13 ตุลาฯไขข้อครหา-เดินหน้าทำดี ที่สุดของบุคลากรแวดวงสีกากี ปี 59

ข่าว

    13 ตุลาฯไขข้อครหา-เดินหน้าทำดี ที่สุดของบุคลากรแวดวงสีกากี ปี 59

    ไทยรัฐออนไลน์

    13 ต.ค. 2559 05:00 น.

    10 บุคคลที่สุด แห่งวงการสีกากี ปี 2559 ไขข้อครหา-เดินหน้าทำดี "ผู้การโจ๊ก โต้กลับปม มีพลังที่สุด คุมคำสั่งแต่งตั้งตำรวจ กับผลงานในรอบปีที่ดีเว่อร์","รองด้วง หลานเขย บิ๊กป้อม สายแข็งที่สุด ยืนยันทุ่มเทงานด้วยใจ ลุยงานหนักกว่าใครหลายเท่าตัว", ผกก.อุ๋ย ผู้กำกับ EOD เสียสละที่สุด เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกู้ระเบิดทั่วประเทศกว่า 1,500 ครั้ง  ทั้งหมดแลกด้วยความปลอดภัย ปชช. 

     

    ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นเหล่าพลพรรคสีกากี ทั้งข่าวดี-ข่าวเสีย รวมไปถึงข่าวหน้า 1 คดีอาชญากรรมที่ทำเอาวงการสีกากีต้องปั่นป่วนตามแกะปมอาชญากร กันไม่เว้นแต่ละเดือน รวมไปถึงคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย อลหม่านล้านแปด ย้ายข้ามห้วย โยกข้ามถิ่น บางรายชื่อถูกเตะกระเด็นไกลไปแบบงงๆ บางรายตายแล้วชื่อดันมาโผล่ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ รอบทิศทาง คนสมหวังก็ดีใจ ส่วนคนผิดหวังปวดใจ มันคือสัจธรรมของโลก


    สถานการณ์ สร้างบทบาทความโดดเด่น ให้แต่ละบุคคลที่ถูกพูดถึงทั้งแง่บวกและด้านลบ นายตำรวจหลายคนถูกหยิบยก มาเป็นเรื่อง talk of The Town ให้กระจอกข่าวและแวดวงสีกากี เม้าท์มอยกันไปเรื่อยเปื่อย ในขณะเดียวกัน ตำรวจน้ำดีปีที่ผ่านๆ มาก็มีไม่น้อย แต่กลับไม่ถูกยกย่องเชิดชู เป็นดาวเด่นประโคมข่าวดังสนั่นเหมือนตำรวจนอกแถว

    สำหรับวันนี้ทาง "กองบรรณาธิการไทยรัฐออนไลน์" ได้รวบรวมตำรวจที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในทุกๆ ด้านมานำเสนอเป็นภาพรวมสร้างสีสัน ต้อนรับ "วันที่ 13 ตุลาคม 2559 วันตำรวจของไทย" กับ 10 บุคลากร ที่สุดของวงการสีกากี ปี 2559 โดยทั้ง 10 นายตำรวจ ยินดีตอบคำถามตรงๆ กับ ทางกองบรรณาธิการไทยรัฐออนไลน์ แบบไม่เคยให้สัมภาษณ์ที่ไหนมาก่อน ตามหัวข้อดังต่อไปนี้

    "เสียสละที่สุด"

    พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล 'หัวหน้าชุด EOD' กับภารกิจเสี่ยงตายหลายร้อยหน ส่งผลให้กลายเป็นตำรวจน้ำดี เสียสละเพื่อส่วนรวม เมื่อความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า คงไม่มีใครกล้าอยากเข้าไปเสี่ยง มีเพียงเขาและทีมงาน ปิดทองหลังพระต่อเนื่องยาวนาน สื่อมวลชนหลายแขนงยกย่องให้เป็น ตำรวจผู้เสียสละ

    กว่าจะมาเป็น นักกู้ระเบิดเสี่ยงอันตรายมากไม่ใช่เรื่องง่าย ใครจะมาอยู่หน่วยกู้ระเบิดของตำรวจจะต้องมาด้วยความสมัครใจ และเรียนรู้หลักสูตรเพื่อการเก็บกู้วัตถุระเบิดประมาณ 14 สัปดาห์ เมื่อเข้าไปที่เกิดเหตุ ใจจะไม่ได้อยู่แต่กับระเบิด จะทำอย่างไรให้ลูกระเบิดนี้มันปลอดภัย ถ้าคนนั้นขาดประสบการณ์หรือขาดความชำนาญก็อาจทำให้พลาดได้

    พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด
    พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด

    พ.ต.อ.กำธร กล่าวว่า รู้สึกดีมากที่ทางไทยรัฐออนไลน์นึกถึงตนเอง และหยิบยกขึ้นมาเป็นบุคลากรสีกากีในปี 2559 การทำงานเก็บกู้วัตถุระเบิดมากว่า 23 ปี เก็บกู้มาแล้วทั่วประเทศ ปักหลักอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ 6 ปี เก็บกู้ระเบิดมามากกว่า 1,500 ครั้ง ไม่รวมเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองสีเสื้อต่างๆในห้วง 10 ปี ที่ผ่านมา ตนเองได้รับมอบหมายแทบทั้งสิ้น และยินดีทำด้วยความเต็มใจ ตราบใดที่ยังมีผู้ไม่ประสงค์ดีวางระเบิด ตนเองและทีมงานก็พร้อมจะเก็บกู้ไปจนกว่าเกษียณอายุราชการ

    "ตอนแรกทางครอบครัวรู้สึกเป็นห่วงมาก กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์อันตรายกับผม แต่ทั้งหมดนี้มันคือหน้าที่และอาชีพที่ผมต้องทำให้เต็มที่ หนีไม่ได้ กลัวตายก็ไม่ได้ครับ ยังมีชีวิตประชาชนอีกมากมายที่ตำรวจไทยต้องดูแลรับผิดชอบ จริงๆ แล้วตำรวจทุกหน่วยงานทุกฝ่ายอันตรายหมด เพียงแต่เราจะรอบคอบหรือเชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆ มากแค่ไหน ส่วนผมอยากจะทำงานให้ดีที่สุดสร้างความศรัทธาผาสุกให้ประชาชน" พ.ต.อ.กำธร กล่าว 

