ลุงบุญเย็น เกษตรกรชาวแพร่คนสุดท้าย ผู้เคยเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ขออ่างเก็บน้ำ ครั้งเสด็จฯ จ.แพร่ เมื่อปี พ.ศ. 2523 เผย ดำรงอาชีพตามรอยเบื้องพระยุคลพระบาท ทำเกษตรพอเพียงผสมผสาน
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของ นายบุญเย็น เขื่อนแก้ว อายุ 73 ปี บ้านเลขที่ 56 ม.9 ต.สวนเขื่อน อ.เมืองแพร่ ซึ่งอาศัยอยู่ในสวนห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กม. หลังจากที่ทราบว่า นายบุญเย็น เป็นเกษตรกรคนสุดท้ายที่ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงมีรับสั่งให้ดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย สวนมีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่เศษ มีทั้งต้นไม้ใหญ่และเล็ก รวมถึงผลไม้ต่างๆ เช่น ลำไย มะม่วง ขนุน อีกทั้ง ปลูกผักกาด กะหล่ำปลี ข้าวโพด หากพอกินก็จะแบ่งขาย และมีสระน้ำอยู่ 3 สระ ใช้เลี้ยงปลาหลายชนิด
ลุงบุญเย็น เล่าย้อนถึงครั้งที่ได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ว่า ตนมีอาชีพทำไร่ทำนา ขณะนั้น พ.ศ. 2523 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกำนันตำบลสวนเขื่อน และเป็นลูกเสือชาวบ้าน ทันทีที่ทราบข่าวว่าพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินมาที่ จ.แพร่ กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ต.สวนเขื่อนต่างรวมตัวกันไปรอเฝ้าฯ รับเสด็จที่สนามบินแพร่ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ ต.สวนเขื่อน วันนั้นพระองค์ตรัสถามว่า “ถ้าจะสร้างจริงๆ จะมีปัญหาอะไรไหม” จึงทูลกลับไปว่าไม่มีปัญหา เพราะที่หมู่บ้านนี้แห้งแล้ง อยากได้อ่างเก็บน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
...
หลังจากทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาไม่นาน ในพื้นที่ก็ได้รับงบประมาณสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กหลายแห่ง เช่น อ่างเก็บน้ำร่องฮ่าง ต.บ้านถิ่น อ.เมืองแพร่ ก็พอมีน้ำใช้บ้างแต่ไม่เพียงพอ เพราะบางพื้นที่ยังไม่ได้รับประโยชน์ จนผ่านมากว่า 30 ปี โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่แคม เริ่มเป็นรูปร่างก็ยิ่งดีใจ เพราะโครงการนี้ทูลขอไปนานแล้ว รู้สึกดีใจมาก ซาบซึ้งในน้ำพระราชหฤทัยของพระองค์ที่ทำให้มีอ่างเก็บน้ำอย่างทุกวันนี้
“มีตอนหนึ่งพระองค์ตรัสแก่พวกเราพร้อมแย้มพระสรวล ว่า “อยากได้ต้องใจเย็นๆ นะ” และให้ทำการเกษตรแบบพอเพียง ก็จะไม่เดือดร้อน”
ตั้งแต่นั้นมาในช่วง พ.ศ. 2525 ตนและครอบครัวตัดสินใจเดินตามแนวทางพระราชดำริ คือ ทำการเกษตรแบบพอเพียง และเป็นคนแรกใน จ.แพร่ ที่หันมาทำการเกษตรผสมผสาน เริ่มจากการขุดสระไว้ในเนื้อที่ จากนั้นก็ขยายจนมี 3 สระ ต่อมา ปลูกผลไม้หลายชนิด และยังใช้สระเลี้ยงปลาจนสามารถจับขายได้ ส่วนผลไม้ 3 ปีให้หลัง ก็สามารถจำหน่ายได้เช่นกัน ต่อด้วยปลูกพืชผักทุกชนิดที่จะนำมาขายสร้างรายได้ ตนมีลูก 3 คน ก็อาศัยอาชีพนี้เลี้ยงลูกจนจบปริญญาตรี 2 คน และ ม.6 อีก 1 คน ขณะนี้มีงานทำกันหมดแล้ว
“พระองค์ประทับนั่งตรัสกับพวกเรา ทำให้พวกเราในสมัยนั้นปลาบปลื้มและมีกำลังใจมาก จนหาเลี้ยงชีพประสบผลสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ครอบครัวมีความสุขมาก แต่ตอนทราบข่าวพระองค์ท่านจากพวกเราชาวไทยไป แรกๆ ยังไม่เชื่อ จนกระทั่งได้เห็นในโทรทัศน์ รู้สึกใจหายและเสียใจมากที่สุดในชีวิต” นายบุญเย็น เกษตรกรผู้เดินตามแนวทางพระราชดำริอยู่อย่างพอเพียง กล่าว.