นอภ.ท่าสองยาง ยันการสู้รบระหว่างทหารพม่ากับกกล.กะเหรี่ยง ดีเคบีเอ เชื่อไม่ส่งผลกระทบต่อชายแดนไทย มั่นใจมีการเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้แล้ว โดยรายงานจากพื้นที่ทหารพม่าและ BGF ดับ 60 บาดเจ็บ 174 คน...
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.59 นายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ นายอำเภอท่าสองยาง พร้อมทหารพราน ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตรวจสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา บ้านแม่ตะวอ ต.ท่าสองยาง และบริเวณท่าเรือริมแม่น้ำเมย ภายหลังมีข่าวนำเสนอถึงสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนตรงข้ามบ้านท่าสองยางว่า มีผู้อพยพจากฝั่งเมียนมาหนีภัยการสู้รบเดินทางมาฝั่งไทย ที่บ้านแม่ตะวอ ซึ่งจากการตรวจสอบและตรวจพื้นที่ สถานการณ์โดยรวมในฝั่งไทยยังเป็นปกติ มิได้มีการอพยพเข้ามาแต่อย่างใด ส่วนสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมา ที่ร่วมกับกองกำลังพิทักษ์ชายแดนเข้าโจมตีกองกำลังกะเหรี่ยง ดีเคบีเอ นั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดในฝั่งประเทศเมียนมา ลึกห่างจากชายแดนไทย 7-8 กิโลเมตร การสู้รบไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับฝั่งไทย อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของประชาชนคนไทยตามแนวชายแดนอำเภอท่าสองยางได้บูรณาการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องคอยติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเตรียมแผนซักซ้อมการเผชิญเหตุหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
...
ขณะที่สำนักข่าวกะเหรี่ยง KPTV รายงานว่า เมื่อ 11 ก.ย. ชาวบ้านกว่า 3,000 คน ในเขตแม่ตะวอ ฝั่งเมียนมา เริ่มหนีภัยสงครามออกจากชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่ได้หนีภัยไปอยู่ที่วัดเมียนจีหงู่ เขตเมืองเมียนจีหงู่ ซึ่งเป็นวัดที่ทั้งฝ่าย DKBA และ BGF ให้ความศรัทธาต่อเจ้าอาวาส และหลังจากวันที่ 11 ก.ย.เป็นต้นมา การสู้รบเกิดขึ้นอย่างหนัก วันที่ 13 ก.ย.59 ขบวนรถบรรทุกของกองทัพเมียนมา ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง
รายงานจากในพื้นที่ระบุว่า นับตั้งแต่มีการสู้รบครั้งนี้ ทหารกองทัพเมียนมาและกองกำลัง BGF เสียชีวิตแล้ว 60 คน และได้รับบาดเจ็บ 174 นาย ซึ่งโรงพยาบาลในเขตเมืองกอกาเร็ก และเมืองพะอัน ได้รายงานว่า ทางโรงพยาบาลได้รับผู้ป่วยเต็มอัตราที่จะรับได้ ขณะเดียวกันในเขตเมืองเมียนจีหงู่ มีข้อมูลแจ้งว่าทหารกองทัพเมียนมา เริ่มจับชาวบ้านในพื้นที่ให้เป็นลูกหาบและมีการใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ในการเดินนำกำลังทหาร เนื่องจากทหารเมียนมาไม่ชำนาญพื้นที่.