ชาวเขาเผ่าอาข่า กว่า 100 อพยพจากหมู่บ้านเดินทางมายังศาลากลาง จ.แพร่ เพื่อลงนามแสดงความอาลัย และน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ "ในหลวง ร.9" ทั้งนี้ จะดำเนินชีวิตตามแนวทางพระราชดำริของพระองค์ท่าน...

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 59 นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดแพร่ ร่วมกันต้อนรับชนเผ่าอาข่า จากบ้านแม่พร้าว หมู่ที่ 9 ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กว่า 100 คน ที่มาร่วมลงนามแสดงความอาลัย และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ต่อพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยชนเผ่าอาข่าในจังหวัดแพร่ เดิมเรียกชื่อว่า บ้านอีก้อสะเอียบ เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า (อีก้อ) ที่อพยพมาจากหมู่บ้านหินแตก อ.แม่จัน จ.เชียงราย เมื่อปี พ.ศ. 2515 เข้ามาอยู่ ที่แห่งแรกที่ห้วยแม่ลำเป็นพื้นที่ราบเชิงเขา ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ยม ประมาณ 10 ครอบครัว เมื่อจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น พื้นที่ทำมาหากิน ที่อยู่อาศัยคับแคบ ก็ย้ายมาอยู่ใกล้ลำห้วยแม่พร้าว ห่างจากเดิมประมาณ 500 เมตร จนถึงปัจจุบัน

...

ชาวอาข่าในประเทศไทย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างมากจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงช่วยเหลือชาวอาข่าให้มีที่ทำกิน สอนให้ปลูกผักและผลไม้ ทั้งข้าวโพด ผักกาด พริก มะเขือเทศ และ ส้มเขียวหวาน แล้วยังให้ส่งไปจำหน่ายให้กับโครงการหลวง ทำให้ชาวอาข่ามีรายได้แบบไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งในครั้งนี้มี พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 12 ค่ายพระยาไชยบูรณ์ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ จัดรถรับ-ส่งอำนวยความสะดวกชนเผ่าอาข่าที่มาร่วมลงนามด้วย

นางสาวกัณนิกา ตาฮั้ง อายุ 20 ปี สาวชาวอาข่า เผยว่า วันนี้ทราบว่าทหารจะเอารถไปรับมาลงนามแสดงความอาลัยพระองค์ท่าน รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก เตรียมตัวตั้งแต่เช้ามืด และเสียใจมากที่ทราบข่าวว่าพระองค์ท่านเสด็จสวรรคต

ด้าน นายนัทธพงศ์ มะเยอะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 เผยว่า เสียดายมาก เพราะพวกเราชาวเขาอาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินไทยนี้ได้เพราะพระองค์ท่าน เราได้ดำเนินชีวิตตามแนวทางพระราชดำริของพระองค์ท่านมาตลอดชีวิต ท่านได้ให้อะไรกับพวกเราไว้เยอะมาก ไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบได้แล้ว และขอยืนยันว่าพวกเราทุกคนจะดำเนินชีวิตของเราตามแนวทางพระราชดำริของพระองค์ท่านตลอดกาล