คนแห่ทะลักย้อมผ้าดำฟรีส่งผลให้สีที่ใช้ย้อมขาดตลาด รวมทั้ง ผ้าสีดำที่นำมาทำโบกับริบบิ้นแจกขาดแคลนเช่นกันโดยเฉพาะที่พิษณุโลกขาดแคลนอย่างหนักจนต้องประกาศขอรับบริจาค ขณะที่ภาคเอกชนและภาครัฐยังช่วยกันทำริบบิ้นแจกทุกวัน ส่วนกรมการค้าภายในตรวจจับร้านค้าขายเสื้อดำไม่แสดงป้ายราคาปรับทันทีรายละ 2,000 บาท นอกจากนี้ หลายพื้นที่ได้แปรรูปอักษรแสดงความอาลัยในหลวง ร.9 ขณะที่การทำบุญยังมีทั่วประเทศ ส่วนประธานาธิบดีสหรัฐฯส่งรองประธานาธิบดีร่วมไว้อาลัยที่สถานทูตไทย

ประชาชนทั่วสารทิศต่างน้อมจิตแสดงความอาลัยและทำบุญเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะเดียวกันมีบุคคลที่เคยเข้าเฝ้าฯในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เคยเสด็จฯไปตามสถานที่ต่างๆ ยังเศร้าสลดเสียใจ นอกจากนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนหลายแห่งร่วมกันจัดทำริบบิ้นดำและเสื้อดำแจกเพื่อแสดงความอาลัย

คนไทยใจงามแจกริบบิ้น-เสื้อดำ

ที่ตลาดบวรร่มเกล้า บริเวณการเคหะฯร่มเกล้า เมื่อสายวันที่ 20 ต.ค. นายชนะพล ชินปัญจะพล เจ้าของตลาดได้จัดทำริบบิ้นดำแจกพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทั่วไปนำไปติดแขนเสื้อเพื่อแสดงการไว้ทุกข์และแสดงความอาลัยโดยมีประชาชนมารับแจกจนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว โดยนายชนะพลกล่าวว่า บางคนอาจไม่มีเสื้อดำสวมใส่ เนื่องจากหาซื้อยากและราคาอาจแพง ดังนั้นเพื่อช่วยเหลือคนไทยด้วยกันเลยจัดทำริบบิ้นดำออกแจกฟรีและทำมาหลายวันแล้ว

เช่นเดียวกับนางสุปราณี ไกรวัตนุสสรณ์ ผอ.โรงเรียนสตรีวิทยา พร้อมคณะครู นักเรียนและผู้ปกครองนำริบบิ้น 4,500 ชิ้น มอบให้ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ท้องสนามหลวง ขณะที่นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงาน ผู้ประกอบการร้านค้า ลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมจัดทำเสื้อสีดำแจกฟรีจำนวน 10,000 ตัว

...

ปากน้ำตั้งศูนย์บริการประชาชน

ขณะเดียวกันที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.สมุทรปราการ เป็นประธานเปิดศูนย์บริการประชาชนร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยศูนย์ดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนที่จะให้ประชาชนได้มีโอกาสช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เช่น การแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม การให้บริการย้อมผ้าสีดำ การแจกริบบิ้นไว้ทุกข์ การแจกหรือจำหน่ายเสื้อผ้าชุดไว้ทุกข์ในราคาถูก และยังมีรถตู้จิตอาสากว่า 10 คัน มาจอดรอรับประชาชนที่จะเดินทางไปร่วมแสดงความอาลัย ณ พระบรมมหาราชวังฟรี

ตม.ติดริบบิ้นให้ชาวต่างชาติ

ส่วน จ.ระยอง ที่สำนักงานวิสาหากิจชุมชนแตนบาติก เลขที่ 155 หมู่ 5 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้เปิดบริการย้อมผ้าเป็นสีดำให้ฟรี หลังจากเสื้อดำขาดตลาดอีกทั้งยังหาขนาดของเสื้อผ้าไม่ตรงกับความต้องการ ปรากฏว่าได้มีประชาชนชาวบ้านฉางที่ทราบข่าวเดินทางนำเสื้อผ้าที่ตนเองใส่หลากสีมาให้ย้อมเป็นสีดำจำนวนมาก และจะบริการไปจนกว่าเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพหรือจนกว่าจะเห็นสมควร และที่ด่าน ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตำรวจ ตม.ทหารพรานและกลุ่มจิตอาสานำริบบิ้นสีดำที่ร่วมกันทำขึ้นกว่า 1,000 ชิ้น มาแจกจ่ายและติดบริเวณหน้าอกเสื้อด้านซ้ายและแขนเสื้อด้านซ้ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางจากประเทศกัมพูชาเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

