“ผู้ว่าฯ น่านกับอุตรดิตถ์มาหรือเปล่า” หลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีรับสั่งถาม ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เดินปรี่ขึ้นไปบนเวทีในทันที

ด้วยคำพูดคำจา ฉะฉาน ชัดเจน รู้ลึก รู้จริง ทำให้ใครที่ได้ดูคลิปวิดีโอในวันนั้น ต่างพากันชื่นชมในความกล้าหาญในการถวายรายงานข้อราชการแด่พระเจ้าแผ่นดินอย่างตรงไปตรงมา

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เปิดใจ นายสุจริต นันทมนตรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชกระแสรับสั่งให้ขึ้นไปถวายรายงานเรื่องปัญหาน้ำท่วม เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2538

...

ปลื้มปีติอย่างที่สุด ได้ถวายรายงานข้อราชการพ่ออยู่หัว

นายสุจริต เล่าย้อนไปถึงอารมณ์ความรู้สึกวินาทีที่พระองค์ท่านมีรับสั่งให้ขึ้นไปถวายรายงานข้อราชการบนเวทีว่า “เมื่อท่านรับสั่งถึงก็มีความรู้สึกว่าเราได้รับพระเมตตาอย่างมากที่พระองค์ท่านได้พระราชทานโอกาส เพราะเป็นการที่มีรับสั่งให้ขึ้นไปถวายรายงาน ไม่ใช่ขึ้นไปถวายรายงานเอง และตัวผมเองก็รู้สึกปลื้มปีติอย่างมากที่ชีวิตหนึ่งได้ถวายข้อราชการต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และที่สำคัญคือ มีโอกาสได้กราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทต่อหน้าสาธารณชนทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นผู้หนึ่งที่มีโอกาสที่ดีและเป็นมิ่งมหามงคลต่อตัวเองและครอบครัว

ส่วนที่กล้ากล่าวถวายรายงานว่า มีโครงการเสนอขอไปแล้วแต่ไม่ทราบว่าทำไมยังไม่ได้รับงบประมาณนั้น มันก็เป็นข้อเท็จจริงที่ผมทราบมา เพราะฉะนั้น ก็เห็นควรถวายข้อราชการอย่างตรงไปตรงมา ให้พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงทราบด้วย ซึ่งหลายคนก็อาจจะเคยได้ยินแล้วว่าผมถวายรายงานว่าอย่างไร เพราะสิ่งที่เสนอไปนั้นเป็นประโยชน์จริงๆ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดน่านจังหวัดเดียว และผมเองก็ไม่ได้กล่าวก้าวล่วงใคร แต่มองว่าทำไมจึงยังไม่ได้รับงบประมาณมาเท่านั้น

และตัวผมเองยังได้เคยถวายงานในเรื่องต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม และน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านในการปฏิบัติและถวายข้อราชการในฐานะผู้ว่าฯ อธิบดี และตำแหน่งต่างๆ ตลอดจนการดำเนินชีวิตของตัวเอง และจะเห็นได้ว่าท่านทรงติดตามการปฏิบัติงานอยู่ตลอด 2-3 ปี โดยทรงสอบถามภายหลังจากท่านองคมนตรีบ้าง และจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายว่า สิ่งที่ผมได้ถวายรายงานข้อราชการไปในวันนั้น ได้รับงบประมาณหรือยัง”

ในหลวงทรงเป็นวิทยากรพิเศษ ทรงห่วงเรื่องน้ำ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นห่วงเรื่องน้ำอย่างมาก ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์จึงเสด็จฯ มาเป็นวิทยากรพิเศษในครั้งนี้ด้วยตัวเอง นายสุจริต เล่าต่อว่า “พระองค์ท่านทรงห่วงเรื่องน้ำท่วมมาก เพราะน้ำจะไหลลงมาถึงกรุงเทพฯ พระองค์ท่านทรงชี้แนะแนวทางไว้อย่างสมบูรณ์แบบว่าควรจะมีการพัฒนาแม่น้ำทางฝั่งตะวันตก และแม่น้ำทางฝั่งตะวันออก ซึ่งผมเองก็อยากให้รัฐบาลมีความใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้ ที่พระองค์ทรงแนะนำในฐานะวิทยากรพิเศษที่ทรงงานเพื่อปวงชนชาวไทย”

เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ต้นแบบข้าราชการไทย

ความปลื้มปีติในฐานะพสกนิกรชาวไทย ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยถวายงานกับพระองค์ท่านนั้น นายสุจริต กล่าวว่า “ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทย ในความคิดผมชาวโลกได้ประโยชน์อย่างมหาศาล เพราะสิ่งที่พระองค์ท่านทรงเป็นพระธรรมราชาที่เราเห็นชัดที่สุดในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่พระบรมราชโองการที่พระองค์ทรงเปล่งว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม แต่ในข้อเท็จจริงเกินกว่ามหาชนชาวสยาม พระองค์ท่านได้ให้พลโลกได้รับโอกาสนั้นด้วย

ทำให้ความรู้สึกของผมในฐานะข้าแผ่นดินคนหนึ่ง มีความรู้สึกปลื้มปีติในพระบารมีของพระองค์ท่าน ที่พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตามาโดยตลอด และการทรงงานของพระองค์ท่านสามารถทำให้คนมีความสุขได้จริงๆ ถ้าพยายามปฏิบัติตามได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ การบริหารราชการแผ่นดินของพระองค์ท่านที่ยึดหลัก เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ผมว่าข้าราชการทุกคนจะต้องนำมาเป็นแบบอย่าง เพราะจะทำให้เกิดความสำเร็จและความสุขแก่กันและกัน เป็นความปรารถนาที่พระองค์ท่านมีต่อพสกนิกร และต่อมวลมนุษยชาติทั้งหลาย ซึ่งจะเห็นได้ว่า ผมยังไม่เคยได้ยินประมุข กษัตริย์ประเทศไหนจะทรงงานและมีพระเมตตาในการให้คำแนะนำ วิธีการปฏิบัติที่จะไปสู่ความสุขและความสำเร็จแก่กันและกัน พระองค์ท่านทรงทศพิธราชธรรมอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ”

...