กรมอุทยานฯเดินหน้าจัดระเบียบเกาะเสม็ด ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเลสั่งห้ามเด็ดขาด “กระบองไฟ” โชว์ตามหน้าหาด สร้างมลพิษน้ำมันหกเลอะเทอะผืนทราย กำจัดยาก รวมทั้งเรือลากร่มชูชีพก็ห้ามเล่น ส่วนเรือกล้วยอนุโลมเล่นได้ในเขตที่มีทุ่นกั้น ตะลึงสปีดโบ๊ตเกือบ 200 ลำ มีขออนุญาตถูกต้องแค่ลำเดียว อยู่ระหว่างขออนุญาตอีก 4 ลำ ที่เหลือเถื่อนหมด ชุด ฉก.พญาเสือ ลงพื้นที่หาข้อมูล จ่อรื้อถอนกลุ่มทุนที่บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ พบเจ้าหน้าที่รัฐมีเอี่ยวหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง แอบเลื่อนหลักเขตอุทยานฯ ขยับไปไกลถึง 300 เมตร พื้นที่ริมหาดถูกบุกรุก 10% แถมรีดไถชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ
กรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และ จ.ระยอง จะเข้าจัดระเบียบ ฟื้นฟูพื้นที่อุทยาน แห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง เพราะพบว่าที่ผ่านมามีปัญหาหลายด้านหมักหมมมานาน ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม การบุกรุกที่ดิน ความไร้ระเบียบของการจัดการพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นเข้าไปหาผลประโยชน์เอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน
ความคืบหน้าการจัดระเบียบเกาะเสม็ด เมื่อวันที่ 19 พ.ย. นายณัฐพล รัตนพันธ์ ผอ.ส่วนอุทยาน แห่งชาติทางทะเล กรมอุทยานแห่งชาติฯ เผยว่า การเข้าไปแก้ปัญหาต่างๆ ในพื้นที่เกาะเสม็ดทำมาระยะหนึ่งแล้ว ภายใต้นโยบายของ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรฯ ที่ติดตามความคืบหน้า อยู่เสมอ ก่อนหน้านี้ทีมปฏิบัติการพิเศษชุดพญาเสือ นำโดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.จัดการต้นน้ำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ในฐานะหัวหน้าชุด ลงพื้นที่หาข้อมูลพร้อมจะดำเนินการรื้อถอนกลุ่มทุน ที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ สร้างประโยชน์ให้ตัวเองมานานแล้ว ทั้งนี้ การจะเข้าไปจัดระเบียบที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการที่ทำมาหากินอย่างสุจริตบนเกาะจำนวนมาก พล.อ.สุรศักดิ์ และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี กรมอุทยานฯให้นโยบายหลักมาเลยว่า การดำเนินการจัดระเบียบต้องไม่ทำให้ประชาชนที่ทำมาหากินอย่างสุจริตเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด
“การจัดระเบียบคือ ทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย อะไรที่ผิดต้องเอาออกไป เช่น การเล่นกระบองไฟที่นิยมกันมาก มีทุกหน้าหาด หลายรีสอร์ต เอาไปเป็นตัวโฆษณาให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักในรีสอร์ตของตัวเอง ขอบอกว่าอันนี้ผิดกฎหมายชัดเจน สร้างมลพิษแก่สิ่งแวดล้อม เกือบทุกที่หลังการแสดงกระบองไฟสิ้นสุด มีน้ำมันหกเลอะเทอะผืนทรายปนเปื้อนอยู่บนชายหาด ทำความสะอาดยาก ต่อไปทุกหาดห้ามให้มีการเล่นกระบองไฟเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีเรือกล้วย เกือบทุกลำมีเรือเร็วหรือสปีดโบ๊ตลากแล่นไปมาอยู่ใกล้หาด ซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง ไม่มีการจัดระเบียบ แล่นกันเกะกะไปหมด อันนี้ก็ผิดกฎหมายชัดเจน แต่อาจมีการอนุโลมเอาทุ่นไข่ปลาไปกั้นเป็นเขตที่สามารถทำกิจกรรมนี้ได้ แต่ทั้งหมดต้องเข้ามาขออนุญาตให้ถูกต้อง” นายณัฐพลกล่าว
ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล กล่าวอีกว่า ตรวจบัญชีรายการขออนุญาตแล้วน่าตกใจมากที่พบว่า เรือเร็วหรือสปีดโบ๊ตที่วิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเกาะเสม็ดเกือบ 200 ลำ มีขออนุญาตถูกต้องแค่ 1 ลำเท่านั้น อยู่ระหว่างขออนุญาตอีก 4 ลำ ที่เหลือวิ่งแบบเถื่อนๆทั้งหมด นอกจากนี้ ที่จะต้องเอาออกไปห้ามเล่นเลยคือ เรือแล่นลากร่มชูชีพ อันนี้อันตราย ห้ามทำในเขตอุทยานเด็ดขาด หากจะทำก็ต้องไปนอกเขตอุทยาน หรือต้องห่างจากชายฝั่งออกไปประมาณ 3 กม. เนื่องจากปัญหาต่างๆที่เกาะเสม็ดสะสมมานานกว่า 20 ปี การแก้ไขให้เกิดความเป็นระเบียบทันทีทันใดอาจจะไม่ได้ แต่จะทำให้เร็วที่สุด เพราะเวลานี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออยู่แล้ว
เมื่อถามเรื่องการจัดการพื้นที่ชายหาด นายณัฐพลกล่าวว่า ปัญหาของชายหาดบนเกาะเสม็ดคือ ร้านค้าเกือบทุกร้านบุกรุกลงไปหน้าหาดหมด แทบจะไม่เหลือพื้นที่เดินเล่นเลย โดยเฉพาะช่วงกลางคืน บางร้านถึงกับเอาโต๊ะ เก้าอี้ ไปวางให้คนนั่งกินอาหารจุ่มเท้าลงในน้ำทะเลได้เลย เป็นการเอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบธรรมชาติอย่างยิ่ง ตรงนี้ต้องจัดระเบียบก่อน ไม่ถึงขั้นว่าชายหาดห้ามมีเตียงผ้าใบหรือร่ม แต่สิ่งเหล่านี้ต้องอยู่ในที่ที่ควรอยู่ ไม่ใช่ตั้งรุกล้ำไปในที่สาธารณะ ไม่รวมเรื่องปัญหาขยะกับน้ำเสียที่ต้องดำเนินการด้วย ทุกรีสอร์ตและโรงแรมทิ้งน้ำเสียลงทะเลหมด ขยะก็จัดการยาก มีระบบจัดการขยะอยู่ก็จริงแต่ไม่สามารถจัดการขยะทั้งหมดแต่ละวันได้ มีขยะเหลือจากการจัดการอีกหลายตัน เรื่องนี้ต้องทำไปพร้อมๆ กันกับการจัดระเบียบ เริ่มเรียกผู้ประกอบการรีสอร์ตและโรงแรมมาคุยบ้างแล้ว
ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดปฏิบัติการพญาเสือ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ลงพื้นที่แฝงตัวอยู่ที่เกาะเสม็ดเพื่อหาข้อมูลเรื่องการบุกรุกที่ดินอุทยานกับการหาผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก และน่าเสียใจที่พบว่าหลายเรื่องมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เช่น การเรียกเก็บผลประโยชน์จากชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ ทำมาหากินสุจริต หรือ กระทั่งการแอบไปเลื่อนหลักเขตอุทยานออกเพื่อหาผลประโยชน์ เรื่องการบุกรุกที่ดินพบหลักฐานชัดเจนจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมว่าหลักเขตอุทยานฯถูกเลื่อนออกไป บางจุดขยับเลื่อนออกไปไกลจากเขตเดิมถึง 300 เมตร หมายความว่า ที่ดินอุทยานฯถูกฉ้อโกงออกไปจำนวนมาก วิธีการแบบนี้ชาวบ้านทั่วไปจะทำกันเองไม่ได้แน่นอน การตรวจสอบเรื่องการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯเกาะเสม็ดนั้น ใช้แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมปี 2545 สำหรับบริเวณชายหาดต่างๆ ในภาพรวมพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ริมหาดราว 10% ของพื้นที่ทั้งหมด สามารถชี้ได้ชัดเจนว่ามีที่ไหนบ้าง จะต้องรื้อทิ้งทั้งหมดและทำให้เร็วที่สุด