ราชเลขาธิการแห่งสำนักพระราชวังสวีเดน เป็นผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ และสมเด็จพระราชินี ลงนามแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม ขณะที่พสกนิกรทั่วประเทศพร้อมใจร่วมแสดงความอาลัยร่ำไห้ร้องเพลงสดุดีมหาราชา บรรดาพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน คนขับรถโดยสารต่างร่วมกันทำดีถวายเป็นพระราชกุศลจัดอาหารแจกฟรี และจัดรถรับส่งบริการฟรี นักศึกษาต่างชาติ ร่วมศึกษาวัฒนธรรม สนใจในความรู้สึกคนไทยทั่วโลกต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 นักธุรกิจออสเตรเลียเทิดทูนพระองค์เป็น “KING OF KING” ส่วนพ่อเฒ่ากับภรรยาเป็นคนจีนอพยพมาอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร สั่งสอนลูกหลานให้สำนึกโชคดีที่ได้อยู่เมืองไทยเพราะพระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกร
พสกนิกรทั่วทั้งประเทศร่วมแสดงความอาลัยและทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงตรากตรำทำงานเพื่อความอยู่ดีกินดีของพสกนิกรตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ ส่วนผู้ที่เคยเข้าเฝ้าฯรับเสด็จในวาระต่างๆ รวมทั้งผู้ที่เคยถวายงานล้วนจดจำช่วงเวลาแห่งความประทับใจ ปฏิญาณจะสืบสานพระราชปณิธานรู้รักสามัคคี มุ่งมั่นทำความดีสร้างความเจริญแก่บ้านเมือง
ตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายธวัชชัย ศรีทอง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดปทุมธานี นายสมศักดิ์ ธัมรูปา นายก อบต.บางพูด และชาวตำบลบางพูดจำนวนมาก ร่วมตักบาตรพระร้อยที่วัดดาวเรือง อ.เมืองปทุมธานี เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวไทย เชื้อสายรามัญ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักมาโดยตลอด ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นพระองค์ทรงงานผ่านพระราชกรณียกิจต่างๆ ทั้งโครงการพระราชดำริ เพื่อประชาชนได้พึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตนจะดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์ เป็นข้าราชการที่ดีต่อไป
...
โลตัสแจกเสื้อดำ 55,000 ตัว
ที่โลตัส เอ็กซ์ตร้า สาขาพระราม 4 ถนนพระราม 4 น.ส.สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส ร่วมกับผู้บริหารจัดพิธีมอบเสื้อยืดสีดำแก่ประชาชนย่านคลองเตยที่มาเข้าแถวรอกว่า 1,000 คน น.ส.สลิลลากล่าวว่า ทางโลตัสร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แจกจ่ายเสื้อยืดสีดำจำนวน 55,000 ตัว ผ่านเทสโก้ โลตัส 109 สาขา ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด เพื่อให้ประชาชนสวมใส่แสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. แจกเสื้อยืดสีดำ 5,000 ตัว ผ่าน 9สาขาใน กทม. ได้แก่ สาขาพระราม 4 1,000 ตัว สาขาหลักสี่ 500 ตัว สาขาฟอร์จูน 500 ตัว สาขาปิ่นเกล้า 500 ตัว สาขาบางแค 500 ตัว สาขาแยกประชาชื่น 500 ตัว สาขาจรัญสนิทวงศ์ 500 ตัว สาขาพระราม 1 500 ตัว และสาขาลาดพร้าว 500 ตัว ประชาชนสามารถรับบัตรคิวได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. สงวนสิทธิ์ 1 คนต่อเสื้อยืด 1 ตัว จากนั้นจะกระจายไปยังจังหวัดอื่นทุกภาคอีก 100 สาขา โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมริบบิ้นดำประมาณ 1 ล้านชิ้น กระจายไปยังสาขาต่างๆทั่วประเทศ เพื่อแจกจ่ายให้แก่ลูกค้า และประชาชน ทั้งนี้ ขอเชิญชวนท่านที่มีจิตอาสาร่วมทำริบบิ้นดำแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่ต้องการ สามารถนำมาแจกในพื้นที่ของเทสโก้ โลตัส ภายใต้โครงการ “Sharing Ribbon : ผูกโบ ผูกใจ”
ตั้งมั่นเจริญรอยพระยุคลบาท
ที่ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผวจ.สระแก้ว พร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจและประชาชน ร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะเดียวกัน กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ พ.ท.อภิชัย จูสนิท ผบ.ร.12 พัน. 2 รอ. เป็นประธานในพิธีแสดงความอาลัยและกล่าวถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่าพระองค์ทรงปกครองบ้านเมืองมากว่า 70 ปี พระองค์ทรงงานไม่มีวันหยุด เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินไทย เป็น KING OF KING หมายถึง กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่เหนือกษัตริย์ทั้งปวง วันที่พระองค์สวรรคตถือเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ พร้อมร่วมปฏิญาณจะตั้งมั่นเจริญรอยตามพระยุคลบาท สืบสานพระราช ปณิธาน รู้รักสามัคคี สร้างความเจริญให้แก่บ้านเมือง มุ่งมั่นประกอบคุณงามความดี กตัญญูต่อแผ่นดิน ตราบจนชีวิตจะหาไม่
