“สุเทพ” ขึ้นศาลร่วมฟังสืบพยานโจทก์นัดแรกคดี 4 แกนนำ กปปส.ร่วมกันเป็นกบฏจากการชุมนุมเมื่อปี 2556-2557 ต่อต้านรัฐบาลอดีตนายกฯ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 พ.ย.59 ที่ห้องพิจารณา 908 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากแรก คดีหมายเลขดำ อ.1191/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อายุ 53 ปี, นายสกลธี ภัททิยกุล อายุ 38 ปี แกนนำ กปปส., นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อายุ 64 ปี อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และนายเสรี วงษ์มณฑา อายุ 66 ปี แกนนำ กปปส. เป็นจำเลย ที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ อั้งยี่ ซ่องโจร มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการกระทำนั้นแต่ไม่เลิก ยุยงให้ร่วมกันหยุดงานการร่วมกันปิดงานงดจ้างเพื่อบังคับรัฐบาล ร่วมกันบุกรุก ร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, 116, 117, 209, 210, 215, 362, 364, 365 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.ฯ กรณีจำเลยได้ร่วมชุมนุม กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เพื่อต่อต้านรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้งเพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่
ในวันนี้จำเลยทั้งสี่เดินทางมาศาล พร้อมด้วยนายสุเทพ และนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ที่เดินทางมาเข้าร่วมฟังการสืบพยานโจทก์ และให้กำลังใจ โดยอัยการโจทก์นำพยานปากเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้าเบิกความเป็นพยานโจทก์ปากแรก
...
นายสุเทพ กล่าวก่อนเข้าฟังการสืบพยานโจทก์ว่า วันนี้ เดินทางมาร่วมฟังการสืบพยานโจทก์ ในคดีที่อัยการเป็นผู้ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 4 คน กรณีที่ร่วมกับตนในการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2556-2557 ซึ่งอยู่ในกระบวนการของชั้นศาล และวันนี้เป็นการนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก ตนในฐานะที่เป็นแกนนำ และรู้เรื่องราวทุกอย่าง จึงอยากมาร่วมฟังข้อเท็จจริง ในส่วนคดีของตนเองนั้น ในข้อหาเดียวกันนั้น ซึ่งมีผู้กระทำผิดทั้งหมดกว่า 58 คน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของอัยการที่ส่งกลับไปให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พิจารณาอีกครั้ง ตามที่นายถาวร เสนเนียม เป็นผู้ร้องขอให้มีการไต่สวน ก่อนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งตนพร้อมชี้แจงในทุกเรื่อง
ต่อมาเวลา 16.00 น.หลังจากมีการสืบพยาน ปากเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญในช่วงบ่ายเสร็จ นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความ กปปส.กล่าวว่า การสืบพยานปากนี้ยังไม่แล้วเสร็จโดยมีการซักค้านพยานโจทก์ปากนี้ต่ออีกในวันพรุ่งนี้ โดยคดีนี้นั้นฝ่ายอัยการโจทก์มีการยื่นบัญชีพยานเป็นจำนวนมากไม่ต่ำกว่าร้อยปาก แต่คาดว่าจะไม่นำขึ้นสืบทุกปาก เพราะพยานที่เป็นกลุ่มเดียวกันเบิกความเรื่องเดียวกันก็คงมีการตัดออก ทางฝ่ายจำเลยก็เช่นกันมีการยื่นบัญชีพยานไปกว่า 40-50 ปาก
นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาร่วมรับฟังการสืบพยานโจทก์เท่านั้นไม่ได้มาขึ้นเบิกความแต่อย่างใด โดยในวันพรุ่งนี้ก็จะเดินทางมาร่วมรับฟังการซักค้านพยานโจทก์อีก.