นี่ก็ใกล้ช่วงเทศกาลรื่นเริงบันเทิงใจ กับการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเข้ามาทุกทีแล้ว หลายครอบครัวคงกำลังเตรียมตัวมองหาสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อน เพื่อไปฉลองเคาต์ดาวน์ปีใหม่กัน จนอาจหลงลืมอะไรบางอย่าง โดยเฉพาะ “บ้าน” หรือที่อยู่อาศัย ที่เรากำลังจะปล่อยทิ้งไว้ อาจกลายเป็นภัยสูญเสียครั้งใหญ่ ที่ไม่มีใครอยากเจอ จนทำให้คุณแทบสิ้นเนื้อประดาตัวได้เลยทีเดียว... 


ในช่วงระยะหลายๆ ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า ข่าวคราวการเกิดอัคคีภัย หรือ “ไฟไหม้บ้าน” จะเกิดขึ้นง่ายและบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะด้วยความประมาท หรือเกิดจากความผิดพลาดของอะไรก็ตาม จนนำไปสู่อุบัติภัยที่ไม่มีใครคาดคิด 

วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้รับเกียรติจาก นายชุมพล ชาวเกาะ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. มาทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลเป็นความรู้ให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ได้ทำความเข้าใจง่ายๆ ก่อนตัดสินใจแพ็กกระเป๋าทิ้งบ้านช่วงข้ามปีนี้ ว่า ต้องรู้และเตรียมตัวอย่างไร หากไม่อยากให้เหตุการณ์ฝันร้าย "ไฟไหม้บ้าน" ต้องเกิดขึ้นกับบ้านคุณ?

...

ทำยังไงไม่ให้ไฟไหม้บ้าน? รู้ไว้สัญญาณบอกเหตุ ต้นตอเกิดเพลิงลุก มาจาก!?

ทีมข่าวฯ ได้รับการเปิดเผยจาก นายชุมพล ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถึงสถิติการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในอาคาร บ้านเรือน และสถานประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในรอบปี 2559 ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม เกิดเหตุทั้งสิ้นจำนวน 292 ครั้ง โดยชนวนเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ พบว่า อันดับ 1 มาจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือปลั๊กไฟระเบิด รองลงมาคือ ไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ โทรทัศน์ พัดลม หม้อหุงข้าว และอันดับต่อมาคือ การจุดบุหรี่ เชื่อมโลหะ และเตาแก๊สอุ่นอาหารทิ้งไว้

“เพลิงไหม้” เกิดขึ้นจากความร้อนของไฟที่ขาดการควบคุมดูแล จนทำให้เกิดการติดต่อลุกลามไปตามบริเวณที่มีเชื้อเพลิง และเกิดการลุกไหม้ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นหากปล่อยเวลาของการลุกไหม้ให้นานเกินไป จนทำให้เกิดการติดต่อลุกลามมากขึ้น ก็ส่งผลให้ความร้อนแรงยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย

นายชุมพล อธิบายให้ฟังว่า การเกิดอัคคีภัย หรือ “ไฟไหม้” เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุมากมาย แต่...จากสถิติการเกิดไฟไหม้วอดบ้าน สาเหตุส่วนใหญ่นั้นมาจาก “ความประมาท” และมองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นความประมาทในการใช้ไฟฟ้า จุดธูป เทียนบูชาพระ การประกอบอาหาร การสูบบุหรี่ หรือจุดไฟในบริเวณที่มีไอของสารระเหย เช่น น้ำมันเบนซิน อาจทำให้เกิดการจุดติดเพลิงไหม้ได้  