หลั่งน้ำตาแสดงความอาลัย
ที่ศาลาการเปรียญวัดกุดแต้ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา จัดโต๊ะหมู่บูชา พร้อมเครื่อง ทองน้อยถวายพระบรมศพ และตั้งพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้พสกนิกรบริเวณชายแดนที่ไม่มีโอกาสเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพที่กรุงเทพฯ ได้ร่วมกันแสดงความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อบรรเทาความโศกเศร้าของพสกนิกร ตามคำสั่งของ พล.ต.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.กองกำลังบูรพา โดยมีผู้นำชุมชนและประชาชน พร้อมด้วยกำลังพลกว่า 500 คน แต่งกายไว้ทุกข์มาร่วมพิธี โดยมี พ.ท.สมเจตน์ ผลประเสริฐ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา เป็นประธานพิธี อ่านบทนำพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย แล้วร่วมกันจุดเทียนพร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนถึงกับน้ำตาคลอด้วยสำนึกรักและเทิดทูนอย่างหาที่สุดมิได้ จากนั้นได้ถวายผ้าบังสุกุลให้แด่พระสงฆ์ 9 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
ให้บริการรถรับ-ส่งฟรี
จ.สงขลา กลุ่มรถสองแถวสายหาดใหญ่-คลองแงะ ประมาณ 50 คัน พร้อมใจวิ่งรับส่งผู้โดยสารฟรี ไม่เก็บค่าโดยสาร ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รถที่รับส่งผู้โดยสารฟรีจะมีป้ายติดไว้ข้างรถ ขณะที่กลุ่มโชเฟอร์ตุ๊กตุ๊ก สหกรณ์เดินรถยะลาจำกัด ร่วมกันให้บริการรับส่งชาวบ้านฟรี จะติดป้ายหน้ารถว่า “ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดไม่ได้ ข้าพเจ้าสหกรณ์เดินรถยะลาจำกัด” ส่วนที่บริเวณท่าเทียบแพหัวหิน หมู่ 8 ต.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ กลุ่มสมาชิกสหกรณ์รถโดยสารกระบี่ จำกัด นำรถสองแถวเส้นทางระหว่างเกาะลันตา-ตัวเมืองกระบี่รวม 35 คัน ให้บริการผู้โดยสารฟรีตลอดทั้งวันเพื่อน้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศล
...
พ่อค้าแม่ค้าร่วมใจแจกอาหาร
นายเสริมวุฒิ และนางอมรรัตน์ สุวรรณโรจน์ เจ้าของบริษัท เฉาก๊วยชากังราว ตราเพชร จำกัด ตั้งเต็นท์โรงทานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.-21 ม.ค.2560 ตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 น. ที่หน้าบริษัท ใน อ.เมืองกำแพงเพชร นายเสริมวุฒิเปิดเผยว่า ครอบครัวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างหาที่สุดมิได้ มีความตั้งใจทำอาหารมาให้ประชาชนได้กินฟรีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนที่บริเวณสามแยกบ้านท่าเรือจ้าง หมู่ 1 ต.วังกระแจะ อ.เมืองตราด บรรดาพ่อค้าและแม่ค้าร่วมใจกันทำอาหารแจกประชาชนที่สัญจรผ่านไป-มากินฟรีเช่นกัน
ปลาบปลื้มเสด็จปลอบขวัญ ตชด.
ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ถนนสุขยางค์ อ.เบตง จ.ยะลา ได้จัดตั้งพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวร่วมลงนามแสดงความอาลัย พร้อมจัดแสดงภาพถ่ายเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ พระราชดำเนินเยี่ยมเยียนให้กำลังใจตำรวจ เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2519 หลังตำรวจปะทะกับโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา เป็นเหตุให้ ร.ต.อ.บัญชา โปร่งสระ ผบ.ร้อย พลีชีพ โดย ด.ต.สมบูรณ์ หยงสตาร์ อายุ 70 ปี อดีตจ่ากองร้อย ตชด.445 กล่าวว่า ในระหว่างที่พระองค์ท่านทอดพระเนตรสภาพพื้นที่ ทรงเห็นว่าที่ตั้งของกองร้อย ตชด.อยู่ต่ำกว่าภูเขาฝั่งตรงข้าม ทำให้ตกเป็นเป้าจู่โจมได้ง่าย ทรงมี พระราชกระแสรับสั่งกับ พล.ต.ต.ประเนตร ฤทธิ์ฤาชัย รอง ผบช.ตชด. ในสมัยนั้นให้ซื้อที่ดินบริเวณนั้นไว้ ต่อมา บช.ตชด.ได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวจำนวน 137 ไร่เศษ ด้วยเงินพระราชทานจำนวน 1,761,435 บาท ทุกวันนี้ตนยังจำเหตุการณ์ที่ได้เข้าเฝ้าฯและรับพระราชทานถุงพระราชทานด้วยความปลาบปลื้มใจเป็นล้นพ้น ตนเป็นข้าราชการตำรวจในพื้นที่ห่างไกล แต่พระองค์ไม่ทอดทิ้ง เสด็จฯ มาให้กำลังใจ ตรัสถามทุกข์สุขด้วยความเป็นห่วง ทรงฝากให้พวกเราดูแลพื้นที่และประชาชนให้ดี
...