    พ.ต.อ.กำธร กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้ตำรวจไทยตั้งใจทำงาน โดยเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ตำรวจทุกนายเหนื่อยเหมือนกันหมด ทำงานเพื่อประชาชนเหมือนกันหมด อยากขอให้กำลังใจตำรวจทุกนายให้ก้าวผ่านความเหน็ดเหนื่อย และยิ้มสู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  

    ผู้เสียสละแห่งปี
    ผู้เสียสละแห่งปี


    "ไฟแรงที่สุด"

    พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช หรือผู้กำกับก้อง ผู้กำกับการกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เรียกว่าเป็นยุคทองของ "ผู้กำกับก้อง" เลยก็ว่าได้ กลายเป็นข้าวหอมมะลิที่หุงขึ้นหม้อ สร้างผลงานโดดเด่น ในการแกะปมกวาดจับผู้ต้องหาคดีดังๆ ระดับประเทศ เช่น คดีโกงเงินพันล้านสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, คดีการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยชูวงษ์ นักธุรกิจชื่อดังจนนำไปสู่การออกหมายจับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็นต้น


    ในวัยเด็ก ผู้กำกับก้อง เคยฝันอยากเป็น “นักบินเอฟ 16” โชคชะตาพลิกผัน ตัดสินใจก้าวสู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน นรต.รุ่นที่ 50 กระทั่งใช้ชีวิตราชการบนความตั้งใจ ลงแรงทุ่มเท ตั้งใจทำในทุกคดีที่ทำ ก่อนนำแถลงข่าวออกสู่สายตาประชาชน กลายเป็นตำรวจมากความสามารถ ติดชาร์ต top 10 นอกจากนี้ ผู้กำกับก้อง ยังมีความสัมพันธ์อันดีในฐานะน้องเขยของ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลายคนจึงอาจมองว่า ได้นั่งอยู่ตรงนี้เพราะเส้นสายดีใช่หรือไม่

    พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผู้กำกับการ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม
    พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผู้กำกับการ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม

    พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 คน ของตำรวจที่น่าสนใจที่สุดในปี 2559 ทำให้มีกำลังใจต่อสู้กับงานต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ผ่านมา ระหว่างดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับการ กองกำกับการ 1 มีคดีสำคัญให้รับผิดชอบมากมาย ซึ่งสำคัญเท่ากันทุกคดี แต่ที่ภาคภูมิใจที่สุดคือคดี บรรยิน-เสี่ยชูวงษ์ อย่างไรก็ตามการสืบสวนจับกุมทุกคดีมาจากความตั้งใจของตัวเองและทีมงาน ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ จนกว่าจะสำเร็จไปด้วยดี


    "สำหรับเรื่องที่มีคนคิดกันไปเองว่า ผมมาเป็นผู้กำกับกอง 1 ป. ได้ เพราะมีความสัมพันธ์อันดีกับ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทุกคนสามารถคิดได้ แต่ความเป็นจริงคือ ผมเข้ามารับตำแหน่งนี้ก่อนท่านนานกว่า 5 เดือน ซึ่งตัวผมเองก็ไม่รู้สึกแย่ถ้าใครจะคิดแบบนั้น เพราะความจริงเรารู้อยู่แก่ใจตัวเอง ที่ผ่านมาตั้งใจทำงานทุกอย่างที่อยู่ในความรับผิดชอบโดยไม่ได้สร้างภาพ คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก สิ่งเหล่านี้จึงสำคัญกว่าคำพูดใดๆ" พ.ต.อ.จิรภพ กล่าว


    พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้ตำรวจไทยทุกคนตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ทำงานให้เต็มที่โดยไม่ต้องสร้างภาพลักษณ์อะไรมาก เพราะผลงานที่เราทำ จะพิสูจน์ความเป็นตัวเรา ประชาชนก็จะรู้และตัดสินได้เองเป็นอย่างไรโดยไม่ต้องไปสร้างภาพลักษณ์ อยากให้เอาผลงานเป็นตัวชี้วัดมากกว่า ตนเองยืนยันจะรักษามาตรฐานการทำงานไว้แบบนี้ตลอดไปไม่ว่าจะรับตำแหน่งใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จวบจนวันเกษียณอายุราชการ

    "ตำรวจไฟแรง" ผู้กำกับก้อง

    "อัจฉริยะน่าชื่นชมที่สุด"

    ตำรวจสมองดี เก่งงานสอบสวน ชำนาญการสืบจับ ดูแลพื้นที่เขตชายแดนใต้ พ.ต.ท.ดร.ธราดล เหมพัฒน์ รองผกก.(สอบสวน) กก.6 บก.ป. หรือ ด็อกเตอร์ป๊อป อดีตเจ้าของรางวัลเกมอัจฉริยะข้ามคืน คว้าเงินล้านไปนอนกอด เมื่อหลายปีก่อน นำจับคดีสะเทือนขวัญนับไม่ถ้วน นอกจากด็อกเตอร์ป๊อปจะเก่งงานด้านตำรวจแล้ว เค้ายังมีความคิดอ่านก้าวล้ำนำหน้านายตำรวจรุ่นเดียวกัน ด็อกเตอร์ป๊อปจึงถือเป็นกำลังหลัก กลไกสำคัญของกองบัญชาการสอบสวนกลาง ที่จะขับเคลื่อนพัฒนาองค์กรไปในทางที่ดีขึ้น 

    ถึงแม้ชื่อเสียงของด็อกเตอร์ป๊อป จะไม่โดดเด่นเป็นเป้าให้สื่อมวลชนจ่อไมค์สัมภาษณ์ ซักถามประเด็นดังของคดีต่างๆ เท่าไรนัก แต่ทุกเบื้องหลังความสำเร็จของ กก.6 บก.ป. ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา รู้ไว้เลยว่า ตำรวจคนนี้เป็นกลไกสำคัญที่ขาดไปไม่ได้เลย