แห่ย้อมดำจนสีขาดตลาด

ด้านศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอกระทุ่มแบน (กศน.) ต.ตลาด อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร นายสมชาย แสงด่วน ผอ.กศน.กระทุ่มแบน นำเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการศึกษาสอนการย้อมผ้าสีดำและสอนทำริบบิ้นไว้อาลัยให้แก่ประชาชนและผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองกระทุ่มแบน แถมเปิดบริการย้อมผ้าสีดำให้แก่ประชาชนด้วย ขณะที่ จ.พิษณุโลก ช่วงที่ผ่านมามีประชาชนนำเสื้อมาย้อมสีดำที่ กศน.เมืองพิษณุโลกกว่า 1 พันคน ปรากฏว่า ทั้งถ่าน ฟืน และสีดำสำหรับย้อมผ้าไม่เพียงพอขาดตลาดทางเจ้าหน้าที่จึงประกาศขอรับบริจาคจากพี่น้องประชาชน นอกจากนี้หลายจังหวัดเริ่มประสบปัญหาสีย้อมผ้าและผ้าสีดำสำหรับทำริบบิ้นขาดตลาดต้องประกาศขอรับบริจาคจากประชาชนเช่นกัน

จับปรับร้านขายเสื้อไม่ติดราคา

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในออกตรวจสอบร้านจำหน่ายเสื้อผ้าดำและขาวสำเร็จรูปบริเวณถนนเพชรเกษม เขตหนองแขม ปรากฏว่าพบร้านจำหน่ายเสื้อยืดสำเร็จรูปไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกจึงได้เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000 บาท และให้จัดทำป้ายราคาจำหน่ายปลีกให้เรียบร้อยชัดเจนและเจ้าหน้าที่จะมาตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง หากยังพบกระทำผิดอีกจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปตรวจสอบผู้จำหน่ายเสื้อผ้าบริเวณวังหลัง เขตบางกอกน้อย พบว่า มีการฝ่าฝืนจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปเสื้อดำ-ขาว โดยไม่แสดงราคาจำหน่ายปลีกอีกจำนวน 8 ราย เป็นแผงจำนวน 7 แผง และร้านจำนวน 1 ร้าน ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดทั้ง 8 รายแล้วเช่นเดียวกัน

ถูกผู้ค้าเอาเปรียบแจ้ง 1569

นายวินิจฉัยกล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการจำหน่ายเครื่องแต่งกายสีดำ และผู้ผลิตผ้าสีดำอย่างต่อเนื่องเพื่อมิให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการที่ฉวยโอกาสจำหน่ายในราคาที่สูงเกินสมควรและยังเป็นการป้องกันมิให้เกิดการกักตุนสินค้า อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นความไม่เป็นธรรมทางการค้า ขอให้แจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หากเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้วพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทันที และในวันที่ 21 ต.ค.นี้ จะนำเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน ออกตรวจสอบสถานการณ์ค้าสินค้าอุปโภคบริโภค และชุดแต่งกายดำ ณ ตลาดยิ่งเจริญด้วย

เปิดตลาดขายเสื้อดำราคาถูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 21 ต.ค.นี้ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์จะเป็นประธานเปิดงาน “รวมใจแสดงความอาลัย” โดยกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสมาคมผู้ผลิต ผู้จำหน่ายสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป นำเสื้อผ้าสีดำจากผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาคมกว่า 80 ราย มาจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาถูกกว่าท้องตลาด ตั้งแต่วันที่ 21-24 ต.ค.นี้ ที่อาคารแสดงสินค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถนนรัชดาภิเษก โดยราคาเริ่มต้น เสื้อยืดตัวละ 79 บาท เสื้อโปโลตัวละ 149 บาท เสื้อเชิ้ตตัวละ 229 บาท และยังมีเครื่องแต่งกายอื่นที่ใช้สำหรับไว้ทุกข์จำหน่ายจำนวนมาก รวมถึงยังมีบริการรับย้อมผ้าสีดำให้กับผู้ที่มีเสื้อผ้าสีอื่นและต้องการนำมาย้อมด้วย

...

ตำรวจใจดีร่วมแจกเสื้อดำ

ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น นำข้าราชการตำรวจและชมรมแม่บ้านตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ร่วมกันมอบเสื้อยืดสีดำกับริบบิ้นให้กับประชาชนที่มาติดต่อราชการภายใน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อแสดงความอาลัยและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย พ.ต.อ.นพดล กล่าวว่า ได้จัดทำเสื้อยืดสีดำ 500 ตัว ริบบิ้น 500 ชิ้น เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาติดต่อขอรับบริการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม ทั้งชาวต่างชาติด้วย ขณะที่นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนเเละส่งเสริมความสัมพันธ์ นางพรทิพย์พา คาวีวงศ์ ผอ.สำนักงาน กศน.บึงกาฬ และนายพงศกร เขจรชัย ได้เปิดจุดบริการย้อมเสื้อผ้าสีดำฟรีหน้าที่ทำการ อบต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ ให้แก่ประชาชนในชุมชนและผู้ที่ขับรถผ่านไปมา