รอยพระบาทแรกแห่งแผ่นดินน่าน
นายวิโรจน์ หวั่นท๊อก นายกเทศมนตรีตำบลเวียงสา อ.เวียงสา จ.น่าน ย้อนรำลึกเหตุการณ์ “รอยพระบาทแรก ณ น่าน” ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมาที่ว่าการอำเภอเวียงสา เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2501 มีข้าราชการ ประชาชนและชนเผ่าต่างๆรอรับเสด็จ ว่าช่วงนั้นตน 12-13 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.2 ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าลูกเสือร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ ตนฝึกพูดราชาศัพท์เตรียมไว้อย่างดีเผื่อพระองค์จะตรัสถาม ปรากฏว่าเมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสถามว่าอยู่โรงเรียนไหน ด้วยความตื่นเต้นพูดได้แต่เพียง “ขอเดชะ ขอเดชะ” พระองค์ได้ก้มลงทรงกระซิบด้วยพระเมตตาว่า “พูดตามธรรมดาก็ได้” นั่นเป็นความทรงจำที่มีคุณค่าอย่างหาที่สุดมิได้แล้วในชีวิต เมื่อตนได้เป็นนายกเทศมนตรีตำบลเวียงสา ได้ทุ่มเทความสามารถเพื่ออนุรักษ์อาคารไม้ที่ประทับของพระองค์ ซึ่งปัจจุบันเป็นอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลเวียงสา รวมทั้งติดตามเก้าอี้ที่ประทับที่หายไปกว่า 10 ปี สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ “รอยพระบาทแรกแห่งแผ่นดินน่าน”
เทิดทูน “KING OF KING”
นายแอนโทนี กรุนสไตน์ อายุ 47 ปี ชาวออสเตรเลีย อยู่บ้านเลขที่ 338/6 ซอยเรืองโตพัฒนา ถนนวิเชียรจำนงค์ หมู่ 9 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย เจ้าของโรงงานผลิตชุดว่ายน้ำสำหรับเด็กที่ประเทศจีน พร้อมนางเสาวณีย์ ภาคกระแสร์ อายุ 47 ปี ภรรยา ชาวไทย กล่าวถึงความรักและเทิดทูนต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า หลังจากแต่งงานกับภรรยาที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อ 15 ปีก่อน ได้ย้ายกลับมาอยู่ที่ประเทศไทย เห็นพระบรม ฉายาลักษณ์ของพระองค์แขวนอยู่ที่บ้านของภรรยาทราบว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เกิดความรู้สึกเกิดความรักและเทิดทูนอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งได้ดูข่าวพระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านทำงานหนักเพื่อประชาชนคนไทยมา ตลอด ก็ยิ่งรักพระองค์ท่านมากขึ้น ถือว่าเป็นเสมือน KING OF KING เพราะไม่เคยเห็นพระมหากษัตริย์ ที่ใดในโลกทำงานหนักเช่นนี้ ส่วนนางเสาวณีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังสามีทราบข่าวการสวรรคต ถึงกับอึ้งและมีน้ำตาซึม ตนและครอบครัวตั้งใจจะใส่บาตรถวายเป็นพระราชกุศลและสวมใส่ชุดสีดำแสดงความอาลัยจนครบ 100 วัน ขอตั้งจิตอธิษฐานให้พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย
...
สอนลูกสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ
นายประเสริฐ เล็กอุทัย อายุ 88 ปี และนาง อารีย์ เล็กอุทัย อายุ 82 ปี สองสามีภรรยาชาวไทยเชื้อสายจีน เจ้าของท่าข้าวไทยประเสริฐ อยู่บ้านเลขที่ 112/1 หมู่ 2 ต.บ้านแก่ง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ กล่าวถึงความประทับใจที่ได้เข้าเฝ้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าตนได้อพยพเข้ามาอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารตั้งแต่อายุ 13 ปี กระทั่งมีครอบครัว เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2520 พระองค์ท่านและพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯเยี่ยมราษฎรบริเวณเขื่อนสิริกิติ์ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ตนเป็นลูกเสือชาวบ้านรุ่นที่ 4 ของ อ.ตรอน และภรรยาได้เข้าเฝ้าฯ ถวายเงินจำนวน 5,000 บาทด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และได้เก็บภาพเหตุการณ์ประทับใจไว้กราบไหว้บูชาจนทุกวันนี้ ด้านนายฉัตรชัย เล็กอุทัย ลูกชายนายประเสริฐ กล่าวว่า พ่อและแม่อบรมสั่งสอนลูกๆเสมอว่า ใครที่ได้อาศัยอยู่เมืองไทยถือว่าโชคดีที่สุดแล้ว เพราะเมืองไทยมีในหลวงที่ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ ตนและครอบครัวเคารพและเทิดทูนราชวงศ์อย่างสูงสุด และเก็บสะสมของที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ท่านทุกรุ่น เช่น ธนบัตร พระบรมฉายาลักษณ์ทองคำ และแสตมป์ทองคำ
ครูเกษียณภูมิใจถวายงาน 2 ครั้ง