    พ.ต.ท.ดร.ธราดล กล่าวว่า ต้องขอขอบพระคุณที่สื่อมวลชนให้ความสนใจ ยกให้ตนเองเป็น 1 ในที่สุดของปี 2559 ตลอดเวลา 21 ปีที่ผ่านมาในชีวิตรับราชการตำรวจ ตนเองอยู่ในสายงานสอบสวนมาตลอด ซึ่งในสายงานสอบสวนนั้น จะสัมผัสกับพี่น้องประชาชนที่มาแจ้งความร้องทุกข์หรือร้องเรียนในกรณีที่เขาคิดว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมต่างๆ เขาดั้นด้นเดินทางจากต่างจังหวัดมาหาเราถึงที่กองปราบปราม กรุงเทพฯ แสดงว่าเขาต้องคิดว่า กองปราบฯ ต้องเป็นที่พึ่งให้เขาได้แน่นอน 

    พ.ต.ท.ดร.ธราดล เหมพัฒน์ รองผกก.(สอบสวน) กก.6 บก.ป. หรือ ด็อกเตอร์ป๊อป
    พ.ต.ท.ดร.ธราดล เหมพัฒน์ รองผกก.(สอบสวน) กก.6 บก.ป. หรือ ด็อกเตอร์ป๊อป

    "18 ปีเศษ ที่ผมรับราชการอยู่ในกองปราบฯ ผมเชื่อว่าผมได้ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนในหน้าที่ของตำรวจกองปราบฯ ได้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจมาพึ่งพิงครับ เป็นความภาคภูมิใจครับ ที่ผมได้เข้ามาทำหน้าที่ในหน่วยงานกองปราบฯที่ทรงเกียรติยศครับ ตัวผมแค่ฟันเฟืองตัวเล็กๆ ในนาฬิกา ซึ่งโชคดีได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา อีกทั้งมีการสนองตอบจากเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งสนับสนุนการทำงานของเรา เข็มนาฬิกาเรือนนี้จึงเดินไปได้อย่างมั่นคงครับ" พ.ต.ท.ดร.ธราดล กล่าว 

    พ.ต.ท.ดร.ธราดล กล่าวต่อว่า สิ่งหนึ่งที่ยึดมั่นไว้เป็นเข็มทิศในการทำงานคือ “ข้อความที่จารึก” ไว้ใน “โล่ประกาศเกียรติคุณ พนักงานสอบสวนดีเด่น ประจำปี 2540” ว่า “กรมตำรวจ ขอประกาศเกียรติคุณว่า ร้อยตำรวจโทธราดล เหมพัฒน์ เป็น พนักงานสอบสวนดีเด่น ประจำปี 2540 สมควรแก่การยกย่อง สรรเสริญ และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจทั้งหลาย ขอให้รักษาความดีนี้ไว้ตลอดไป” นั้นหมายความว่า กรมตำรวจ ได้ทำการคัดเลือกแล้วว่าตัวผมนั้นต้องเป็น “ตัวอย่างที่ดี” ซึ่งก็คือ “ต้นแบบ” ที่ดี เพราะฉะนั้นผมจึงต้องเป็น “แบบอย่างที่ดี” ให้สมกับที่ กรมตำรวจ ได้ทำการคัดเลือกแล้ว

    "ผมเป็นเพียงตำรวจธรรมดาๆ คนหนึ่ง ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ขอยืนยันครับว่าทำงานหนักและตั้งใจทำงานทำหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรมในการบังคับใช้กฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ตลอดมาครับ และจะทำหน้าที่ต่อไปด้วยความภาคภูมิใจครับ ผมเชื่อว่าไม่เฉพาะเพียงแต่ผมคนเดียวที่ภาคภูมิใจครับ ครอบครัวของผมต้องภาคภูมิใจไปกับผมไม่น้อยกว่ากันครับ ขอบคุณทีมงาน กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม ทุกท่านที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุนการทำงานด้วยครับ" ด็อกเตอร์ป๊อป กล่าวทิ้งท้าย 

    ด็อกเตอร์ป๊อป
    ด็อกเตอร์ป๊อป

    "สายแข็งที่สุด"

    ถ้าพูดถึงเรื่องเส้นสายความแข็งแกร่งนาทีนี้ คงไม่มีใครไม่นึกถึง ลูกเขยคนขยันของ พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลานเขย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม "พ.ต.ท.ดวงโชติ สุวรรณจรัส รองผกก.ป.สน.ลุมพินี หรือรองด้วง" นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 39 นักเรียนนายร้อยรุ่น 55 นายตำรวจหนุ่มนักสืบรุ่นใหม่ มีผลงานสืบจับมาหลายคดี ซ้ำไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียตลอดอายุราชการ 

    "รองด้วง" ได้สมรสกับ พ.ต.ต.ภญ.พัชรา วงษ์สุวรรณ หญิงสาวที่เพียบพร้อมทั้งความสามารถ ชาติตระกูล รวมไปถึงตำแหน่งหน้าที่การงาน รองด้วง จึงถือเป็นตำรวจที่โชคดีที่สุดแห่งยุค สายแข็งต่อเนื่องยาวนานมาจนปี 2559 อันที่จริงผลงานการจับกุมคดีสำคัญ ประวัติการทำงานในรอบหลายปี สามารถการันตีความเก่งกาจได้ชัดเจน ตามคติประจำใจที่ รองด้วง ยึดมั่นถือมั่นอยู่ตลอด "คนดีต้องไม่เบ่ง คนเก่งต้องไม่โม้ คนโตต้องไม่อวด เราทำงานในหน้าที่เราให้ดีที่สุด ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีที่สุด สามารถทำงาน รับใช้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนอย่างเต็มความสามารถ" 

    รองด้วง
    รองด้วง

    พ.ต.ท.ดวงโชติ กล่าวว่า อันดับแรกต้องขอขอบคุณที่ให้เกียรตินำชื่อของตนเองเข้ามารวมอยู่ในตำรวจที่น่าสนใจปี 2559 รู้สึกดีที่มีคนนึกถึงและไม่รู้สึกโกรธที่ใครๆ ว่าตนเองได้ดีเพราะมีภรรยานามสกุล "วงษ์สุวรรณ" ขอชี้แจงว่า การทำงานของตำรวจ มันต้องใช้ความสามารถมากกว่าเส้นสาย ความเดือดร้อนของประชาชน คดีสำคัญต่างๆ ในพื้นที่ ใช้เส้นสายทำงานไม่ได้ มันต้องใช้ความสามารถ ความพยายาม ความทุ่มเท หากไร้ความสามารถ เส้นสายมีไปก็ไร้ประโยชน์