“บ่อยครั้งที่เพลิงไหม้สร้างความสูญเสียอันใหญ่หลวงนั้น มาจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของเพลิงไหม้ เพราะฉะนั้นด้วยช่วงเทศกาลรื่นเริงด้วยแล้ว แน่นอนว่าต้องใช้ไฟฟ้าและปลั๊กไฟจำนวนมาก หากขาดการดูแลบำรุงรักษา ก็ยิ่งต้องระมัดระวัง และอีกสาเหตุที่อยากให้ระมัดระวังไม่แพ้กัน เนื่องจากกลายเป็นชนวนจุดไฟได้ง่ายและเกิดขึ้นบ่อยครั้งก็คือ การเผาขยะและหญ้าแห้ง ฉะนั้น ไม่ควรเผาในที่ที่มีลมแรงและที่สำคัญต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด”

นอกจากนี้ ยังพบว่าที่ผ่านมา สถานที่ที่เกิดอัคคีภัยส่วนใหญ่ มักจะเป็นที่อยู่อาศัยและชุมชนที่มีความหนาแน่น หรือมีความแออัดของประชาชน อาคารสูง โรงงาน อุตสาหกรรม ศูนย์การค้า และโรงมหรสพ ซึ่งสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ มักจะมีการใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานเชื้อเพลิง พลังงานความร้อน และอื่นๆ ที่เอื้อต่อการเกิดอัคคีภัย 

ภัยปีใหม่ที่ไม่ควรประมาท! เช็ก 6 ข้อ! สารพัดวิธีป้องกัน ‘ไฟไหม้' บ้าน

เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดอัคคีภัยขึ้นแล้ว ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมไม่ให้ลุกลามวอดวาย จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมทำลายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้น หากไม่อยากให้ฝันร้ายนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะความประมาท และพลาดพลั้งจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็อยากให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ได้ลองสละเวลาอ่านสักนิด! เพียง 6 วิธีป้องกันภัยง่ายๆ ที่จะไม่กลายเป็นข่าวร้ายรับปี 2560 นี้แน่นอน

...

1. การป้องกันอัคคีภัยในเบื้องต้น คุณต้องรู้จักจัดระเบียบภายในและภายนอกอาคารให้ดี ไม่ปล่อยให้บ้านเรือนรกรุงรัง จัดบ้านให้เป็นสัดเป็นส่วน เก็บสิ่งของที่เป็นฉนวนทำให้ติดไฟง่ายไว้ให้ห่างจากอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด โดยเฉพาะสิ่งที่อาจจะเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยได้ง่าย เช่น ถ่านไฟฉายก้อนเล็กๆ ไม่ควรเก็บรวมกับวัสดุที่เป็นเหล็กหรืออะลูมิเนียม อย่างคลิปหนีบกระดาษ เพราะถ้าถ่านไฟฉายสัมผัสหรือเสียดสีกับวัสดุพวกนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดประกายไฟได้ 

2. ควรหมั่นตรวจตราซ่อมบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ เช่น เครื่องจักรกล เครื่องทำความร้อน สายไฟ เนื่องจากสายไฟที่เก่าเปื่อย เมื่อวางทับอยู่กับฝ้าเพดาน ไม้ผุที่มีความชื้น แน่นอนว่ามีโอกาสเสี่ยงมากที่จะเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้าขึ้นได้ ดังนั้น หมั่นสังเกตรอยต่อหรือข้อต่อตามสายไฟต่างๆ ภายในและนอกบ้าน หากเกิดการชำรุดให้เร่งซ่อมทันที 