นายสมุทร ภาวะวิจารณ์ อายุ 79 ปี อดีตข้าราชการครู เคยถวายงานรับใช้ใกล้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถึง 2 ครั้ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2518 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯเยี่ยมราษฎร ทหาร ตชด. และ ลูกเสือชาวบ้าน ที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ตนได้รับหน้าที่หัวหน้าช่างจัดทำพลับพลาที่ประทับเสวยพระกระยาหารกลางวัน และได้ร่วมกับเพื่อนครูนำไผ่สีทองมาประกอบเป็นโต๊ะและพระเก้าอี้เสวย หลังจากนั้นพระองค์ได้พระราชทานชุดบทเพลงพระราชนิพนธ์เราสู้ พร้อมกับรับสั่งให้นำไปใช้ประโยชน์แก่ประชาชน เป็นเพลงปลุกใจแก่ประชาชนตามแนวชายแดน ในการต่อสู้กับภัยคุกคามในพื้นที่ ต่อมาวันที่ 16 พ.ย.2550 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า จุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน ที่ค่ายลูกเสือ ต.พะลาน อ.เขมราฐ ตนได้รับหน้าที่เชิญธงถวายเพื่อพระราชทานแก่ประธานรุ่นลูกเสือชาวบ้าน และยังเป็นภาพประวัติศาสตร์ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ครอบครัวและน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์อยู่เสมอ
ยายวัย 83 ซาบซึ้งรับเสด็จ
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนางเกิด ชินสุข อายุ 83 ปี ที่บ้านเลขที่ 15/1 ม.16 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา อยู่ห่างจากปราสาทหินพิมายเพียง 100 เมตร เป็นบุคคลที่เคยเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินปราสาทหินพิมาย เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2498 นางเกิด เปิดเผยว่า ขณะนั้นตนอายุ 23 ปี อุ้มลูกชายคนโต อายุ 6 เดือน นั่งรอรับเสด็จบริเวณโต๊ะยาวที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้หน้าที่ว่าการอำเภอพิมาย ทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินผ่านมาและหยุดอยู่ตรงหน้า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสถามว่าลูกที่อุ้มอยู่กี่เดือนแล้ว ตนตอบกลับไป 6 เดือนเจ้าค่ะ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้น ดีใจมาก ถือเป็นบุญที่เข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันตนมีลูก 6 คน ส่วนลูกคนโตที่อุ้มอยู่ในภาพมีอายุ 61 ปี และยังพบว่ามีรูปถ่ายพระองค์ท่านทรงยืนตรงหน้า ลูกหลานนำไปขยายใส่กรอบไว้อย่างดี เป็นภาพที่ตราตรึงในหัวใจของตนจนถึงทุกวันนี้
สร้างอ่างเก็บน้ำช่วยเหลือชาวบ้าน
นายทองสอน ละทะนาม ประธานกลุ่มผู้ใช้ น้ำโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยกะเบา บ้านชาติพัฒนาชาติไทย ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า เมื่อปี 2508 เกิดการต่อสู้กันในพื้นที่ระหว่างกลุ่ม สหายดาวแดงกับทหารจนกลายเป็นพื้นที่สีแดง กระทั่ง ปี 2523 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เสด็จฯมาเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ ตรัสให้ทหารใช้แนวทางการพัฒนารวมถึงการรักสามัคคีเข้าไปแก้ไขปัญหา ทำให้กลุ่มสหายดาวแดงวางอาวุธออกมาพัฒนาบ้านเมืองร่วมกัน นอกจากนี้ พระองค์ได้พระราชทานจัดสรรพื้นที่ทำกิน รวมถึงโครงการ พัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ เป็นที่มาของโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยกะเบา จัดสรรน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรมากกว่า 2,000 ไร่ ชาวบ้านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เป็นล้นพ้นและน้อมนำเอาแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไป
ปลื้มพระองค์แย้มพระสรวล
ด้านนายล้วน วศยางกูร อายุ 68 ปี ไวยาวัจกรประจำวัดธรรมามูลวรวิหาร ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2478 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมาที่วัด ธรรมามูลวรวิหาร เพื่อสักการะหลวงพ่อธรรมจักร ขณะนั้นตนอายุ 6 ขวบ มีโอกาสรับเสด็จ ยืนอยู่ แถวหน้าสุด เมื่อพระองค์เสด็จฯมาถึงตนก้มกราบด้วยความปลื้มปีติ พระองค์แย้มพระสรวลเป็นภาพติดตาตรึงใจจนมาถึงทุกวันนี้ ทราบข่าวในหลวง ร.9 สวรรคต ตนและครอบครัวต่างเสียใจ หลังจากนี้จะนำคำสอนของพระองค์เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและสั่งสอนลูกหลานให้เป็นคนดีของสังคม
“มนัส” นักชกเหรียญทองวิ่งไว้อาลัย
นายมนัส บุญจำนงค์ อายุ 36 ปี นักชกประวัติศาสตร์เหรียญทองโอลิมปิกปี 2004 และเหรียญเงินโอลิมปิกปี 2008 ออกวิ่งจาก จ.ลพบุรี มุ่งหน้าไปแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง วิ่งไปตามถนนสายเอเชียขาล่องเข้า กทม. บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 78 อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ระหว่างทางชาวบ้านมอบน้ำดื่มและยาดมเป็นระยะ แต่อากาศที่ร้อนจัดทำให้เท้าของนายมนัสเกิดพองเจ้าหน้าที่ช่วยกันปฐมพยาบาล นายมนัสกล่าวว่า ภาคภูมิใจในชีวิตที่ตนเป็นทีมนักชกรุ่นสุดท้ายที่ได้เข้าเฝ้าฯในหลวง พระองค์ตรัสว่าทรงนั่งเชียร์ผมและอยากให้รับใช้ชาติต่อไป ระหว่างที่พระองค์เชียร์หน้าทีวีพอคะแนนมนัสขึ้นก็ให้ขนมคุณทองแดงชิ้นหนึ่ง และท่านยังได้ทรงเล่าเรื่องพระมหาชนกให้ฟังด้วย ตนประทับใจเกิดความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