    "การที่ครอบครัวของภรรยา เป็นที่นับหน้าถือตาของคนจำนวนมากในสังคมไทย ผมยิ่งต้องทำงานให้ดีกว่าคนอื่นหลายเท่า ต้องขยัน ต้องทุ่มเท เพื่อไม่ให้ถูกใครว่าร้ายหรือพูดพาดพิงไปในทางไม่ดีให้ทางครอบครัวภรรยาผมต้องเสียหายแปดเปื้อน งานในหน้าที่ตำรวจเป็นงานที่ใจรักอยู่แล้ว ความเดือดร้อนของประชาชน มีเพียงตำรวจที่จะเข้าไปบำบัดทุกข์ ตำรวจคือตำรวจ ผมเป็นตำรวจโดยอาชีพ ไม่ได้เป็นเพราะมีเส้นสาย ดังนั้นการประกอบอาชีพรับราชการตำรวจของผมตั้งแต่เริ่มเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยมาจนวันนี้ ขอให้รู้ไว้เลยว่า ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ทำเพื่อประชาชน" พ.ต.ท.ดวงโชติ กล่าว 

    พ.ต.ท.ดวงโชติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเป็นกำลังใจให้ตำรวจทั่วประเทศไทยให้ก้าวผ่านเรื่องแย่ๆ ที่ผ่านมาไปให้หมด ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ใครจะเกลียดเรา ด่าเรา หรือไม่ชอบเรา เราก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้ดีที่สุดต่อไป วันหนึ่งความจริงก็จะปรากฏให้พวกเขาเห็นกันได้เอง  

    "ส่วนตัวผม ต่อให้ผมไม่ใช่ลูกเขยของท่านอดีต ผบ.ตร. ไม่ใช่หลานเขยของท่านประวิตรวงษ์สุวรรณ ผมก็ต้องทำงานเป็นตำรวจเหมือนเดิม ดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียม ยิ่งทุกวันนี้ผมถูกจับตามอง ผมจึงต้องทำให้ดีกว่าใครๆ ไม่ให้สะดุดหรือมีข้อเสีย เหนื่อยหน่อยแต่มันคือความภาคภูมิใจ ชะตาลิขิตไว้หมดแล้ว" พ.ต.ท.ดวงโชติ กล่าวทิ้งท้าย 

    พ.ต.ท.ดวงโชติ สุวรรณจรัส รองผกก.ป.สน.ลุมพินี หรือรองด้วง
    พ.ต.ท.ดวงโชติ สุวรรณจรัส รองผกก.ป.สน.ลุมพินี หรือรองด้วง

    "น่าจับตามองที่สุด"

    ไม่ปัง-แต่โด่งดังเป็นระยะ สำหรับนักสืบรุ่นกลางๆ ผู้มากฝีมือ พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ หรือ รองไมค์ รอง ผกก.สืบสวน สน.ทองหล่อ นายตำรวจติดตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถือว่ารองไมค์ โดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของบรรดานักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 54 หลายคนมองว่าหรือเพราะรองไมค์ เป็นคนสนิทของผู้นำสีกากี การเลื่อนตำแหน่งในแต่ละปีจึงดูมีพาวเวอร์มากกว่านายตำรวจรุ่นราวคราวเดียวกัน

    "รองไมค์" มีประวัติการทำงานที่เรียบหรูดูดี ครองตำแหน่งสำคัญพื้นที่เกรดเอของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตั้งแต่การเริ่มต้นดำรงตำแหน่งสารวัตรสืบสวน สว.สส.บก.ตม.ทอช. เมื่อหลายปีก่อน กระทั่งย้ายมาเป็นสารวัตรสืบสวน สน.ทองหล่อ ต่อด้วยตำแหน่ง สว.กก.1 ปคม. ครบ 5 ปี ขึ้น รอง ผกก.4 .บก.ป. ก่อนจะโยกมาเป็น รองผกก. สน.บางรัก คำสั่งล่าสุดย้ายมาดำรงตำแหน่ง รองผกก.สืบสวน สน.ทองหล่อ จนถึงปัจจุบัน

    พ.ต.ท.จิรกฤต เปิดเผยว่า รู้สึกว่าตัวเองเป็นตำรวจธรรมดาทั่วไปไม่ได้โดดเด่น หรือน่าจับตามองมากนัก การเลื่อนตำแหน่งในแต่ละครั้งก็ทำตามหลักเกณฑ์เหมือนคนอื่น ครบขั้นก็ขึ้นปกติ ส่วนการเข้าไปรับตำแหน่งยังหน่วยงานต่างๆ ตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์เลือกแน่นอน ทุกอย่างอยู่ในดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา เอาผลงานเข้าว่า ที่ผ่านมาทำงานเต็มที่ที่สุด ทำโดยไม่ได้นึกว่าจะต้องได้ตำแหน่งดีๆ เป็นการตอบแทน ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ทำหน้าที่อะไร ตำแหน่งไหนก็พร้อมน้อมรับ

     พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ หรือ รองไมค์ รอง ผกก.สืบสวน สน.ทองหล่อ
    พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ หรือ รองไมค์ รอง ผกก.สืบสวน สน.ทองหล่อ

    "ถึงแม้ว่าผมจะเป็นนายตำรวจติดตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลายคนพากันพูดไปเองว่าผมได้ดีเพราะมีนายดี เรื่องนายดีผมยอมรับครับว่านายผมดีมากๆ ส่วนเรื่องการครองตำแหน่งหรืออะไรก็ตาม มันอยู่ที่ผลงานและการทำงานของผมด้วย ไม่มีหรอกครับตำรวจที่ไม่ทำงาน ไม่ทุ่มเทเพื่องาน ไม่มีความสามารถแล้วจะได้รับตำแหน่งหลักๆ ดูแลคดีสำคัญช่วยแก้ปัญหาไขคดีต่างๆ ของประชาชน ผมพูดถึงตำรวจโดยรวมน่ะครับ กว่าพวกเราจะมายืนอยู่จุดนี้ มาทำประโยชน์เพื่อประชาชน ผู้บังคับบัญชาจะคิดวิเคราะห์ เอาความเหมาะสมเป็นหลัก" พ.ต.ท.จิรกฤต กล่าว