พี่น้องสะสมเหรียญกว่า 6 พัน

ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตลาดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกิติรัช ศรีวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านเปิดบริการให้พี่น้องประชาชนสกรีนเสื้อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆเพื่อให้คนไทยสวมใส่กันในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้า ขณะที่นายสากล ชัยยะขันธ์ อายุ 44 ปี กับ น.ส.วาทินี เพชรอาวุธ อายุ 34 ปี สองพี่น้องอยู่บ้านเลขที่ 1/12 หมู่ 9 ต.บางนาง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ได้สะสมเหรียญในหลวงกว่า 6,000 เหรียญ ตั้งแต่เหรียญสลึง เหรียญ 1 บาท 5 บาท 10 บาท รวมถึงธนบัตรเก่าอีกจำนวนมากและสะสมมานานกว่า 20 ปีแล้ว “พวกเราภูมิใจที่เกิดในแผ่นดิน ร.9 และจะทำดีเพื่อพ่อหลวง ร.9 ตลอดไป” นายสากลกล่าว

หลายแห่งทำบุญสัตตมวาร

พระครูเกษมถาวรคุณ เจ้าอาวาสวัดบางเลนและเจ้าคณะตำบลไผ่หูช้าง อ.บางเลน จ.นครปฐม เปิดเผยว่า วัดบางเลนได้จัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารครบ 7 วัน โดยมีนายปรีชา และนางสุวรรณา เหลืองอุดมสกุล เจ้าของ บริษัทโรงสีธัญญากิจ นครปฐม (2521) จำกัด เป็นเจ้าภาพ ถวายเพลแด่พระสงฆ์ 10 รูป และพิธีลงนามแสดงความอาลัยโดยผูกผ้าสีดำขาว และทำป้ายร่วมอาลัยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้า เช่นเดียวกับ จ.อ่างทอง นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผวจ.อ่างทอง พร้อมข้าราชการและประชาชนร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลที่ศาลาการเปรียญวัดไชโยวรวิหาร และมีอีกหลายจังหวัดที่ทำพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร

...

ติดผ้าขาวดำรอบบ้านไว้อาลัย

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 69/9 ซอยวัดสะแก หมู่ 1 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังทราบว่า ที่บ้านหลังดังกล่าวนำผ้าขาวดำมาติดรอบระเบียงบ้านเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 พบเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ระเบียงชั้นบนนำผ้าขาวดำวางเป็นแนวระบาย 2 ชั้นและตรงกลางมีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งไว้อย่างสง่า สอบถามนายเมธา พันทา อายุ 21 ปี เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้เป็นของนายพยุง เสือฟัก อายุ 54 ปี พ่อตาของตน การนำผ้าขาวดำมาติดไว้เพราะตนและสมาชิกในบ้านทุกคนมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ที่ทำประโยชน์ให้กับแผ่นดิน

“ปู่ปาน” ใกล้ถึงที่หมายแล้ว

ทางด้านนายปาน หมื่นโยชน์ อายุ 84 ปี ผู้พิการขาและนั่งรถโยกสามล้อเดินทางจาก จ.บุรีรัมย์เพื่อไปกราบในหลวง ร.9 ที่พระบรมมหาราชวังได้แวะพักค้างคืนที่เทศบาลตำบลหินกอง อ.หนองแค จ.สระบุรี จากนั้นเช้าวันเดียวกันเริ่มออกเดินทางจากเทศบาลตำบลหินกองมุ่งสู่ กทม. ในระหว่างทางมีประชาชนร่วมให้กำลังใจบริจาคอาหารและน้ำดื่มไม่ขาดสาย รวมทั้งพนักงานห้างบริษัทข้างทางได้มาขอร่วมถ่ายรูปปู่ปานไว้เป็นที่ระลึก กระทั่งบ่ายนายปานเดินทางผ่าน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยาโดยมีเจ้าหน้าที่พยาบาล หน่วยกู้ภัย ตำรวจทางหลวงหินกองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้อย นำโดย พ.ต.อ.สามารถ แก้วมณี ผกก.คอยอำนวยความสะดวก เช่นเดียวกับนายสาธิต จันทรังษี หรือลุงหมี อายุ 55 ปี ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปั่นวีลแชร์จาก จ.พิษณุโลกเพื่อจะไปร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่กรุงเทพฯเดินทางถึง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท แล้วเช่นกัน

แปรอักษรในทุ่งมะขามหย่อง

...

ที่พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย (ทุ่งมะขามหย่อง) อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีประชาชนจาก 16 อำเภอกว่า 20,000 คน รวมพลังแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยร่วมกันแปรอักษรคำว่า “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” บริเวณด้านหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย อย่างสวยงามและประทับใจ สำหรับทุ่งมะขามหย่องเป็นที่ดินส่วนพระองค์ทำเป็นพื้นที่แก้มลิงและเป็นต้นแบบ ในหลวงเสด็จฯมาทุ่งมะขามหย่อง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ม.ค.39 เสด็จฯทรงเปิดคันกั้นน้ำอ่างเก็บน้ำปล่อยน้ำไปยังทุ่งภูเขาทองเพื่อให้ชาวนาทำนาปรัง ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 14 พ.ค.39 เสด็จฯทรงมาเกี่ยวข้าวด้านหน้าทุ่งมะขามหย่องและครั้งที่สามวันที่ 25 พ.ค.55 เสด็จฯ มาสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย

นร.อาชีวะนั่งสมาธิเพื่อในหลวง

ส่วน จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดกิจกรรมนั่งสมาธิเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 โดยมี พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา นายตำรวจที่เกี่ยวข้องและ นักศึกษาสถาบันอาชีวะ 4 แห่ง รวม 400 คน เข้าร่วมกิจกรรมโดยจับมือติดริบบิ้นสีดำให้กันและกัน พร้อมกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณและนิมนต์พระภิกษุนำนักศึกษานั่งสมาธิ กิจกรรมดังกล่าวมีกุศโลบายให้นักเรียนอาชีวะมีจิตสำนึกให้มีความรักสามัคคีกันมากยิ่งขึ้นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของนักศึกษาของสถาบันอาชีวะเป็นที่ยอมรับในสายตาประชาชน

ประทับใจเลข ๙ ในดวงใจ

ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผวจ.เพชรบุรี ได้นำคณะ รอง ผวจ.เพชรบุรี ทหาร ตำรวจ ผู้นำศาสนาคริสต์และอิสลาม หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักเรียนและนักศึกษากว่า 5 พันคน แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเข้าแถวแปรอักษรเป็น
ภาพเลข ๙ ในดวงใจ ตามด้วย จ.อุตรดิตถ์ ที่สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ได้จัดพิธีไว้อาลัยและพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารตามด้วยแปรอักษรเป็นรูปหมายเลข ๙ เช่นเดียวกับ จ.หนองคาย

พ่อเมืองพังงานำทีมแปรอักษร

ส่วนที่หน้าอาคารบริหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย นักศึกษาทั้งชายและหญิงร่วมกันแปรอักษรเป็นเลข ๙ ล้อมรอบด้วยวงกลม เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและอาลัยต่อการสวรรคต และ จ.พังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ. พังงา ร่วมกับประชาชนทุกหมู่เหล่าในพังงากว่า 9,000 คน ตั้งแถวแปรอักษรเป็นรูปหัวใจและสัญลักษณ์เลข ๙ อยู่ตรงกลางรูปหัวใจเพื่อแสดงออกถึงความอาลัยและแสดงออกถึงความจงรักภักดี และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพังงา (หลังเก่า) ตามด้วยที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดเลย ประชาชนกว่า 10,000 คน แปรรูปหัวใจแสดงความอาลัยและอักษรภาษาอังกฤษคำว่า “LOEI” (เลย)

รูปช้างแฝดของโลกชูเลข ๙

ด้าน จ.สุรินทร์ ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผวจ.สุรินทร์ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชน นักเรียนนักศึกษา กลุ่มพลังมวลชนและผู้พิการ 5,999 คนร่วมประกอบพิธีแสดงความอาลัยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นร่วมกันแปรอักษรเป็นภาพพลายทองคำ พลายทองแท่ง ช้างสุรินทร์แฝดคู่แรกของโลกชูเลข ๙ ประทับอยู่กลางรูปหัวใจ สื่อความหมายว่าชาวสุรินทร์รักในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์จะสถิตในดวงใจปวงชนชาวไทยและชาวสุรินทร์นิจนิรันดร

แจกรูปและโบดำให้ชาวบ้าน

นายวารินทร์ ดุษฎีวงษ์กำจร รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครระยองและเจ้าของร้านระยองโฟโต้ เลขที่ 122/9 ถนนสุขุมวิท ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง นางกรรณิการ์ ภรรยา น.ส.สิริลดาและนายพัชรพล ลูกสาวและลูกชาย ร่วมกันแจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาดโปสการ์ด 4 คูณ 6 นิ้ว พร้อมกับแจกโบสีดำแก่ทุกคนที่มาขอรับ โดยนายวารินทร์ กล่าวว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีรูปภาพของพระองค์จึงพิมพ์รูปพระองค์ 1,500 ใบ กับทำโบสีดำแจกคู่กันฟรีทั้งสองอย่าง ขณะที่นางกรรณิการ์ กล่าวว่า ทำริบบิ้นสีดำด้วยตัวเองแจกมาหลายวันแล้ว
แต่ขณะนี้ทั้งโบและเข็มกลัดขาดตลาด

อาจารย์-นักศึกษาร่ำไห้ในพิธี

นายณัติเทพ พิทักษานุรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์แสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษาร่วมพิธี ก่อนเสร็จพิธี ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีร่วมกันร้องเพลงและบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและสดุดีมหาราชา หลังเพลงจบ น.ส.สราวดี ณ หนองคาย อาจารย์ภาควิชาภาษาอังกฤษ ในฐานะพิธีกรถึงกับสะอื้นร่ำไห้แต่พยายามกลั้นน้ำตาและทำหน้าที่พิธีกรกล่าวคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อปวงชนชาวไทย ทำให้ บรรยากาศในขณะนั้นเป็นไปด้วยความเศร้าโศกทั้งอธิการบดีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษาต่างร่ำไห้อาลัยต่อในหลวงร.9