สาวน่องเหล็กปั่นจักรยานเข้ากรุง
จ.พัทลุง นางอมลวรรณ์ มณีภาค อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 264/1 หมู่ 13 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ปั่นจักรยานมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างทางพักรับประทานอาหารที่ร้านคุณน้อย หน้าสนามกีฬากลางจังหวัดพัทลุง มีนางอำพัน สงเนียม อายุ 39 ปี เจ้าของร้าน ให้การต้อนรับและบริการอาหารฟรี นางอมลวรรณเปิดเผยว่า มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ตนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณนำคำสอนของพระองค์ท่านตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจังสามารถส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรีทั้งหมด 4 คน ตนมุ่งมั่นที่จะไปแสดงความอาลัยที่กรุงเทพฯ แต่ติดขัดไม่มีเงินค่าเดินทาง ขอยืมเงินน้องสาวซื้อจักรยานปั่นเข้ากรุงเทพฯ ส่วนการเดินทางจะพักค้างคืนตามป้อมยามของตำรวจริมทางจนกว่าจะถึงจุดหมาย ขณะเดียวกัน นายนรินทร์ เบ็ญด่อ อายุ 54 ปี ช่างซ่อมรถยนต์ จ.สตูล ปั่นจักรยานออกจากศาลากลางสตูลมุ่งหน้ากรุงเทพฯ เพื่อแสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.9
ออสซี่เดินจากใต้เข้ากรุง
ส่วนนายไมเคิล แฮมมิล หนุ่มชาวออสซี่ เดินเท้าจาก อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปลงนามแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ล่าสุดเดินทางมาถึง อ.ละแม จ.ชุมพร มีรถตำรวจทางหลวงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ สภ.ท่าชนะ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเกาะมุกด์ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย สภ.ท่าชนะ นำขบวนและปิดท้ายเพื่ออำนวยความสะดวก นายไมเคิลมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสถือพระบรมฉายาลักษณ์ไว้ตลอด ขณะเดียวกัน นายอธิตา ศรีทวิป อายุ 30 ปี ศิลปินอิสระวงไต้ฝุ่น เดินจากบ้านที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมแสดงความอาลัยด้วย ส่วนนายสวาท ศรีสุข อายุ 60 ปี ชาว จ.กระบี่ เดินแบกเป้สัมภาระ ปักธงชาติ และพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 เดินทางออกจากบ้านมาแล้ว 5 วัน หยุดพักอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ แสดงความอาลัยเช่นกัน
นักปั่นเชียงรายแสดงอาลัย
ที่วัดแสงแก้วโพธิญาณ ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ครูบาอริยะชาติ อริยะจิตโต เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ ทำพิธีพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่นักปั่นจักรยาน 9 คน ใน อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เดินทางไปร่วมแสดงความอาลัยในหลวง ร.9 ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท นายฉลอง มหาวุฒิ หนึ่งในนักปั่นเปิดเผยว่า ชมรมปั่นจักรยานเชียงรายสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ทรงตรากตรำทำงานหนักเพื่อคนไทยจึงรวมตัวกันปั่นเพื่อพ่อเป็นตัวแทนชาวเชียงรายร่วมไว้อาลัยด้วย ขณะที่นายเอกพล ตั๋น อายุ 39 ปี หนุ่มชาว จ.ลำพูน เดินถือพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงร.9 ออกจากบ้านเกิดเข้ากรุงเทพฯแสดงความอาลัย ส่วนนายสมยศ ศรีปั้นพริ้ง อายุ 58 ปี ชาวไร่อ้อย จ.กำแพงเพชร ตั้งปณิธานเดินเทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 แสดงความอาลัยมาแล้ว 4 วัน หยุดพักอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ
หนุ่มเยอรมันเจ็บข้อเท้าแต่ยังสู้
ส่วนนายฮัท ฮาร์ตมุทเดเลน อายุ 58 ปี ชาวเยอรมัน แต่งงานกับภรรยา อยู่ที่ จ.ยโสธร มากว่า 16 ปี ชอบวิถีชีวิตแบบพอเพียงตามรอยเท้าในหลวง ร.9 สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณออกเดินถือพระบรมฉายาลักษณ์จาก จ.ยโสธร เป็นเวลา 3 วัน มาพักอยู่ที่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เกิดอาการปวดข้อเท้าซ้ายจนบวม เจ้าหน้าที่ช่วยปฐมพยาบาล นายฮัท เผยว่า แม้นจะได้รับบาดเจ็บแต่ก็ไม่ย่อท้อ ต้องเดินไปสักการะพระบรมศพอย่างใกล้ชิด พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่และมีคนรักมากที่สุดในโลก
หนุ่มพิการปั่นวีลแชร์ 300 กม.