    พ.ต.ท.จิรกฤต กล่าวต่อว่า ขอบคุณที่ยกให้ตนเองเป็นตำรวจที่น่าจับตามองที่สุด รู้สึกดีใจที่มีคนนึกถึงเรา แต่เอาจริงๆ คือ อย่าจับตามองเลย เพราะเป็นแค่ตำรวจธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เข้ามาเป็นตำรวจด้วยใจรัก และพร้อมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ประพฤติ ปฏิบัติตัวให้อยู่ในระเบียบวินัยเหมือนที่ผ่านๆ มา เพื่อให้สมกับความไว้วางใจของผู้บังคับบัญชามอบหมายให้เราทำงานสำคัญ

    "ฝากให้กำลังใจเพื่อนตำรวจทุกระดับชั้น อย่าหวั่นไหวกับคำครหาใดๆ ตั้งใจทำหน้าที่ของเรา กว่าจะมาเป็นตำรวจ กว่าจะมาถึงจุดนี้ทุกคนเก่งมากพอตัวอยู่แล้ว พวกคุณเจ๋งที่สุดในความคิดผม ไม่มีใครเก่งกว่าใคร มันขึ้นอยู่กับว่าความพยายามของเรา ความทุ่มเทของเรา มันมีเพียงพอมั้ย แค่นั้นเอง" พ.ต.ท.จิรกฤต กล่าวทิ้งท้าย

    "มุมทำงาน" พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ หรือ รองไมค์ รอง ผกก.สืบสวน สน.ทองหล่อ

    "มีพลังที่สุด"

    วงการสีกากีในยุคนี้ ไม่มีใคร ไม่รู้จัก "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่าที่ผู้บังคับการ 191 นายพลที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ใครๆ ต่างครหา ว่ากันว่าบิ๊กโจ๊กมีพลังอำนาจ มีบทบาทโดดเด่น กับคำสั่งแต่งตั้งนายตำรวจช่วงปีที่ผ่านมา สามารถชี้นิ้วสั่ง ขึ้น-ลง-ย้าย-สลับ ฯลฯ จริงเท็จอย่างไร ก็ว่ากันไป ...แต่จะมีใครสักกี่คนที่เห็นในสิ่งที่พูดกับตาตัวเอง


    สำหรับบทบาท "ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว" ในปีที่ผ่านมา พูดเลยว่า "แจ๋วมากค่ะพี่" มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พัฒนาขึ้นไปในด้านที่ดี สถิติการจับโจรผู้ร้าย แกะปมปัญหาอาชญากร ตำรวจท่องเที่ยวยุคผู้การโจ๊ก มาแรงแซงทุกโค้ง ไหนจะขอกำลังเสริม เปิดรับสมัครตำรวจท่องเที่ยวอีก 800 กว่าอัตรา ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คนที่จะมานั่งตำแหน่งแทนผู้การโจ๊ก จะดำเนินรอยตามไปในทิศทางที่ดีเหมือนๆ กัน

    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่าที่ผู้บังคับการ 191
    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่าที่ผู้บังคับการ 191


    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ให้สัมภาษณ์เปิดใจ กับทางไทยรัฐออนไลน์ว่า อันดับแรกต้อง ขอขอบคุณสื่อมวลชน ที่มองเห็นเรื่องการทำงานในรอบปีที่ผ่านมามีความโดดเด่น โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ที่ตนได้เข้ามาพัฒนา โดยบูรณาการหลายหน่วยงานเข้าด้วยกัน ผลงานทั้งหมดมันคือทีมเวิร์ก ลูกน้องเรามีศักยภาพดีอยู่แล้ว ส่วนยุทโธปกรณ์ต่างๆ เรามีอยู่แล้ว เราแค่นำมาปรับใช้ ผู้ใต้บังคับบัญชาเราดีด้วย จึงออกมามีผลงานที่โดดเด่น ขวัญกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชาสำคัญที่สุด

    "ส่วนที่มีข่าวออกมา เกี่ยวกับผมมีอำนาจในเรื่องคำสั่งแต่งตั้งรอบที่ผ่านมา ขอยืนยันว่าไม่จริงครับ ทุกอย่างมันอยู่ที่กระบวนการ มีผู้บังคับบัญชาหลายขึ้นต้องพิจารณาตัดสิน แค่เพียงผมเป็นผู้ติดตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เลยอาจจะถูกมองไปในแง่นั้น ได้ยินมาบ่อยมาก แต่เชื่อว่าความจริงก็คือความจริง ทุกอย่างเป็นไปตามกฎระเบียบทุกประการ เราเอาผลงานเข้าว่า ผมอยู่ที่ไหน ตำแหน่งใดก็จะพยายามทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุด ตอนดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับการอยู่ จ.สงขลา ผมรับผิดชอบ 4 จังหวัด ผมก็เต็มที่กับตรงนั้น ข่าวลือคือข่าวโคมลอย เราตั้งใจทำหน้าที่ดีของเราต่อไป นั้นคือสิ่งสำคัญที่สุด" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บอกด้วยว่า อยากจะให้กำลังใจพี่น้องตำรวจทุกนายในการปฏิบัติหน้าที่ รู้ว่าอาชีพตำรวจมันเครียดและเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแค่ไหน อยากให้สื่อมวลชนร่วมให้กำลังใจตำรวจด้วยเช่นกัน ทุกองค์กรมีทั้งคนดีและไม่ดี แต่ตำรวจที่มุ่งมั่น ทำความดียังมีอีกมาก ไม่อยากให้มาพลอยเสียกำลังใจไปด้วย ส่วนตนเองยืนยันจะเป็นตำรวจที่ทำประโยชน์ให้กับหน่วยงาน คงมาตรฐานที่ดีแบบนี้ต่อไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนต่อไป

    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่าที่ผู้บังคับการ 191 ผู้การโจ๊ก
    พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่าที่ผู้บังคับการ 191 ผู้การโจ๊ก

    "สวยสะพรั่ง ดังที่สุด"