ประเทศเพื่อนบ้านร่วมไว้อาลัย

ที่ จ.อุบลราชธานี ท่านยกดา ไชยะจักร หัวหน้าแผนกแรงงานและสวัสดิการสังคม แขวงจำปาสัก สปป.ลาว พร้อมคณะสื่อมวลชนท้องถิ่น แขวงจำปาสักเดินทางมาศาลาจัตุรมุขทุ่งศรีเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี ร่วมลงนามแสดงความไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อรำลึกแสดงออกถึงพระองค์ท่าน ผู้เปี่ยมไปด้วยความสัมพันธ์ที่ดีต่อประเทศไทยและ สปป.ลาวมาโดยตลอด ขณะที่สมาคมเชื้อสายเวียดนามอุบล เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี สมาชิกสมาคมเชื้อสายเวียดนามอุบล พร้อมใจกันแต่งกายชุดดำ ยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความจงรักภักดีและแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย

ชาวนางรองร่วมลดอบายมุข

นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผวจ.บุรีรัมย์ พล.ต.เดชอุดม นิชรัตน์ ผบ.มทบ.26 พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผบก.ภ.จ.บุรีรัมย์ นายเพชร สุพพัตกุล นอภ.นางรอง ร่วมปล่อยแถวทีมชุดพิทักษ์บุรีรัมย์ ประกอบด้วยทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เสี่ยง ตามนโยบาย “ลดอบายมุขสร้างสุขให้สังคม” ส่วนนายเพชร สุพพัตกุล นอภ.นางรอง พร้อมชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครหมู่บ้าน 15 ตำบล เทศบาลตำบลนางรองและ กฟภ.นางรอง กว่า 500 คน ร่วมทำความสะอาดพื้นที่รอบเขตที่ว่าการอำเภอนางรอง สนามกีฬาอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอเพื่อแสดงความอาลัยต่อในหลวง

จุดเทียนอาลัยบนเขากระจก

คืนวันที่ 19 ต.ค.ชาวประจวบคีรีขันธ์หลายร้อยคนไปรวมตัวกันเดินขึ้นเขาช่องกระจก หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเดินผ่านบันได 396 ขั้น สูง 245 เมตรจากระดับน้ำทะเลเพื่อจุดเทียนไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช และเป็นการรำลึกเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินมาที่เขากระจก เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2501 ทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนบุษบกในพระเจดีย์และทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งเป็นหน่อจากต้นพระศรีมหาโพธิ์พฤกษ์ต้นเดิมจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย สถานที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

หนุ่มออสซี่เดินเท้าลงนามอาลัย

นายอวยชัย อินทร์นาค ผวจ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.เชาวลิต เลี้ยงสุพงษ์ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานีร่วมให้กำลังใจ นายไมเคิล แฮมมิล อายุ 46 ปี นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียที่ตั้งใจเดินเท้าจาก อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ไปลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวังโดยนายไมเคิลเปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการเดินเท้าครั้งนี้ว่า เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทยและพักที่ อ.เกาะสมุย และตลอดเส้นทางการท่องเที่ยวเห็พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีอยู่ทั่วไปจึงเกิดความสงสัยเลยค้นหาประวัติจนทราบว่า ในหลวง ร.9 เป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาและทรงมีพระปรีชาสามารถมากมายและเห็นว่าเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาวไทย ในฐานะที่เป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวด้วยความรักในความเป็นประเทศไทยจึงตั้งใจเดินเท้าไปลงนามแสดงความอาลัย

ผลิตโรตีกรอบ 5 หมื่นชุดแจก

ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 1 บ้านลานควายออก ต.ท่าชะม่วง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา รวมกลุ่มช่วยกันทำโรตีกรอบที่มีรสชาติดีหวานกรอบอร่อยจำนวน 50,000 ชุดนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางไปร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่กรุงเทพฯ โดยนายนา เชื้อบุญ อายุ 53 ปี ชาวบ้านลานควายออก กล่าวทั้งน้ำตาว่า ชาวบ้านทุกคนอยากทำความดีสักครั้งเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพ่อหลวง เนื่องจากพระองค์เคยเสด็จฯมาเยือนในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จึงพร้อมใจกันทำโรตีกรอบจำนวน 50,000 ชุด ส่งไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางไปร่วมแสดงความอาลัยในหลวง หากใครต้องการร่วมสมทบทุนสนับสนุนวัตถุดิบในการทำโรตีกรอบเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อของแผ่นดินสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทร. 08-1276-7172

ส่งลองกองจากใต้สู่เมืองกรุง

ขณะเดียวกันประชาชนภาคใต้หลายจังหวัดได้ส่งลองกองรสชาติดีไปให้พี่น้องชาวไทยที่ไปแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เริ่มจากที่หน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี เป็นประธานปล่อยรถบรรทุกลองกองไปมอบให้กับประชาชนผู้เข้าร่วมลงนามแสดงความอาลัยที่ท้องสนามหลวงกว่า 5,000 กก. ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความ จงรักภักดีของพี่น้องชาวสวนลองกองใน จ.ปัตตานี ที่แสดงออกถึงความรักต่อพ่อหลวง นอกจากนี้ยังมีชาว ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เตรียมส่งลองกอง 6,000 กก.ไปร่วมด้วย ตามด้วยนายวิชวุทย์ จินโต รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานปล่อยคาราวานรถขนลองกอง 3,000 กก.ส่งเข้ากรุงเทพฯและที่ จ.นราธิวาส นายรอมฎอน หะยีอาแว โฆษก ศอ.บต. เปิดเผยว่า ศอ.บต.ร่วมกับ จ.นราธิวาส และเกษตรกรชาวสวนลองกองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวบรวมลองกองน้ำหนัก 12,000 กก. ส่งไปร่วมแจกจ่ายเช่นกัน