ด้านนายณรงค์ พันธุ์อินทร์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/1 หมู่ 8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ชายพิการขาทั้งสองข้างปั่นวีลแชร์ออกจากวัดพิกุลรังสรรค์ ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เพื่อร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ที่กรุงเทพฯ ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร ระหว่างทางมีประชาชนที่ทราบข่าวนำน้ำดื่ม อาหาร ยานวดคลายกล้ามเนื้อ และยาชนิดต่างๆ ยืนส่ง ให้กำลังใจตลอดเส้นทาง ส่วนนายสมจิตร แต้เอี่ยม อายุ 65 ปี นายม้วน แต้เอี่ยม อายุ 63 ปี และนางณรัชอรณ์ พิลึก อายุ 30 ปี ชาวไร่อ้อย ต.บ้านบึง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เดินถือพระบรมฉายาลักษณ์ปักธง ภปร.และธงชาติไทย พร้อมสัมภาระออกเดินจาก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี มุ่งหน้าไปที่พระบรมมหาราชวังเพื่อร่วมไว้อาลัยในหลวง ร.9 แวะพักที่โรงพยาบาลด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ชาวบ้านนำอาหารและเครื่องดื่มมามอบเพื่อให้กำลังใจ
“เฉลิมชัย” รวมศิลปินวาดภาพ
ที่ขัวศิลปะ ถนนพหลโยธิน ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย บรรดาศิลปินนักวาดภาพชื่อดังของภาคเหนือและจังหวัดเชียงราย 100 คน มารวมพลังศิลปิน วาดภาพพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนผืนผ้าใบขนาดกว้าง 2.50 เมตร ยาว 17 เมตร โดยนายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้นำการวาดภาพเพื่อไว้อาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 นายเฉลิมชัยเปิดเผยว่า เหล่าศิลปินทางภาคเหนือร่วมแสดงออกทางด้านศิลปะวาดพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะ ควบคุมการวาดเป็นภาพโทนสีเทา แสดงออกถึงความสงบร่มเย็น ให้ศิลปินที่ถนัดด้านการวาดภาพเหมือนร่างภาพรวมก่อน แล้วแบ่งศิลปินแต่ละคนวาดตามแต่ละส่วน ภาพประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่นี้จะจัดแสดงไว้ที่ด้านหน้าขัวศิลปะระยะหนึ่ง จากนั้นจะนำไปตั้งที่วัดร่องขุ่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วโลกมีโอกาสชื่นชมถึงพระบารมีอันยิ่งใหญ่ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ศิษย์เก่าศิลปากรร่วมใจวาดภาพ
ส่วนที่ลาน อ.ศิลป์ ภายในมหาวิทยาลัยศิลปากร มีกลุ่มสมาคมศิษย์เก่าคณะจิตรกรรม ร่วมกันวาด พระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมิน ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อยู่ในพระอิริยาบถขณะทรงงานในพื้นที่ต่างๆ จำนวน 30 ภาพ แต่ละภาพศิลปินเป็นศิษย์เก่าศิลปากรต่างบรรจงใช้พู่กันระบายสีลงในกระดานไม้อัดขนาด 2.40×2.40 เมตรอย่างงดงาม นอกจากนี้ ยังมีนายพงษ์พันธ์ จันทนมัฏฐะ อาจารย์ประจำคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร นำดินเหนียวมาปั้นรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ครึ่งพระองค์ ขนาด 2 เท่าขององค์จริง สูง 89 เซนติเมตร พระพักตร์กว้าง 59 เซนติเมตร
แกะสลักหินอ่อนพระพักตร์ ร.9
นายพงษ์พันธ์กล่าวว่า ผลงานชิ้นนี้ตั้งชื่อว่า พระภูมิพล พระหมายถึงผู้ประเสริฐ ส่วนภูมิพลหมายถึงพลังของแผ่นดิน จึงมีแนวคิดที่จะแกะสลักหินอ่อนตอบโจทย์พลังแผ่นดินที่เป็นธรรมชาติ ใช้หินอ่อนจาก จ.สระบุรี มาแกะสลัก ความสูง 89 หมายถึง พระชนมพรรษาของพระองค์ท่าน ส่วน 59 นั้นเป็นปีที่พระองค์สวรรคต ความหมายเหล่านี้นำมาเป็นสัญลักษณ์ทำให้เกิดคุณค่า คาดว่าจะใช้เวลา 8 เดือน ถึง 1 ปี ตรงกับงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตอนนี้ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวในการจัดสร้าง เมื่อแล้วเสร็จยังไม่ได้กำหนดว่าจะนำไปประดิษฐานที่ไหน
เตรียมเปิดให้ประชาชนเข้าชม
นายอำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ คณบดีคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า โครงการวาดพระบรม สาทิสลักษณ์ในหลวง ร.9 เป็นการรวมตัวของศิษย์ เก่าคณะจิตรกรรมจากทั่วประเทศมาทำงานร่วมกัน จุดประสงค์คือความสูญเสียในหลวง รัชกาลที่ 9 ทุกคนต่างระลึกถึงพระองค์ ด้วยการใช้ศาสตร์ทางจิตรกรรมที่ได้มาร่ำเรียนมาเป็นเครื่องมือถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาด เราตั้งใจทำ 89 รูป ขนาด 2.40×2.40 เมตร แต่ขณะนี้กำลังทยอยดำเนินการ 30 รูปก่อน ให้หัวข้อในหลวงของประชาชน หลังจากวาดเสร็จแล้วจะนำมาแสดงให้ประชาชนได้ชมที่ลาน อ.ศิลป์ จะมีการปรับภูมิทัศน์รอบพื้นที่ ก่อนที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมภาพเหล่านี้ต่อไป
14 องค์กรสื่อร่วมแสดงความอาลัย
ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ ไทย ตัวแทนองค์กรสื่อทั้ง 14 องค์กร ประกอบด้วย 1.สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย 2.มูลนิธิอิศรา อมันตกุล 3.สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (เครือข่าย 10 องค์กรสื่อ) 4.สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ 5.สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย 6.สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย 7.สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย 8.สถาบันอิศรา 9.มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย 10.สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ 11.ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม 12.ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ 13.สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชน และ 14.ชมรมเพื่อเพื่อน ร่วมประชุมหารือถึงการจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช
จัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอด 1 ปี
จากนั้นนายวันชัยกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการสื่อมวลชนอย่างยิ่ง พระองค์เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงวางศิลาฤกษ์อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยในวันที่ 6 มี.ค.2512 และเสด็จฯเปิดอาคารในวันที่ 26 มิ.ย. 2514 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการสื่อมวลชนหาที่สุดมิได้ อีกทั้งทรงมีพระราชดำรัสในวโรกาสต่างๆ ต่อสื่อมวลชนเสมอมา ดังนั้นเพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระองค์ท่าน 14 องค์กรวิชาชีพสื่อจึงร่วมกันกำหนดจัดกิจกรรม ภายใต้แนวคิด “พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับวงการสื่อมวลชน” ชื่องาน “รวมคนสื่อ แสดงความอาลัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” มีกิจกรรม อย่างต่อเนื่องตลอด 1 ปี อาทิ การจัดนิทรรศการภาพข่าว การจัดพิมพ์หนังสือรวมบทกวีแสดงความอาลัย การจัดพิมพ์พระราชดำรัสที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนจะเปิดให้สื่อมวลชนร่วมลงนามแสดงความอาลัยที่สมาคมนักข่าวฯ และจัดงานแสดงความอาลัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในวันที่ 13 พ.ย.2559 เวลา 17.00 น. ณ อาคารที่ทำการสมาคมฯ
ยอดแสดงอาลัย 2.9 ล้านคน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า สรุปยอดการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความ อาลัยและการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ข้อมูลเมื่อวันที่ 24 ต.ค. มีประชาชนลงนามแสดงความไว้อาลัย วันที่ 21 ต.ค. มีจำนวน 389,061 คน วันที่ 22 ต.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 155,011 คน วันที่ 23 ต.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 137,997 คน ทั้งนี้มียอดสะสมการลงนามแสดงความไว้อาลัยตั้งแต่วันที่ 14-23 ต.ค. จำนวนทั้งสิ้น 2,944,934 คน สำหรับกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เฉพาะวันที่ 23 ต.ค.ในกิจกรรมสวดพระอภิธรรม มีผู้เข้าร่วมจำนวน 177,142 คน กิจกรรมทำบุญตักบาตร มีผู้เข้าร่วมจำนวน 31,514 คน และกิจกรรมอื่นๆ อีกจำนวน 28,989 คน
คนไทยในแคนาดาน้อมรำลึก
ที่ประเทศแคนาดา น.ส.แพรวพิมพ์ เขียวบริบูรณ์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำแคนาดา รายงานมาว่า คณะสงฆ์และชุมชนไทยได้ร่วมกันจัดพิธีสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่วัดญาณวิริยา 2 เมืองริชมอนฮิลล์ จังหวัดออนแทริโอ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2559 เวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 24 ต.ค. เวลา 04.30 น. พร้อมนี้มีกลุ่มนักเรียนสมาธิชาวไทย จากนครโตรอนโต ประมาณ 50 คน ไปร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม และนั่งสมาธิ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วย จากนั้นกลุ่มนักเรียนสมาธิและชาวไทยได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และแสดงความอาลัย ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย
ค่ายมวยไทยร่วมแสดงอาลัย
ส่วนที่นครโตรอนโต เมื่อวันที่ 23 ต.ค. เวลา 19.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 24 ต.ค. เวลา 08.00 น. นายสุชาติ ยอดคีรีเผ่าไพร เจ้าของและหุ้นส่วนค่ายมวยหนึ่งสยาม ที่ปรึกษาสมาคมมวยไทย ออนแทริโอ จัดให้ชาวไทยและชาวแคนาดาในนครโตรอนโตกว่า 100 คน ร่วมลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ค่ายมวยในนครโตรอนโต น.ส.ดาววิภา ลี้กำจร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโตรอนโต ได้ไปเป็นประธานในพิธีจุดเทียนถวายสักการะพระบรม ฉายาลักษณ์ จากนั้นคณะพระสงฆ์ธรรมยุตประจำวัดญาณวิริยา 2 นำสวดพระอภิธรรม และถวายผ้า บังสุกุล นายสุชาติ ยอดคีรีเผ่าไพร กล่าวแสดงความอาลัยและร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ด้วย
ผบ.ตร.สั่งเข้มสื่อหมิ่นฯ