    นักเรียนนายร้อยยุคหลังๆ คงจะรู้จักกันดี  น.ส.ณัฐวรินธร บวคภัควุฒิสิริ หรือ อาจารย์อิ๊กคิว อาจารย์พิเศษ สอนหลักสูตร Social Media Information operation สู่ตำรวจรุ่นใหม่ หลังจากเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ทางไทยรัฐออนไลน์ได้นำเสนอเรื่องราวของเธอออกไป เสียงตอบรับและกระแสตีกลับล้นทะลัก โด่งดังในข้ามคืน โดยเฉพาะนายตำรวจรุ่นเก่าๆ ที่เรียนจบไปก่อนหน้า ไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนกับ อ.อิ๊ก ผู้หญิงที่ถูกขนานนามว่า "สวยที่สุดในโรงเรียนนายร้อย"

    ด้วยลีลาการสอนที่ดุดัน เอาจริงเอาจังสร้างเอกลักษณ์ให้นักเรียนรุ่นหลังกล่าวขานกันไปต่างๆ นานา อ.อิ๊กคิว ไม่ใช่ตำรวจ แต่หลายคนคิดว่าเธอเป็นตำรวจ กระนั้นก็ตามที เธอมีใจรัก เหล่าพลพรรคสีกากี ไม่แพ้ใครๆ ล่าสุดกำลังจะมีข่าวดี เตรียมสละโสด จูงมือนายตำรวจหนุ่ม รอดซุ้มกระบี่ ทำเอาหนุ่มๆ อกหักพลาดหวังไปหลายราย  

    อาจารย์พิเศษ สอนหลักสูตร Social Media Information operation
    อาจารย์พิเศษ สอนหลักสูตร Social Media Information operation

    อาจารย์อิ๊กคิว เปิดเผยว่า ต้องขอบคุณที่ยกย่องให้เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด ขอบคุณมากๆ ที่ให้เกียรติ ถึงแม่ว่าเธอเองไม่ใช่ตำรวจ แต่ก็มีความภาคภูมิใจมาก ที่ได้เข้ามาสอนนักเรียนนายร้อยในรุ่นหลังๆ ทุกวันนี้พูดได้อย่างเต็มปากว่า รักตำรวจที่สุด ประหนึ่งกับว่าเหมือนตัวเราเองเป็นตำรวจไปแล้ว รู้สึกเลยว่ารักโรงเรียนนายร้อย รักสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และจะรู้สึกเสียใจมาก หากได้ยินใครพูดพาดพิงถึงตำรวจในแง่ลบ

    "ถ้าจะบอกว่าอิ๊กสวยที่สุดในหมู่มวลตำรวจ รู้สึกเขินมาก และเชื่อว่ามีคนที่สวยกว่าอิ๊กแน่นอน เพียงแต่ในปีที่ผ่านมา อิ๊กอาจจะได้รับโอกาสจากสื่อมวลชนมาสัมภาษณ์ทำสกู๊ปข่าวเผยแพร่ออกไป จึงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งต้องขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี่ด้วย อิ๊กอยากให้ตำรวจ หรือคนในแวดวงตำรวจอย่างเราๆ ช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประพฤติตัวดี ช่วยเหลือประชาชน นึกถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นใหญ่ ในภายภาคหน้าเชื่อว่าประชาชนและคนทั่วไปจะมองภาพลักษณ์เราไปในทางที่ดีขึ้น" อาจารย์อิ๊กคิว กล่าว

    น.ส.ณัฐวรินธร บวคภัควุฒิสิริ หรือ อาจารย์อิ๊กคิว
    น.ส.ณัฐวรินธร บวคภัควุฒิสิริ หรือ อาจารย์อิ๊กคิว

    "เป๊ะเว่อร์ หล่อดูดี มีมาดเท่ที่สุด"

    ไม่ต้องพิจารณากันให้ยืดยาว ความหล่อเหลาเข้าตากรรมการ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 พ่วงท้ายด้วยตำแหน่ง รองโฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน้าตาดี หน้าที่การงานโดดเด่น ผลงานไม่เป็นรอง ผู้การป๋อม นายตำรวจมาดนุ่มนวนชวนใฝ่ฝัน จะกี่ สิบปีผ่านไป ก็หล่อเข้าตา โดนใจสาวน้อย สาวใหญ่ทั้งนครบาล "เวลาไม่สามารถทำร้ายความหล่อเหลาของผู้การป๋อมได้เลยจริงๆ"

    เหตุนี้เองที่สุดของบุคคล แวดวงสีกากี ปี 2559 จึงต้องมีผู้การป๋อม รวมอยู่ในนี้ด้วย เรียกได้ว่านักเรียนนายร้อยรุ่นใหม่ๆ เอ๊าะๆ หน้าตาดีๆ เทียบรัศมีผู้การป๋อมไม่ได้เลยแม้สักคนเดียว และสำหรับบทบาทรองโฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ค่อนข้างจะหนักหน่วง  กับคำถามสารพัดที่ต้องคอยตอบในรอบปีที่ผ่านมา ผู้การป๋อม ก็ทำได้ดีแบบไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง

    พล.ต.ต.ทรงพล เปิดเผยว่า ขอบพระคุณสื่อมวลชนที่มอบตำแหน่งนี้ให้ รู้สึกดีใจที่นึกถึงกัน  และถ้าจะให้พูดถึงความเป๊ะ หรือสุขภาพร่างกายของตนเอง ยอมรับว่าเป็นคนดูแลสุขภาพมาตลอด ตรวจร่างกายเป็นประจำปีละ 3 ครั้ง ส่วนเรื่องที่หลายคนบอกว่าเราดูดี ซึ่งตรงนี้มันคือความตั้งใจ ก่อนออกจากบ้านต้องสำรวจความพร้อมของตัวเราเองก่อน  "มาดต้องตา วาจาต้องใจ" ยิ่งเวลาออกไปพบปะประชาชน เราต้องยิ้มแย้มต้อนรับ บางทีเขามีเรื่องเดือดร้อนมาเราต้องช่วยเหลือ "เวลามีเรื่องเครียดหรือปัญหาอะไรก็แล้วแต่ เมื่อเข้าโหมดทำงาน ต้องถามตัวเองก่อนเลยว่า พร้อมจะให้บริการแล้วหรือยัง? ยิ้มหรือยัง"  

     รองโฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    รองโฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    "ประชาชนหรือผู้คนทั่วไปที่มาพบเจอเรา เขาก็อยากจะเห็นสิ่งดีๆ ทั้งภายในและภายนอก เมื่อการแต่งกายและบุคลิกเราดูดีแล้ว จิตใจเราก็ต้องดีด้วย คิดดี ทำดี ช่วยเหลือประชาชนด้วยความตั้งใจ เต็มใจ ยิ้มแย้มแจ่มใสเต็มใจบริการ นี่คือสิ่งที่พี่คิดและทำมาตลอดตั้งแต่เป็นตำรวจใหม่ๆ ถึงวันนี้ยังทำอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังย้ำเตือนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาบริการประชาชนประหนึ่งเขาเป็นคนในครอบครัวของเรา ความเดือดร้อนของเค้าเป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว" พล.ต.ต.ทรงพล กล่าว 

    พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวต่อว่า สำหรับตำแหน่ง ผบก.น.6 ต้องขอขอบพระคุณผู้บังคับบัญชาที่ไว้วางใจเลือกให้ตนเองดูแลพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมาตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ทุ่มเทเต็มความสามารถ และจะรักษามาตรฐานแบบนี้ไปตลอด ในส่วนของตำแหน่งรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถือเป็นเกียรติประวัติของตัวเอง ที่ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง นำเสนอข้อมูลสำคัญผ่านสื่อมวลชน เป็นกระบอกเสียงขององค์กรตัวเอง รู้สึกรักในงานที่ทำ และจะขอเป็นภาพลักษณ์ในด้านที่ดีของสำนักงานตำรวจตราบนานเท่านาน

    พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 รองโฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 รองโฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    "ใจบุญที่สุด"

    งานหลวง ไม่เคยขาด-งานราษฎร์ ไม่เคยเว้น ถิ่นทุรกันดาร งานบุญเล็กใหญ่ ไม่ว่าจะสร้างวัด สร้างโรงเรียน มอบทุนการศึกษาอุปกรณ์การเรียน มอบเงินช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประสบเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่ และอีกมากมายหลายรายการ ที่ทาง พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป. และครอบครัวได้ทำกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ด้วยความร่วมมือของตำรวจคอมมานโด และผู้สื่อข่าวหลายราย เดินทางไปทำบุญกันเป็นคณะทั่วประเทศไทย

    ส่งผลให้ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นที่รักของใครหลายคน ด้วยตัวตนที่เป็นตัวเอง เอื้อเฟื้อมีน้ำใจกับผู้ใต้บังคับบัญชา หน้าที่การงาน + ผลงานชุดคอมมานโดกองปราบปราม ก็โดดเด่นไม่แพ้หน่วยงานไหน ในรอบปี 2559 ที่ผ่านมา ผู้กำกับต่อ จึงถูกหยิบยกให้เป็นตำรวจที่ใจบุญที่สุด และสำหรับปัญหาต่างๆ หรือการถูกพาดพิงดึงไปเกี่ยวไม่ว่าเรื่องใดๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้กำกับต่อยึดคติประจำใจ ใครทำอย่างไรได้อย่างนั้น

    พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล กล่าวว่า ขอบพระคุณที่มองว่าตนเองใจบุญที่สุด และที่ทำทุกอย่างไป ไม่ได้หวังผลอะไร เพียงอยากจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ช่วยเหลือเด็กๆ ให้มีการศึกษา มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ดี มีทุนในการเล่าเรียนต่อสูงๆ ไม่มีใครรู้ชะตาชีวิตของตัวเองในภายภาคหน้า เรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น การเป็นผู้ให้ จึงดีที่สุดทำประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ได้มากสุด 

    พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป.
    พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป.

    "คนเราอยู่ได้เต็มที่ แค่ 21,000 วัน พี่มีเวลาเหลืออีกแค่ 5,000 กว่าวัน จะเอาอะไรมากมาย มีมากก็เป็นทุกข์มาก พี่อยากเห็นคนที่เขาลำบากมีรอยยิ้ม มีความสุข อยากให้เขามีโอกาสได้ในสิ่งที่เขาขาด มันมีความสุขนะถ้าเรารู้จักเป็นผู้ให้ คนรอบข้างเราก็พลอยได้ร่วมทำบุญไปด้วย อย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับลาภ ยศ เงินทอง ตัวพี่เองพี่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง แต่การตั้งอยู่ในความดี คือสิ่งที่พี่ไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน" พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าว

    พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับที่ผ่านมาปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต จะด้วยงานหรือเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะปัญหาที่หนักๆ ถ้าเรายึดมั่นในธรรมประคองตัวเองอย่าออกนอกลู่นอกทาง เราจะผ่านมันไปได้เอง ความดีทั้งหมดจะเป็นเกราะป้องกันเรา แต่ถ้าเราไม่ดี กรรมทั้งหมดก็จะสนองเราเอง ตนเองเป็นคนคิดบวก ปัญหาเข้ามาพรุ่งนี้มันก็ผ่านไป แต่ถ้าเรายังไปยึดติดกับมัน มันเลยไม่ผ่านเราไปสักที ปล่อยวาง นิ่ง ใช้สติ อย่าใช้อารมณ์

    "เป็นตำรวจต้องนึกถึงใจเขาใจเรา ถ้าตำรวจลองไปเป็นประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนบ้าง แล้วตำรวจปฏิบัติกับเราไม่ดีเราจะชอบมั้ย? ถ้าไม่ชอบก็อย่าทำแบบนั้นกับประชาชน ส่วนอันไหนที่ทำแล้วคิดว่าดีแน่ เป็นเรื่องบวก ด้านบวก ให้คุณประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ทำเลยครับ" พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

    ผู้กำกับคอมมานโด
    ผู้กำกับคอมมานโด

    "ที่สุดของที่สุด"

    ความเป็นที่สุดในรอบปี 2559 ทางผู้สื่อข่าวสายตำรวจรุ่นใหญ่หลายเสียง พร้อมใจกันมอบตำแหน่งนี้ให้กับ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 หรือ "ผู้การกบ รุ่นใหญ่ไฟกะพริบ" โดดเด่นในเรื่องเฟรนด์ลี่ มีมนุษยสัมพันธ์ดีเป็นเลิศ เป็นที่รักของสื่อมวลชน ส่วนเรื่องผลงานการกวาดล้างอาชญากรรม แกะปมปริศนาตามล่าคนร้ายในรอบปีที่ผ่านมา บก.น.4 ค่อนข้างรับบทหนัก โดยเฉพาะกรณีลูกตำรวจทำร้ายคนพิการจนเสียชีวิตท้องที่  สน.โชคชัย มีทั้งฝ่ายให้กำลังใจและฝ่ายโจมตี แต่ด้วยข้อเท็จจริง-ความเที่ยงธรรมที่มี จึงสามารถก้าวผ่านมาได้