ชาวลำพูนร่ำไห้อาลัยในหลวง

เช้าวันเดียวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดลำพูน นายวีระชัย ภู่เพียงใจ ผวจ.ลำพูน พล.ต.ต.สมบัติ หวังดี ผบก.ภ.จ.ลำพูน ร่วมกับข้าราชการ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชนและประชาชน 1,000 คน ร่วมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงที่มีต่อจังหวัดลำพูนโดยท่ามกลางบรรยากาศอันโศกเศร้าบางคนถึงกลั้นน้ำตาไม่อยู่ไหลออกมาไม่ขาดสายโดยเฉพาะ พล.ต.ต.สมบัติ หวังดี ถึงกับเป็นลม เจ้าหน้าที่ต้องรีบปฐมพยาบาลอย่างโกลาหล และในโอกาสนี้ นายวัชรพงศ์ ฝั้นติ๊บ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคลำพูน นำคณะผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษา 500 คน แปรอักษรเลข ๙ แสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย

พ่อเฒ่าประทับใจหลังเข้าเฝ้าฯ

ขณะที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายสมาน ทัดเที่ยง อายุ 70 ปี เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ชาวบ้านสันนาเม็ง บ้านเลขที่ 13 หมู่ 4 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ที่ประสบความสำเร็จสามารถปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ได้ปีละ 2 ครั้ง เป็นคนแรกของประเทศไทย หลังนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้โดยนายสมานเล่าความประทับใจที่มีต่อพ่อหลวงของแผ่นดินว่า ตอนเด็กได้ติดตามพ่อนำผักไปถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบนพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ทุกวันศุกร์ ได้พบพระองค์หลายครั้งท่านจะตรัสถามเรื่องเกษตรตลอด และที่ต้องจดจำตลอดชีวิตที่ได้เข้าเฝ้าที่สนามบินเชียงใหม่ เมื่อปี 2529 นานร่วม 30 นาที

หนูน้อยมีพ่อหลวงในใจ

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านเลขที่ 350/4 ชุมชนนคร 1 หมู่ 3 ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย หลังทราบว่าเด็กชายกำพร้าพ่อตั้งแต่เกิด แต่ยังยึดเอาหลักธรรมคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบในการกระทำความดี ขยันหมั่นเพียรจนมีความชำนาญในการวาดภาพ สามารถวาดภาพลายเส้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้อย่างสวยงามเหมือนจริงพบ ด.ช.กฤษณภัทร์ หรือน้องเมือง กีรติธนาฒย์ อายุ 10 ขวบนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนวัดคูหาสุวรรณ กำลังนั่งวาดภาพในหลวงด้วยดินสอดำในอิริยาบถต่างๆ โดยมี น.ส.บัณฑิตา กีรติธนาฒย์ อายุ 49 ปี แม่คอยดูแลอยู่ข้างๆ โดยน้องเมืองกล่าวว่า ตั้งใจจะวาดภาพนี้ให้เหมือนพระองค์ท่านให้มากที่สุดและจะนำไปใส่กรอบเก็บไว้

เดินตามในหลวงแบบพอเพียง

นายธีรพจน์ บุญชู หรือลุงเหลด ชาวบ้านหมู่ 2 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ เปิดเผยว่า เดินตามรอยเท้าของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวม 15 ปีแล้ว ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตนมีอาชีพทำสวนเริ่มต้นจากที่ดิน 4 ไร่ แบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนมีบ่อปลา เลี้ยงเป็ด ปลูกมะนาว พืชผักต่างๆ ทุกอย่างให้ผลผลิตสามารถจำหน่ายได้และครอบครัวไม่ต้องซื้อสิ่งของมากมาย ส่วนเหลือแบ่งปันเพื่อนบ้านลดรายจ่ายได้เป็นอย่างดี ทุกวันนี้มีรายได้หลังหักต้นทุนจากการผลิตแล้วจะเหลือประมาณ 3 หมื่นบาทชีวิตไม่ขัดสน หลังทราบข่าวในหลวง ร.9 สวรรคตทำให้เศร้าใจเป็นอย่างมาก เพราะท่านทำให้เราใช้ชีวิตแบบสมัยโบราณ แบบพออยู่พอกิน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ท่านจะอยู่ในใจของคนไทยทุกคนตลอดกาล