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า มีคำสั่งให้ตำรวจทุกหน่วยถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดตามหนังสือเวียนของ ตร. อย่าให้มีตำรวจเข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตาม ม. 112 หากพบภาพหรือข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ อย่ากดไลค์ แชร์ หรือส่งลิงก์โพสต์ และให้รายงานแจ้งความไม่เหมาะสมไปที่กระทรวงดิจิทัล เพื่อระงับ การเผยแพร่ ขอให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติดูแลความมั่นคง ทั้งในเรื่องการตั้งจุดตรวจและจุดรักษาความเรียบร้อยเพื่อป้องกัน การก่อเหตุต่างๆ หากพบการกระทำผิดหรือมีข้อบกพร่อง ปล่อยปละละเลยจะต้องถูกพิจารณาลงโทษทันที
สวด ตร.จับค้าเสื้อดำเกินกว่าเหตุ
วันเดียวกัน นายเสรี สุวรรณภานนท์ สภาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเรื่องตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค บช.ก. ลงพื้นที่ตรวจจับเข้มงวดกับผู้ค้าเสื้อสีดำย่านประตูน้ำ ผู้ค้ารายใดไม่มีฉลากผลิตภัณฑ์ที่แสดงต้นทางสถานที่ผลิตสินค้า ที่กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดว่าต้องมี จะโดนจับหมด ค่าประกันตัวรายละ 15,000 บาท ถ้าไม่มีเงินจ่ายต้องนอนคุก เช้ามาต้องไปขึ้นศาลเสียค่าปรับอีก เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ไม่พิจารณาดูถึงความเหมาะสม ว่าช่วงนี้เสื้อดำขาดตลาด ผู้ค้าเหล่านี้ไม่ได้ขายราคาแพงเกินจริง แต่ถูกจับเพราะของขาดตลาด ต้องรีบหาสินค้ามาให้ผู้บริโภค เจตนาเขาไม่ได้อยากกระทำผิด แต่พวกเขาอยากช่วยหาเสื้อผ้ามาให้ประชาชน ควรทำการตักเตือนก่อน การไปจับกุมเหมือนโจรผู้ร้ายแถมยึดสินค้าไปหมด เขาเดือดร้อน ไม่ถูกต้อง
สวีเดนลงนามแสดงความอาลัย
ที่ประเทศสวีเดน นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม เปิดให้ชาวไทย ชาวสวีเดน และคณะทูตลงนามแสดงความอาลัย ที่สถานเอกอัครราชทูต นายเกียรติคุณเปิดเผยว่า นายสเวนเต ลินด์ควิสต์ ราชเลขาธิการแห่งสำนักพระราชวังสวีเดน เดินทางมายังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม ในฐานะผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ และสมเด็จพระราชินีซิลเวีย ลงนามแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนหน้านี้สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ ทรงมีพระราชสาส์นถึงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถว่า พระองค์ทรงมีความเสียพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง
ชาวไทยในรีโนทำบุญถวาย
ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา วัดพุทธประทีปรีโน เมืองรีโน รัฐเนวาดา จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อเช้าวันที่ 23 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น คณะสงฆ์พร้อมด้วยชาวไทยในเมืองรีโนและใกล้เคียง รวมทั้งนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเนวาดา วิทยาเขตเมืองรีโน ไปร่วมกันทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล จากนั้นช่วงเวลา 19.00 น. วันที่ 23 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศล มีชาวไทยและชาวอเมริกันไปร่วมพิธีจำนวนมาก หลายคนหลั่งน้ำตาด้วยรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย
นศ.ต่างชาติศึกษาความจงรักภักดี
ส่วนที่รัฐจอร์เจีย พระเทพกิตติวิมล เจ้าอาวาส วัดพุทธบูชา เมืองแอตแลนตา และประธานคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ฝ่ายธรรมยุต จัดพิธีทอดกฐินถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ที่วัดพุทธบูชา เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเอมโมรี นำนักศึกษาต่างชาติมารับรู้และศึกษาวัฒนธรรม ตลอดจนให้ความสนใจในความรู้สึกของคนไทยทั่วโลกที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ชาวไทยร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ขณะที่นายธนาวิต จับจิตร ทำเสื้อมาจำหน่ายที่วัดพุทธบูชา เพื่อนำรายได้ถวายโครงการพระราชดำริ และนายเดนนิช ชาวอเมริกันทำสายรัดข้อมือเขียนข้อความว่า “ขอเป็นข้าฯรองพระบาท” นำรายได้ถวายบำรุงค่าไฟวัดพุทธบูชาด้วย
ไทยในสวิตจัดสวดพระอภิธรรม
ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คณะสงฆ์วัดศรีนครินทรวราราม เมืองเกรทเช่นบาค ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น มูลนิธิสมเด็จย่า กรรมการวัด และชุมชนคนไทยในสมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่วัดศรีนครินทรวราราม โดยมีพระเทพกิตติโมลี เจ้าอาวาสเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนางใจไทย อุปการนิติเกตร อุปทูต ณ กรุงเบิร์น เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ภาคเช้าจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล และภาคค่ำคณะสงฆ์สวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศลมีชาวไทยและชาวสวิตเซอร์แลนด์มาร่วมพิธีด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 300 คน