ฤาษีพุทธจรัล ไปดูไม้ตะเคียนยักษ์ที่ถูกทอดทิ้งไว้ หลังจากไม่ให้โชคลาภชาวบ้าน ทราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์เคยสถิตอยู่จากไปแล้ว ต้องทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญกลับคืน โดยย้ายจุดไปตั้งทางทิศตะวันตกของหนองน้ำหันหน้ารับแสงดวงอาทิตย์...

กรณีต้นตะเคียนยักษ์ ที่หนองน้ำห้วยส้ม บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 3 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่ชาวบ้านนำขึ้นจากหนองน้ำเดือนมีนาคม 2555 ที่เคยให้โชคลาภชาวบ้านที่มากราบไหว้บูชาทั่วสารทิศ แต่ล่วงเลยมาถึงปัจจุบันนี้กลับถูกทิ้งร้างห่างหายกันไป ปล่อยทิ้งตากแดดตากฝนมานานนับปี เป็นที่น่าอนาถใจแก่ผู้พบเห็น และมีชะตากรรมเหมือนไม้ตะเคียนที่นำขึ้นจากน้ำตามสถานที่ต่างๆ จำนวนมาก เมื่อหมดโชคหมดลาภผลก็ถูกทอดทิ้งไว้ตามวัดต่างๆ สำหรับต้นตะเคียนยักษ์ต้นนี้ มีขนาดความยาว 25 เมตร 25 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 95 เซนติเมตร เส้นรอบวง 2.5 เมตร ถือว่ายาวและใหญ่มาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ไทยรัฐได้นำเสนอข่าวออกมาระบุถึงชะตากรรมไม้ตะเคียนที่ถูกทอดทิ้งไว้ หลังจากชาวบ้านหดหายเรื่องโชคลาภมาหลายงวด เกี่ยวเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 ก.ย. ฤาษีพุทธจรัล พุทธจรัล อายุ 75 ปี สำนักอาศรมอมราวตี อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปยังสถานที่ตั้งต้นไม้ตะเคียน ริมหนองน้ำห้วยส้ม บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 3 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยสภาพโดยรอบถูกปล่อยทิ้งไว้จนใบไม้กองเต็มทางเข้า และสภาพของลำต้นไม้ตะเคียนแห้งผากและเริ่มผุลงตามกาลเวลา มีเพียงพวงมาลัยที่แห้งกรอบห้อยไว้ว่าครั้งหนึ่งที่แห่งนี้เคยมีผู้คนมากราบไหว้จำนวนมาก

ฤาษี พุทธจรัล พุทธจรัล ได้เดินดูโดยรอบก่อนที่จะเข้าไปจับบริเวณที่โคนต้นพร้อมกับพนมมือไหว้อย่างนอบน้อมพร้อมเข้าสมาธิ ก่อนที่จะบอกกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคยสัมผัสว่ามีพลังบวกที่สูงในขณะนี้ไม่ได้สถิตอยู่ที่แห่งนี้แล้ว ซึ่งการที่จะอัญเชิญกลับมาจะต้องทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญกลับคืน แต่บริเวณที่ตั้งของต้นตะเคียน จะต้องตั้งทางทิศตะวันตกของหนองน้ำหันหน้ารับแสงดวงอาทิตย์ที่ขึ้นทางทิศตะวันออก จะทำให้บริเวณแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง และจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ อ.แม่ริม อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กำลังยืนดูสถานที่ตั้งต้นตะเคียนทอง ก็ได้มีชาวบ้านมาดู และให้ข้อมูลว่าหลังจากที่นำต้นตะเคียนทองขึ้นมา บริเวณนี้ครึกครื้นมาก มีผู้คนเข้ามากราบไหว้ขอโชคลาภกัน จนมีการตั้งโต๊ะบริจาคกัน แต่ปรากฏว่านานวันเข้าเกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างชาวบ้านในหมู่บ้านจนทำให้แบ่งฝ่ายกัน ทำให้การพัฒนาบริเวณนี้ไม่สามารถทำกันได้ และถูกปล่อยทิ้งไว้ตามสภาพที่เห็น.