ตร.สภ.วังทอง นำตัวลูกชายผู้คุมเรือนจำคลองไผ่วัย 27 ไปทำแผนฆ่าพนักงานประกันภัย สารภาพทำไปเพราะโมโหถูกด่าว่าโง่ เสียเงิน รถก็ไม่ได้เคลม จึงใช้ปืนยิง 5 นัดรวด อำพรางศพด้วยการเข็นลงแม่น้ำ ก่อนขี่จยย.กลับบ้านที่โคราช

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.59 พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช ผกก.สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.ท.อนุชิต อุดมภักดี รอง ผกก.สส.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง สภ.วังทอง คุมตัว นายธนกร อินสูงเนิน อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนยิง นายณัฐวุฒิ บาทชารี อายุ 38 ปี พนักงานสำรวจอุบัติเหตุภูมิภาค ฝ่ายสำรวจอุบัติเหตุ บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ (ยิงโหดหนุ่มประกันพิษณุโลก ลากศพใส่รถก่อนเข็นลงคลอง หวังอำพรางคดีจับแล้วมือฆ่าหนุ่มประกันพิษณุโลก อ้างผู้ตายเรียกเงิน แลกเคลมประกันรถ)

นายธนกร ให้การว่า ตนขับรถยนต์ของบิดาซึ่งทำประกันภัยไว้ แล้วเกิดอุบัติเหตุยางแตกตกถนน รถชนต้นไม้ได้รับความเสียหายพื้นที่ อ.วัดโบสถ์ ต่อมาวันที่ 10 พ.ย.59 นายณัฐวุฒิ ได้เรียกเงินจากตนโดยแจ้งว่า จะนำไปติดต่อประสานงานเพื่อจัดการให้บริษัททำเรื่องเคลม ประกันรถยนต์คันดังกล่าว รวมทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งละ 5,000 บาท แต่ไม่ได้ดำเนินการแจ้งซ่อมรถยนต์ให้กับตนเอง โดยตนไปสอบถามที่อู่ซ่อมรถยนต์ในเขต อ.วัดโบสถ์ เจ้าของอู่ยืนยันว่านายณัฐวุฒิไม่ได้มีการแจ้งซ่อม อู่จึงดำเนินการอะไรไม่ได้

นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนจึงโทรศัพท์สอบถามนายณัฐวุฒิ ก่อนที่นายณัฐวุฒิจะนัดตนไปพบที่หน้า สภ.วังทอง เมื่อไปถึงได้พบและพูดคุยกันถึงการดำเนินการเกี่ยวกับการซ่อมรถ แต่นายณัฐวุฒิได้แจ้งกับตนเองว่า ต้องจ่ายเงินให้กับนายณัฐวุฒิอีก 5,000 บาท ตนจึงบอกว่าไม่มี ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินแค่พันกว่าบาท และมาจากจ.นครราชสีมา ก็ขับรถจักรยานยนต์มากับเพื่อนเพียงสองคนเท่านั้น ตอนนี้เพื่อนรออยู่ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดินทอง

อย่างไรก็ตาม นายณัฐวุฒิจึงอาสาขับรถไปส่งตนไปหาเพื่อนที่รออยู่ พร้อมพูดจาหว่านล้อมให้ตนจ่ายเงินให้อีก 5,000 บาท เพื่อจะได้ดำเนินการซ่อมรถยนต์ให้ แต่ตนปฏิเสธ และบอกกับนายณัฐวุฒิว่า จะไปแจ้งตำรวจเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่นายณัฐวุฒิหลอกเอาเงินจากตนเองไปแต่ไม่ซ่อมรถให้ และขอเงินคืนจากนายณัฐวุฒิจำนวน 15,000 บาทที่เคยจ่ายให้ไปก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง

จากนั้นนายณัฐวุฒิจึงจอดรถริมถนนสายวังทอง-สากเหล็ก ห่างจาก สภ.วังทอง ประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วไล่ตนลงจากรถ ตนจึงทวงเงินคืนอีกครั้ง นายณัฐวุฒิ ได้ตะโกนกลับมาว่า 'ไม่ให้มึงหรอกมึงโง่เอง' ทำให้ตนโมโหใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ที่ขโมยเอาของบิดาติดตัวมาด้วย ยิงนายณัฐวุฒิจำนวน 3 นัด กระสุนเข้าที่ศีรษะจำนวน 2 นัด อีกนัดโดนกระจกข้างคนขับแตก ก่อนอุ้มศพนายณัฐวุฒิไปไว้บริเวณเบาะนั่งข้างคนขับ แล้วขับรถย้อนกลับไปทาง สภ.วังทอง พอถึงบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำวังทองคิดว่าจะขับรถไปในแม่น้ำ แต่มีแสงสว่างมากกลัวว่าจะมีคนเห็น จึงขับรถย้อนศรกลับมาเข้าทางบ้านดินทอง เลี้ยวเข้าไปจนถึงคลองยาง แล้วไปจอดรถริมคลอง

ก่อนที่จะนำกระเป๋าสะพายของนายณัฐวุฒิออกมา ซึ่งภายในนั้นมีโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องและกระเป๋าใส่สตางค์ ตนปิดโทรศัพท์ทั้งหมด และนำโทรศัพท์ของตนใส่ไว้รวมกันในกระเป๋าสะพายของนายณัฐวุฒิ วางไว้กับพื้นดิน แล้วขับรถลงไปในคลองน้ำทันที จากนั้นก็ออกทางหน้าต่างประตูคนขับที่กระจกแตกแล้ว ขึ้นมาริมคลองแล้วเดินออกไปหาเพื่อนที่รออยู่ และขับรถจักรยานยนต์หลบหนีกลับบ้านเกิด โดยไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟังแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายธนกร ทำแผนอยู่นั้น บิดาของนายธนกรที่เป็นเจ้าพนักงานราชทัณฑ์เรือนจำกลางคลองไผ่ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า ทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้ติดต่อกับ ผบ.เรือนจำกลางคลองไผ่ แจ้งให้นำตัวนายธนกร บุตรชายซึ่งเป็นผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก มามอบตัวกับตำรวจที่ตึกอำนวยการเรือนจำกลางคลองไผ่ ก่อนควบคุมตัวมาที่ สภ.วังทอง.