เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ธ.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักนายกรัฐมนตรี เครือข่าย ผู้นำชุมชนและประชาชนที่อาศัยอยู่รอบเหมืองแร่ทองคำชาตรี นำโดยผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนชาวบ้าน ตัวแทนกลุ่มอาชีพ และพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่จำนวน 13 คน ได้มายื่นจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วิงวอนให้นำผลการสำรวจความคิดเห็น ของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบเหมืองฯ ทั้ง 29 หมู่บ้าน จากสวนดุสิตโพลมาพิจารณายกเลิกคำสั่ง หลังจาก ครม.มีมติเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2559 ให้เหมืองแร่ทองคำ ชาตรี ของ บ.อัครา รีซอร์สเซส จก. (มหาชน) หยุดดำเนินการ อ้างเพื่อลดความขัดแย้งในพื้นที่ เนื่องจากร้อยละ 76 ของประชาชนในพื้นที่อยากให้เหมือง เปิดทำการต่อไป พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลจัดเวที รับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย

นายธงชัย ธีระชาติดำรง อายุ 66 ปี ชาวบ้าน หมู่ 9 บ้านเขาหม้อ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร เปิดเผยว่า ได้นำความรู้สึกนึกคิดของพี่น้องส่วนใหญ่ในชุมชนมาบอกท่านนายกฯว่าพวกเราอยากให้เหมือง อยู่ต่อไป เนื่องจากไม่ทำให้เกิดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมตามที่มีคนกล่าวหา หลังจากมีเหมืองทองมาเมื่อ 15 ปี ที่แล้วคือความเจริญเกิดขึ้น หากเหมืองปิดดำเนินการพนักงานกว่า 1,000 ชีวิต ที่อาศัยรอบ เหมืองแร่จะต้องตกงาน ร้านค้า โรงแรม โรงน้ำดื่ม ประปาหมู่บ้านที่เหมืองให้การสนับสนุน สร้างศาลา ประชาคม สร้างโรงเรียน หรือแม้แต่วัดวาอาราม ถ้าไม่มีเหมืองจะมีใครมาสร้างสิ่งเหล่านี้หรือไม่

นายศิวกร ช่วยค้ำชู ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านเขาดิน ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ กล่าวว่า จากผลการ สำรวจความคิดเห็นประชาชนรอบเหมือง เกิน 70% ต่างต้องการให้เหมืองอยู่ต่อ เพราะนอกจากคนในพื้นที่จะมีงานทำ ลดการอพยพทิ้งถิ่นฐาน การมีเหมืองอยู่ยังช่วยลดปัญหาด้านสังคมอื่นๆอีกด้วย “ระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา หากบริเวณโดยรอบไม่ดี ไม่พัฒนาหรือมีสารพิษ ทำไมจึงมีประชาชนย้ายสำมะโนประชากรเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เฉพาะ หมู่ 3 บ้านเขาดินที่ผมดูแลอยู่นั้น มีประชากรย้ายเข้ามาเพิ่มถึง 80% คิดเป็นหลายร้อยหลังคาเรือน ขอวิงวอนให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงดูได้ ทำไมไม่ฟังเสียงคนส่วนใหญ่ ไม่ให้พวกเขากำหนดอนาคตตนเอง ทำไมคนกลุ่มเล็กๆ ที่เสียผลประโยชน์ไม่คำนึงถึงความต้องการของ ประชาชนส่วนใหญ่ในชุมชนบ้าง” นายศิวกรกล่าว.