    ล่าสุดคดี คนร้ายข่มขืนผู้ช่วยพยาบาล ทีมงานผู้การกบ ไม่ทำให้ผิดหวัง รวบตัวไอ้หื่นมารับโทษทัณฑ์รับสารภาพหมดเปลือก กลายเป็นอุทาหรณ์สอนใจสาวๆ เข้าห้องต้องอย่าลืมล็อกประตู .... และอีกมากมายหลายคดีที่ปิดจ๊อบทันควัน คงต้องยกความดีความชอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.4 ทุกนาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทุ่มเทแรงกายแรงใจจนสำเร็จลุล่วง ทำให้ลูกพี่ใหญ่อย่าง "ผู้การกบ" ไม่น้อยหน้าใครในนครบาลฯ

    พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นต้องขอขอบคุณที่หลายๆ คนไม่ลืมกันและยกให้เป็นที่สุดของที่สุด ในปี 2559 สำหรับตนเองเหลือเวลารับราชการอีกแค่เพียง 4-5 ปี อยากจะทำทุกอย่างที่เคยได้ตั้งใจทำเอาไว้ ไม่อยากคิดได้ว่าอยากจะทำตอนเกษียณอายุราชการไปแล้ว ทุกวันนี้มองตำรวจทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ตนเองให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมงานทุกระดับชั้น คิดเสมอว่างานจะสำเร็จลุล่วงได้ดี นอกจากตำรวจจะมีไหวพริบหรือฝีมือในการทำงานดีแล้ว ขวัญกำลังใจสำคัญที่สุดด้วยเช่นกัน

    พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4
    พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4

    "ไม่มีใครเก่งไปซะทุกอย่าง ทุกคนเก่งกันคนละอย่าง เราแค่ใช้คนให้ถูกกับงาน เราเป็นผู้บังคับบัญชา ต้องทำได้ทุกอย่างเหมือนลูกน้อง ทำงานอยู่ดึกดื่นเหมือนๆ กัน ทุ่มเทแรงกายแรงใจเท่ากัน ส่วนความตั้งใจในการทำงานแต่ละคดี ผมเองมีเต็ม 100 มาตลอดตั้งแต่เริ่มรับราชการตำรวจมา และสำหรับในปี 2559 ถามว่า บก.น.4 ทำงานทุกอย่างลุล่วงถึง 100 เปอร์เซ็นต์มั้ย ? ผมคิดว่าทำได้แค่ 90 เปอร์เซ็นต์ และทั้งหมดทั้งปวงต้องยกความดีความชอบให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาและทีมงานทุกๆ คน" พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าว 

    พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากเรื่องงานในหน้าที่แล้ว ตนเองต้องคอยสอดส่องดูแลความเป็นอยู่ของลูกน้อง อันไหนช่วยเหลือได้ ช่วยเหลือเต็มที่ไม่บ่ายเบี่ยง เมื่อครั้งก่อนทราบข่าวว่าลูกของตำรวจเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เราได้มีการจัดเตรียมรถเข็นมอบให้ใช้งาน ดูแลค่าใช้จ่าย และประสานรถตู้ช่วยรับส่งบรรเทาความเดือดร้อน ในทางตรงกันข้าม หากเราพบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาคนไหนทำผิดระเบียบ ผิดกฎยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ยาเสพติด หรือเรื่องต่างๆ นานาที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียขององค์กร ตนเองพร้อมจะลงโทษขั้นเด็ดขาดโดยทันที

    "ผมอยากจะให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานทุกคน ในทุกวันที่เป็นตำรวจ พึงระลึกถึงเกียรติยศ ความภักดีต่อตนเอง ซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อองค์กร ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ผมเองท่องไว้อยู่ตลอดเวลา ยิ่งสูงเรายิ่งต้องก้มให้ต่ำ ต่ำแล้วเราอบอุ่นไม่หนาว ผมทำงานทุกวันนี้ ผมพยายามเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ใส่ใจความเป็นอยู่ของลูกน้องเราด้วย เพราะพวกเขาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนที่ดีที่สุด" พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าว

    พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า สื่อมวลชนสายตำรวจก็เหมือนพี่น้องกัน บางคนคบกันมามากกว่า 10 ปี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน บางครั้งมีอะไรที่กระทบกระทั่งระหว่างตำรวจกับสื่อ ด้วยความเป็นตำรวจตนเองก็ต้องยืนอยู่ข้างองค์กรเป็นหลัก ถูกว่าไปตามถูกผิดว่าไปตามผิด แต่พรรคพวกเราที่เป็นสื่อมวลชนและดีต่อกันมาตลอด ตนเองสามารถแยกแยะได้ เราจะไม่เป็นศัตรูกับพรรคพวกเราเองแน่นอน  

    ตำรวจที่สุดของที่สุด
    ตำรวจที่สุดของที่สุด "ผู้การกบ รุ่นใหญ่ไฟกะพริบ"

    สุดท้ายนี้ ทางกองบรรณาธิการไทยรัฐออนไลน์ ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยทั่วประเทศ ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน บําบัดทุกข์ บํารุงสุข ตั้งมั่นอยู่บนทางที่ดีงาม ดำรงตนเป็นตำรวจของประชาชนอย่างแท้จริง สุขสันต์วันตำรวจไทย 13 ตุลาคม 2559 

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    ปั้นจั่น จีบแฟนสาวผ่านโซเชียล หยุดเจ้าชู้ อายุห่าง 10 ปีไม่ใช่ปัญหา
    07:51

    ปั้นจั่น จีบแฟนสาวผ่านโซเชียล หยุดเจ้าชู้ อายุห่าง 10 ปีไม่ใช่ปัญหา

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    10 บุคลากรสีกากีที่สุดของวงการสีกากีปี2559กำธร อุ่ยเจริญจิรภพ ภูริเดชPolice Community

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2565 เวลา 23:14 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์