ภาพจาก กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

สดร. เผย ฝนดาวตกเจมินิดส์ ในคืนวันที่ 14 ถึงรุ่งเช้าที่ 15 ธ.ค. ตรงกับช่วงดวงจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์สว่างทั้งคืน สังเกตเห็นได้ยาก แต่อาจเห็นได้กรณีเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ คาด มีอัตราการตกสูงสุดราว 120 ดวง/ชั่วโมง ..

วันที่ 10 ธ.ค.59 ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือ ฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 4-17 ธันวาคมของทุกๆ ปี ในปี 2559 นี้ คาดการณ์ว่า จะมีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 120 ดวงต่อชั่วโมง ในคืนวันที่ 14 ถึงรุ่งเช้าวันที่ 15 ธันวาคม แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่เป็นช่วงดวงจันทร์เต็มดวงพอดี แสงจันทร์สว่างตลอดทั้งคืน เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสังเกตการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ แต่ก็อาจพอสังเกตเห็นได้บ้างในกรณีเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ ตั้งแต่ช่วงหลังเที่ยงคืนจนถึงรุ่งเช้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จุดศูนย์กลางการกระจายอยู่บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ ระหว่างดาวพอลลักซ์ และดาวคาสเตอร์ และนอกจากฝนดาวตกเจมินิดส์แล้ว ในปีนี้ยังมีฝนดาวตกเออร์ซิดส์ อัตราการตก 10 ดวงต่อชั่วโมง หลังดวงจันทร์ตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณตีสามของรุ่งเช้าวันที่ 23 ธันวาคม 2559

...

ฝนดาวตกเจมินิดส์ เกิดจากการที่โลกเคลื่อนที่เข้าตัดกับกระแสธารของเศษหินและเศษฝุ่นขนาดน้อยใหญ่ที่ดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน ทิ้งไว้ในขณะเคลื่อนผ่านเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน เมื่อโลกโคจรผ่านเส้นทางดังกล่าว สายธารของเศษหินและฝุ่นของดาวเคราะห์น้อยจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงเข้ามาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลกเกิดเป็นลำแสงวาบ หรือในบางครั้งเกิดเป็นลูกไฟที่มีสีสวยงาม (fireball) ฝนดาวตกแตกต่างจากดาวตกทั่วไป คือ เป็นดาวตกที่ มีทิศทางเหมือนมาจากจุดๆ หนึ่งบนท้องฟ้า เรียกว่า จุดศูนย์กลางการกระจาย (Radiant) เมื่อจุดศูนย์กลางการกระจายตรงหรือใกล้เคียงกับกลุ่มดาวอะไร ก็จะเรียกชื่อฝนดาวตกตามกลุ่มดาวนั้นๆ หรือ ดาวที่อยู่ใกล้กลุ่มดาวนั้น เช่น ฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต เป็นต้น