3. อย่าประมาทจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น ตรวจตราตามปลั๊กหรือสวิตช์ไฟต่างๆ ควรถอดออกทุกครั้งที่ไม่ใช้หรือไม่อยู่บ้านเป็นเวลานานๆ, อย่าปล่อยให้เด็กเล่นไฟ, อย่าเผาขยะหรือหญ้าแห้งในที่ที่มีลมแรงโดยที่ไม่มีคนดูแล หรือปล่อยทิ้งไว้, อย่าจุดธูปเทียนบูชาพระทิ้งไว้, อย่าสูบบุหรี่บนที่นอน และอย่าวางก้นบุหรี่ที่ขอบจานเขี่ยบุหรี่ หรือขยี้ดับไม่หมด เพราะอาจทำให้พลัดตกจากจานได้, ไม่ควรเก็บผ้าขี้ริ้ว หรือวางไม้กวาดดอกหญ้า หรือแม้แต่ซุกเศษกระดาษไว้หลังตู้เย็นที่มีไอความร้อนเด็ดขาด เนื่องจากเป็นตัวการทำให้เกิดการลุกไหม้ขึ้นได้, อย่าทิ้งอาคารบ้านเรือน หรือคนชราและเด็กไว้โดยไม่มีผู้ดูแล, ปิดวาล์วเตาแก๊สและถังแก๊ส หรือดับไฟให้สนิททุกครั้งหลังหุงต้มเรียบร้อย รวมถึงต้องรู้ว่า เครื่องเขียนแบบพิมพ์บางชนิดไวไฟ เช่น กระดาษไข ยาลบกระดาษไข ซึ่งอาจเป็นสื่อสะพานไฟ ทำให้เกิดอัคคีภัยขึ้นได้ง่าย

...

4. หมั่นดูแลและบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่เสมอ อย่าใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือปลอมแปลงคุณภาพ, ควรปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งที่ไม่มีการใช้งาน โดยเฉพาะโทรทัศน์ พัดลม อย่าปล่อยให้หมุนค้างข้ามวันข้ามคืนเป็นเวลานาน เพราะอาจกลายเป็นความร้อนสะสมจนเกิดไฟได้, อย่าเสียบปลั๊กเครื่องต้มน้ำไฟฟ้าไว้นาน จนน้ำระเหยแห้ง, อย่าต่อเสียบปลั๊กสามตาเยอะเกินไป เพราะจะทำให้เต้ารับไฟฟ้ารับและกระจายกระแสไฟฟ้าออกไม่ทัน เสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร พร้อมทั้งอาจทำให้เกิดประกายไฟได้ และที่สำคัญอย่าวางเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ ตู้เย็น โทรทัศน์ ไว้ติดฝาผนังจนเกินไป เพราะอาจทำให้ความร้อนระบายออกไม่ได้ 

5. หลายครั้งที่เกิดอัคคีภัยขึ้น พบว่า สาเหตุสำคัญมาจาก “ไฟฟ้าลัดวงจร” เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุด หากคุณต้องไม่อยู่บ้านเป็นเวลานานๆ ควรยกสะพานไฟลงเพื่อตัดวงจรไฟฟ้าทั้งหมดภายในบ้าน เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร


นอกจากนี้ สิ่งที่อันตรายกลายเป็นฉนวนจุดไฟได้ง่ายเช่นเดียวกัน ก็คือ เตาแก๊สหุงต้มในครัวเรือนหรือสำนักงานเกิดการรั่ว, รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ หรือถ่ายเทน้ำมันเบนซินมาจนเกิดการรั่วไหล, สารเคมีบางชนิด เช่น สีน้ำมันและน้ำมันลินสีด ยิ่งเมื่อคลุกเคล้ากับเศษผ้าที่วางทิ้งไว้ ก็อาจทำให้เกิดไฟขึ้นเองได้ รวมถึงการซ่อมแซมสถานที่ เช่น การลอกสีด้วยเครื่องพ่นไฟ การตัดเชื่อมโลหะด้วยแก๊สหรือไฟฟ้า การทาสีหรือพ่นสีก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง 

...

