.7 แสนคน มีการเพิ่มเที่ยวการเดินรถจาก 7,200 คันต่อวัน เพิ่มอีก 2,000 คันต่อวัน เพื่อไม่ให้ประชาชนตกค้าง

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า ภาพรวมการสัญจรขณะนี้ยังคล่องตัว แม้ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับ ขอผู้ขับขี่ควบคุมความเร็วรถ และเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม ขณะที่ แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ มีประชาชนเข้าเยี่ยมชม คับคั่ง โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ยังคงเข้าช่วยบริหารจัดการให้เหมาะสมและปลอดภัย ส่วนในพื้นที่ชายแดน มีประชาชนเดินทางผ่านด่านตรวจต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและตรวจเข้มสิ่งผิดกฎหมาย

สำหรับการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ ด้วยมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” นั้น คสช.โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ยังคงร่วมกันปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง สถิติในวันที่ 1 ม.ค.2560 ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ดังนี้ รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 16,092 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็น ต้องยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 891 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 9,111 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 12,664 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 4,622 คน ยึดรถยนต์ 506 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 4,712 คน โดยตลอด 4 วัน 29 ธ.ค.59-1 ม.ค.60 เจ้าหน้าที่ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้ 2,981 คัน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 2,027 คัน และรถยนต์ 954 คัน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 35,053 คน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 22,884 คน รถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนบุคคล 12,169 คน

ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม แถลงว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนน วันที่ 1 ม.ค.2560 เป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 751 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 81 คน ผู้บาดเจ็บ 778 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 48.87 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 29.29 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.94 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,041 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,338 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 657,349 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 108,984 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 29,796 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 28,635 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ จ.เชียงใหม่ 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ จ.สกลนคร จำนวน 7 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน 29 ธ.ค.59-1 ม.ค.60 เกิดอุบัติเหตุรวม 2,712 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 280 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,877 คน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปีใหม่ปีใหม่2560เดินทางปีใหม่เดินทางกลับ กทม.ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้