ตร.ตามจับคนร้ายได้แล้ว ภายหลังมีการยืนยันซากโครงกระดูกถูกฆ่าแล้วเผาอำพรางในสวนลำไย อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เป็นพยาบาลวิชาชีพ รพ.มหาราชฯ ฆาตกรเพิ่งพ้นโทษคดีฆ่าข่มขืน มาอยู่บ้านสามีของผู้ตาย คุมตัวเข้าเซฟเฮ้าส์ขยายผลถึงคนจ้างวาน..

จากกรณีเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ยืนยง ไผ่ล้อม รอง สว.สอบสวน สภ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีชาวบ้าน พบซากโครงกระดูกคนถูกฆ่าแล้วเผา ในสวนลำไย หมู่ 18 บ้านโทกเสือ ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นให้ทราบ พร้อมแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ แพทย์เวร รพ.ดอยหล่อ เดินทางร่วมไปดูที่เกิดเหตุ

พบว่า สภาพศพแทบไม่เหลือหลักฐานใดๆ โดยชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นบอกว่า เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบมีไฟลุกไหม้ในสวนลำไย แต่คิดว่าเป็นการเผาขยะและใบหญ้าแห้ง จนมีคนไปพบกองกระดูกคนถูกเผา จากการตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบยางรถยนต์ไหม้ไฟ เศษไม้ ถังพลาสติกใส่น้ำมัน เศษเสื้อผ้าที่ถูกไฟไหม้ และกองกระดูกที่กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณคล้ายกับทำลายหลักฐานไม่ให้เป็นกองเดียวกัน จึงได้เก็บรวบรวมไว้ พร้อมติดตามว่ามีใครแจ้งความญาติหายหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มี นายธนพนธ์ ปารีเสน อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 18 ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ ได้ติดตามหาภรรยาชื่อ น.ส.จรรจิรา เกิดแล้ว หรือ เจนนี่ อายุ 50 ปี มีบ้านเดิมอยู่ ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ทำงานเป็นนางพยาบาลวิชาชีพชั้นสูง รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ โดยแจ้งว่าภรรยาได้ออกจากบ้านไปเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 59 ยังไม่กลับบ้าน ซึ่งทางตำรวจได้ตาม นายธนพนธ์ มาดูหลักฐานบางส่วนที่พบ มีความมั่นใจว่าน่าจะใช่ น.ส.จรรจิรา ภรรยาที่ออกจากบ้านมาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 59 ในช่วงเช้าเพื่อไปทำงานที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ จนกระทั่งเย็นก็ไม่กลับบ้าน (ฆ่าเผาศพในสวนลำไยเชียงใหม่ เร่งส่งชันสูตร คาดเป็นพยาบาลสาวใหญ่)

หลังที่ยืนยันว่า ซากโครงกระดูกที่พบ อาจจะเป็น น.ส.จรรจิรา เกิดแล้ว ที่หายตัวไป และคนร้ายนั้นน่าจะเป็นคนที่รู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดี สาเหตุอาจจะมาจากปัญหาส่วนตัวระหว่างคนร้ายกับผู้ตาย แต่ตกลงกันไม่ได้จึงได้ลงมือสังหาร และกลัวความผิดจึงได้ดำเนินการเผาเพื่ออำพรางคดี ซึ่งตำรวจพอจะรู้สาเหตุ และได้นำศพส่งแผนกนิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ พิสูจน์ให้แน่ชัดว่าผู้ตายเป็นใคร เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนหาตัวคนร้าย

ต่อมา พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รรท.รอง ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่และ พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 ได้เข้าพื้นที่และได้นำตัว นายธนพนธ์ ปารีเสน สามี น.ส.จรรยา มาสอบปากคำ จนทราบว่าคนที่อยู่กับ น.ส.จรรจิรา ครั้งสุดท้ายก่อนจะหายตัวไป คือ นายนิรันดร แก้วเต๋จ๊ะ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 15 ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเพิ่งพ้นโทษคดีฆ่าข่มขืนสาววัยรุ่น 2 ศพ ในท้องที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อปี 2545 ออกจากเรือนจำเมื่อเดือนกันยายน 2559 และมาอยู่บ้านเดียวกันนายธนพนธ์ ที่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 18 ต.ดอยหล่อ ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 500 เมตร

ทั้งนี้ ในช่วงก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. เวลา 17.00 น. น.ส.จรรจิรา ผู้ตาย ได้มาเยี่ยมพ่อนายธนพนธ์ ที่บ้าน และได้มีการพูดคุยกับ นายนิรันดร ก่อนที่จะหายตัวไปพร้อมกับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีเทา ทะเบียน กว 6520 เชียงใหม่ เงินสดพกติดตัวจำนวน 10,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยทางญาติได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์ แต่ติดต่อไม่ได้ ขณะที่ทางญาติพากันตามหาตัว น.ส.จรรจิรา ปรากฏว่า นายนิรันดร ได้โทรศัพท์มาถามว่าหาก น.ส.จรรจิรา ตาย จะทำอย่างไร พร้อมกับบอกว่า เขาทำผิดพลาดไปแล้ว ข่มขู่ว่าหากใครพูดมากก็จะได้กินข้าวแดงกันทั้งหมด ทางญาติจึงมั่นใจว่า นายนิรันดร ลงมือฆ่าเผาศพ น.ส.จรรจิรา

เมื่อทราบว่าคนร้ายเป็น นายนิรันดร แก้วเต๋จ๊ะ แน่นอนแล้ว ทาง พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รรท.รอง ผบช.ภ.5 จึงได้สั่งการให้ออกติดตามล่าตัวนายนิรันดรทันที และล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 ธ.ค. ทางชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ และสืบสวนภาค 5 ได้ควบคุมตัว นายนิรันดร ไว้ได้ แล้วได้นำเข้าเซฟเฮ้าส์เพื่อสอบขยายผลว่ามีใครร่วมมือ หรือจ้างวานในการสังหารโหด น.ส.จรรจิรา พยาบาลวิชาชีพชั้นสูง รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ในครั้งนี้หรือไม่.