ผู้ว่าสุโขทัยประชุมด่วน เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมือมวลน้ำก้อนใหญ่จากพะเยา และแพร่ ที่ไหลมาตามแม่น้ำยม เตือนตัวเมืองอาจวิกฤติ ขณะที่บางพื้นที่ริมแม่น้ำยมเริ่มมีน้ำเอ่อท่วมไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนบ้างแล้ว
เมื่อวันนี้ 15 ก.ย.59 นายปิติ แก้วสลับสี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากมวลน้ำก้อนโตจาก อ.ปง จ.พะเยา และ จ.แพร่ ได้ไหลระบายลงสู่แม่น้ำยม อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัด
โดยเฉพาะที่ บ้านปากแคว ม.4 ต.ปากแคว อ.เมือง หลังจากที่ช่วงเช้าที่ผ่านมา น้ำยมได้ไหลทะลักเข้าท่วมในพื้นที่อย่างหนัก ส่งผลทำให้มีชาวบ้านจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้เมื่อเวลา 15.30 น.ที่ผ่านมา น้ำยมยังได้กัดเซาะฟุตปาทและท่อระบายน้ำที่สร้างใหม่ริม ถ.จรดวิถีถ่อง ต.ปากแคว จนทรุดตัวและพังลงเป็นโพรงกว้างประมาณ 6 เมตร ส่งผลทำให้บ้านของนางสุดา พุ่มฉาย อายุ 55 ปี เลขที่ 284 ม.4 ต.ปากแคว อ.เมือง ซึ่งอยู่ติดกัน มีน้ำไหลทะลักเข้าท่วมทันที ต้องรีบขนย้ายข้าวของหนีอลหม่าน
ทั้งนี้แขวงการทางสุโขทัยได้เร่งปิดทางน้ำเพื่อทำการซ่อมแซมโดยด่วนแล้ว และที่บริเวณหน้าวัดปากแคว ม.4 ต.ปากแคว อ.เมือง ซึ่งมีน้ำยมทะลักออกมาท่วมพื้นผิวการจราจรบน ถ.จรดวิถีถ่อง (สุโขทัย-ศรีสำโรง) สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีพระ-เณรของวัดดังกล่าว เร่งช่วยกันขนกระสอบทรายมาวางเป็นแนวยาวตลอดกำแพง เพื่อป้องกันมิให้น้ำไหลทะลักเข้าไปในบริเวณวัดอีกด้วย
นายปิติ กล่าวว่า โดยภาพรวมมวลน้ำครั้งนี้มีปริมาณ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทางจังหวัดร่วมกับ กกล.รส.บชร.3 ได้บริหารจัดการน้ำ โดยผันออกทางแม่น้ำยมฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ในปริมาณ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คงเหลือปริมาณน้ำที่ไหลผ่านประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ม.9 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก ซึ่งขณะนี้ได้เปิดครบทั้ง 5 บาน ในปริมาณ 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะที่แม่น้ำยม ช่วงที่ไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัย สามารถรับน้ำได้มากที่สุดเพียง 440 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น ที่เหลืออีกประมาณ 360 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต้องใช้การผันน้ำเข้าคลองสาขาต่างๆ เช่น คลองต้นข้อ คลองตาไร่ คลองบางคลอง คลองตาดิน เป็นต้น และอาจต้องเตรียมพื้นที่ทุ่งคุยทอง ต.บ้านกล้วย อ.เมือง พื้นที่กว่า 50,000 ไร่ และแก้มลิงทางใต้แม่น้ำยม ที่ ต.ปากพระ ของ อ.เมือง และ ต.ท่าฉนวน ต.กง ของ อ.กงไกรลาศ พื้นที่กว่า 100,000 ไร่ เพื่อรองรับมวลน้ำก้อนนี้ ซึ่งจะสามารถจุน้ำได้ถึง 960 ล้านลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถป้องกันน้ำท่วมในตัวเมือง ซึ่งถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญได้ในเบื้องต้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูสถานการณ์น้ำชนิดวันต่อวันด้วย หากมีฝนตกลงมาเพิ่มขึ้นอีก ก็อาจถึงจุดวิกฤติได้.