ห้อยธนบัตรเสริมสิริมงคล

ส่วนนายเลิ้ม ทองสว่าง อายุ 69 ปี ชาวบ้านตะพังมะกอก หมู่ 9 ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย มีความรักเทิดทูนและจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ตัดพระบรมฉายาลักษณ์จากปฏิทินนำมาหุ้มพลาสติกติดไว้ภายในบ้านเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังนำธนบัตรอัดกรอบพลาสติกนำมาใส่ห้อยคอลุงเลิ้มเปิดเผยว่า มีอาชีพเย็บแหและปั้นกระสุนดินเหนียวขายพอมีรายได้ประทังชีวิตไปวันๆ จะนำพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงและธนบัตรอัดพลาสติกแล้วห้อยคอเสมือนเป็นพระเครื่อง หรือวัตถุมงคล บางคนมองว่าเป็นคนบ้าหรือสติไม่ดีแต่ก็ไม่สนใจ เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นมงคลในชีวิต

ฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้สูงวัย

ขณะนายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอน้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ พ.ท.อนุวัช ปัญญานนท์ ผบ.กองพันทหารม้าที่ 7 ค่ายพิชัยดาบหัก และหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอน้ำปาดลงพื้นที่พบผู้สูงอายุ 10 คน ที่เคยเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ชุมชนบ้านลุ่ม หมู่ 4 ต.แสนตอ พร้อมจัดทีมแพทย์ลงพื้นที่ติดตามดูแล ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุยังคงโศกเศร้าเสียใจ ร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นข่าว หรือสารคดีพระราชกรณีของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และที่ จ.เชียงราย นายสมชาย เจริญทั้งสมบัติ ประธานชุมชนบ้านดอนผาตั้ง อ.เวียงแก่น เปิดเผยว่า เมื่อปี 2514 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯมาที่ จ.เชียงราย มีรับสั่งให้นายพลหวีเหวิ่นฮ้วน หัวหน้าอดีตจีนคณะชาติกองทัพที่ 3 เข้าเฝ้าฯ หลังร่วมกับทหาร ไทยสู้รบกับกลุ่มรุกล้ำดินแดน จนสามารถยึดพื้นที่ดอยผาหม่นและดอยยาวใน อ.เชียงของ และ อ.เทิง จ.เชียงราย ตนและชาวบ้านเป็นชาวจีนยูนานอาศัยอยู่ที่ดอยผาตั้งส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของนายพลหลีเหวิ่นฮ้วน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 ท่านให้พวกเรามีที่อยู่ทำกินและมอบสัญชาติเป็นราษฎรไทยโดยสมบูรณ์

ยึดหลักทำงานต้องเสียสละ

ด้านนายอาทิตย์ ยังคำ อายุ 83 ปี ชาวบ้านทุ่งม่วง ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เปิดเผยว่าเมื่อปี 2514 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมายัง อ.โป่งน้ำร้อน ทรงห่วงใยประชาชน ข้าราชการ และทหารตามแนวชายแดน หลังเกิดเหตุการสู่รบตามแนวชายแดนโป่งน้ำร้อน ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา โดยท่านไม่หวั่นอันตรายสร้างความปลาบปลื้มแก่พสกนิกรเป็นล้นพ้น ตนติดตามดูข่าวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านทุกวัน และทดลองนำมาปฏิบัติตาม อย่างไม่ย่อท้อจนประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะพระราชดำรัสที่ว่าการจะทำอะไรต้องมีการเสียสละจึงจะสำเร็จ ทำให้ตนยืดถือเป็นแนวทางการดำรงชีวิตจนถึงปัจจุบันนี้

จิตรกรตั้งมั่นคำสอนพอเพียง

นายเทอดศักดิ์ ไชยกาล อายุ 48 ปี ศิลปินนักวาดภาพเหมือนชาว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ชอบวาดพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์อีกหลายพระองค์ เคยจัดงานแสดงนิทรรศการภาพเขียนเพื่อการกุศล นำพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระองค์ท่านออกมาโชว์ ซึ่งแต่ละภาพผู้เข้าชมติดต่อขอซื้อไปกว่า 80 ภาพ พระองค์เป็นแรงบันดาลใจให้กับตนหลายอย่าง ทั้งจากคำสั่งสอน แนวทางปฏิบัติใช้ชีวิตประจำวัน จนครอบครัวมีความสุขกินใช้อย่างพอเพียง ลูกทั้ง 3 ของตนกำลัง ศึกษาในมหาวิทยาลัยก็ได้น้อมนำเอาคำสอนของพระองค์ไปถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน

สร้างแหล่งน้ำช่วยชาวบ้าน

นายตี นเรศรัมย์ อายุ 67 ปี พร้อมชาวบ้านโคกขมิ้นและบ้านกุดใหญ่ ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ รวมตัวออกมาแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณศาลาเศรษฐกิจพอเพียงอ่างเก็บน้ำกุดใหญ่ ต.หนองเต็ง เพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทำให้ชาวตำบลหนองเต็งต่างมีชีวิตที่ดีขึ้น นายตีเปิดเผยว่า เมื่อปี 2522 ในหลวง ร.9 เสด็จฯผ่านมาที่บ้านกุดใหญ่ สอบถามชาวบ้านทราบว่าประสบปัญหาภัยแล้งทุกปี พระองค์ตรัสว่า“คนเราถ้าไม่มีน้ำก็อยู่ไม่ได้” จากวันนั้นเป็นต้นมามีเจ้าหน้าที่พัฒนาแหล่งน้ำกุดใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง และสร้างฝายน้ำล้น ทำให้ชาวบ้านมีน้ำกินน้ำใช้มาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนนางสมจิตต์ มิตรอยู่ยืน อายุ 72 ปี เจ้าของร้านแว่นตามิตรศิลป์ไทย ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี เปิดเผยว่า เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา ตนเข้าเฝ้าฯรับเสด็จในหลวงมาที่ จ.อุบลราชธานี ตนสั่งทำมาลัยกรดอกมะลิพวงใหญ่เฝ้ารับเสด็จที่บริเวณศาลหลักเมือง เมื่อพระองค์เสด็จฯหยุดตรงหน้ารีบคุกเข่ายกพานที่ใส่มาลัยถวาย ท่านตรัสว่า “ขอบใจ” ตนดีใจมากที่ชาตินี้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ หลังทราบว่าในหลวง ร.9 สวรรคต รู้สึกเหมือนสูญเสียของมีค่าที่สุดในชีวิต นอนไม่หลับตลอดช่วง 3 คืนแรก เห็นแต่ภาพพระองค์ทรงงานหนัก และตนดีใจที่ได้เกิดในแผ่นดินไทย

ซาบซึ้งในหลวงเรียกเข้าเฝ้าฯ

นายรักษ์ ด่านกุล อายุ 76 ปี อดีต ส.ส.นครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อปี 38 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมาทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ บุษบก เหนืออุโบสถที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ในหลวง ร.9 สนทนาธรรมเพียงลำพังกับหลวงพ่อคูณภายในอุโบสถ ขณะนั้นเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังแจ้งว่าในหลวง ร.9 เรียกให้ตนเข้าเฝ้าฯ พร้อมตรัสว่าหลวงพ่อคูณอยากให้ช่วยหาน้ำให้ชาวด่านขุนทด ตนได้ถวายรายงานมีอ่างน้ำใหญ่ 2 แห่ง คืออ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน ต.บ้านเก่าและอ่างเก็บน้ำบ้านโนนสง่า ต.พันชนะ พระองค์กางแผนที่ทอดพระเนตรประกอบไปด้วยแล้วแจ้งให้ช่วยหาทางแก้ไข เวลาผ่านไปกว่า 20 ปี ตนยังรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับน้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ในชีวิตประจำวันตลอดมา

“โอบามา” ส่งตัวแทนแสดงอาลัย

ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นายวิชัย มะลิกุล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นายโจไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐฯไปร่วมลงนามแสดง ความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในนามของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯและประชาชนอเมริกัน ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน โดยนายโจ ไบเดน ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนชาวไทย ผ่านนายพิศาล มาณวพัฒน์ เอกอัครราชทูตและข้าราชการไทย พร้อมทั้งย้ำถึงมิตรภาพอันใกล้ชิดและยาวนานระหว่างสหรัฐฯและประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีนายออร์ริน แฮท์ช สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐยูทาห์ และ ส.ว.ที่อาวุโสสูงสุดในวุฒิสภาสหรัฐฯและนางอีเลน แฮท์ช ภริยา ได้เดินทางไปร่วมลงนามแสดงความอาลัยเช่นกัน รวมทั้งนายจอห์น คาซิช ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอและอดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ พรรครีพับลิกัน ตลอดจนนักการเมืองระดับสูง ส.ส.และ ส.ว.และคณะทูตานุทูตที่มีถิ่นพำนักในกรุงวอชิงตันหลายประเทศเข้าร่วมลงนามแสดงความอาลัยทุกวัน

ชาวไทยในเยอรมนีจัดพิธีใหญ่

ที่ประเทศเยอรมนี นายวรรณากร เหลืองนภา ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำกรุงเบอร์ลิน รายงานมาเมื่อค่ำวันที่ 19 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 20 ต.ค. นายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารที่อาคารวิลล่าในสถานเอกอัครราชทูต โดยนิมนต์พระสงฆ์ทั่วเยอรมนีมาร่วมพิธีจำนวน 30 รูป มีข้าราชการ ชาวไทยและชาวเยอรมันไปร่วมพิธีและร่วมแสดงความอาลัยกว่า 500 คน ชาวไทยที่ไปร่วมพิธีต่างอยู่ในอาการเศร้าโศกและนำอาหารมาร่วมออกร้านให้ผู้มาร่วมงานได้รับประทานกันฟรีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วย พร้อมกันนี้ชุมชนชาวไทยในเบอร์ลิน ได้กำหนดจัดพิธีเฉลิมพระเกียรติและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในวันที่ 30 ต.ค. เวลา 16.00 น. อีกครั้ง ที่หน้าประตูบรันเดินเบิร์ก เบอร์ลิน สัญลักษณ์สำคัญของประเทศเยอรมนี