6. ประการสุดท้าย แต่ละบ้านจะต้องมีน้ำในตุ่มเตรียมไว้สำหรับสาดรด เพื่อให้อาคารบ้านเรือนเปียกชุ่มก่อนไฟจะมาถึง เตรียมทรายและเครื่องมือดับเพลิงเคมีไว้ให้ถูกที่ถูกทาง พร้อมสำหรับดับเพลิงขั้นต้น หลังจากนั้นให้รีบปฏิบัติดังนี้ 
1. แจ้งข่าวเพลิงไหม้ทันที โทร.199 หรือสถานีดับเพลิงสถานีตำรวจใกล้เคียง 
2. ดับเพลิงด้วยเครื่องดับเพลิงที่มีอยู่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ 
3. หากดับเพลิงชั้นต้นไม่ได้ ให้ปิดประตูหน้าต่างบ้านและอาคารทุกบาน และอุดท่อทางต่างๆ ที่อาจเป็นทางผ่านความร้อน ก๊าซ และควันเพลิง 

วิธีเอาตัวรอด เมื่อคุณต้องอยู่ในสถานการณ์คับขัน 

อย่างไรก็ดี 6 วิธีป้องกันในเบื้องต้น ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นขณะคุณไม่อยู่บ้าน แต่หากสิ่งนี้เกิดขึ้นในสถานที่ที่คุณไปเที่ยวแล้วล่ะ! คุณจะทำอย่างไร...?

เมื่อ “ไฟไหม้” สามารถเกิดได้ทุกที่ ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำเป็นอันดับต้นๆ ในการไปเที่ยวที่ต่างๆ คือ ต้องสังเกตทางหนีไฟหรือทางออกจากตัวอาคารทุกครั้ง ที่สำคัญต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า ทางออกนั้นไม่ได้ปิดล็อก หรือมีสิ่งกีดขวาง และสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยจริง

นอกจากนี้ ยังต้องสังเกตอุปกรณ์ช่วยชีวิตและอุปกรณ์เตือนภัย อาทิ เครื่องดักจับควัน เครื่องดักจับความร้อน อุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติ อุปกรณ์แจ้งเหตุฉุกเฉิน และเครื่องดับเพลิง ว่า อยู่ในตำแหน่งใดและใช้งานอย่างไร

หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน!!! เมื่อคุณบังเอิญไปอยู่ในสถานที่ที่เกิดไฟไหม้ สิ่งแรกที่จะช่วยให้คุณรอดชีวิตปลอดภัย นั่นคือ “สติ” หลังจากนั้น ให้ปิดประตู-หน้าต่างห้องที่เกิดเพลิงไหม้ให้สนิทที่สุดหากทำได้ เพื่อป้องกันการลุกลามของเพลิง แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีใครติดอยู่ข้างใน จากนั้นให้รีบวิ่งหนีออกมา และเปิดสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ หากไม่มีอุปกรณ์แจ้งเหตุฉุกเฉิน ให้ช่วยกันตะโกนดังๆ หลายๆ ครั้ง จากนั้นรีบโทรศัพท์เรียกหน่วยดับเพลิงทันที ที่สำคัญอย่าใช้ลิฟต์และบันไดเลื่อนขณะเกิดเพลิงไหม้ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้จะหยุดการทำงาน เนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้า ให้ใช้บันไดหนีไฟเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นายชุมพล ยังกล่าวถึงมาตรการควบคุมดูแลความเรียบร้อย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ด้วยว่า ขณะนี้ได้สั่งการสถานีดับเพลิงทุกเขตใน กทม. ให้คอยตรวจตราดูแลความปลอดภัยของอาคารรองรับการเกิดเพลิงไหม้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะสถานบริการ โรงภาพยนตร์ โรงแรม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

"นอกจากนี้ ได้เตรียมเพิ่มจุดเฝ้าระวังอีก 35 จุด ในสถานที่หรือพื้นที่ชุมชนใหญ่ๆ ที่มีคนพลุกพล่าน อาทิ แถวเซ็นทรัลเวิลด์ สยาม อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนเยาวราช รวมทั้งหมด 82 จุดทั่ว กทม. รวมถึงจัดอบรมให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันอัคคีภัย และชี้แนะวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขัน” ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวทิ้งท้าย.

หากไม่อยากให้ของขวัญปีใหม่ในปี 2560 ต้องกลายเป็นความ “สูญเสีย” คุณเองก็ต้องมีสติและไม่ประมาท โดยเฉพาะสัญญาณเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ควรมองข้าม! ...