หนุ่มเมืองสองแคว จบวิศวะเบื่องานโรงงาน กลับบ้านเกิดเปิดร้านอาหารแต่สู้ต้นทุนไม่ไหว เลยปล่อยให้คนเซ้ง หันมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำห้อยไข่ อิงกระแสยุคใหม่ดูสองแง่สองง่าม เป็นเอกลักษณ์ใส่ไข่ทุกชาม ขายดีเทน้ำเทท่า...

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พิษณุโลก ในส่วนร้านก๋วยเตี๋ยวที่น่าลองชิม สำหรับชาวเมืองสองแคว หรือผู้ที่มีโอกาสผ่านจังหวัดพิษณุโลก หากขับรถไปทางถนนบายพาส สายสี่แยกบ้านกร่าง เส้นทางตัดกับถนนสายพิษณุโลก-สุโขทัย มุ่งหน้าไปทางสี่แยกบ้านแสงดาวและสี่แยกบ้านดงประโดก ก่อนเลี้ยวรถไป จ.อุตรดิตถ์ หรือเลยไปทาง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โดยก่อนถึงสี่แยกบ้านแสงดาว ซึ่งเป็นสี่แยกแรกหลังจากขับรถผ่านสี่แยกบ้านกร่าง มาประมาณ 30 เมตร บริเวณป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายไป อ.พรหมพิราม เลี้ยวขวาเข้าตัวเมืองพิษณุโลก จะมองเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำห้อยไข่ที่ตั้งป้ายไว้มองเห็นอย่างชัดเจน โดยจะมีรูปปั้นแต่งกายเหมือนซุปเปอร์แมนติดโลโก้ HoiKai และมือซ้ายกดอยู่ตรงคำว่า Like อยู่ด้านบนป้ายสำหรับให้เป็นที่สังเกตหรือจดจำได้ง่ายอีกด้วย

สำหรับชื่อร้าน “ก๋วยเตี๋ยวห้อยไข่” ได้ทำให้หลายคนสะดุดใจ นอกจากนี้ บรรยากาศหน้าร้านพบว่าเป็นสระน้ำที่เจ้าของร้านทำน้ำพุไว้ ส่วนในร้านมีโต๊ะให้นั่งตามปกติ และมีม้านั่งยาวหน้าร้านให้ลูกค้านั่งห้อยขาผ่อนคลาย เหมือนกับร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดใหญ่ หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

ส่วนเมนูของร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำห้อยไข่ มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งต้มยำแบบน้ำและแห้ง และยังมีต้มจืดให้เลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบต้มยำ และยังมีต้มยำสูตรพริกเผา น้ำใส น้ำข้น และแห้ง ใส่หมูแบบธรรมดาๆ หรือแบบทะเลซึ่งมีปลาหมึก หอยแมลงภู่ชิลี และกุ้ง โดยก๋วยเตี๋ยวทุกชามจะใส่ไข่ต้มให้ และหากต้องการอาหารทานเล่นก็มีเกี๊ยวทอด ลูกชิ้นปลาลวก เนื้อปลาลวกจิ้ม รวมทะเลลวกจิ้ม มาม่าแซ่บแห้งกระดูกหมูยุ่ย ให้เลือกชิมกันตามสะดวก พิเศษสุดสำหรับผู้ที่ทานก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กหรือหมี่ขาว สามารถเพิ่มเส้นได้ฟรีอีก ส่วนขนมหวานจะให้ลูกค้าตักเองตามความชอบโดยไม่กำหนดปริมาณคิดราคาตามปกติ ถ้วยละ 10 บาท

ด้านนายกิตติพงศ์ เฟื่องเพียร อายุ 32 ปี เจ้าของร้านเปิดเผยว่า ตนเรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมขนส่ง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา จากนั้นเข้าทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งเป็นเวลา 5 ปีแล้วรู้สึกเบื่อกับชีวิตมนุษย์เงินเดือนเลยลาออกกลับมาที่บ้านเกิด ตอนแรกเปิดร้านขายอาหารทั้งกลางวันและกลางคืนอยู่ข้างบ้านแต่สู้กับเศรษฐกิจในช่วงนี้ไม่ไหวเลยเซ้งร้านให้คนอื่นมาทำต่อ จากนั้นได้สร้างร้านบริเวณหน้าบ้านเปิดขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งวันแรกเปิดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2559 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น.

“ถึงวันนี้ขายมาได้ประมาณ 1 เดือน ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะมีลูกค้าแวะมาอุดหนุนไม่ขาดสาย มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เป็นวันหยุดยาวขายแทบไม่ทัน ต้องให้มารดาและญาติ ๆ รวมทั้งภรรยามาช่วยเสิร์ฟช่วยเก็บชาม เพราะปกติจะขายเพียงคนเดียว มีลูกจ้างเป็นคนทำก๋วยเตี๋ยว 1 คน ส่วนภรรยาก็รับราชการเป็นครูอยู่ที่ อ.บางระกำ”

...

ส่วนเหตุผลที่ตั้งชื่อร้านชวนให้คิดได้สองแง่สองง่ามนั้น เป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกเพราะเก้าอี้ที่ทำไว้หน้าร้านเป็นที่นั่งแบบห้อยขา และร้านของเราใส่ไข่ในก๋วยเตี๋ยวทุกชาม เลยตั้งชื่อร้านว่า ก๋วยเตี๋ยวต้มยำห้อยไข่ เพราะยุคนี้เป็นยุคใหม่ หลายร้านตั้งชื่อขึ้นมาเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของร้าน ถ้ามองในแง่ดีการห้อยไข่ ไม่ใช่ดูล่อแหลม

“การห้อยไข่นั้นจะเป็นการห้อยไข่เป็ดไข่ไก่ก็ได้ คิดอีกมุมหนึ่งก็น่าสนุกดีนะชื่อร้านแบบนี้ และเราใส่ไข่ต้มทุกชามอีกทั้งมีที่นั่งห้อยขาด้วย เลยตั้งชื่อร้านอย่างนี้ สำหรับเมนูหลักที่ลูกค้าสั่งกันเยอะมากก็คือต้มยำทะเลรวมน้ำข้น และต้มยำน้ำพริกเผา เพราะมีความจัดจ้าน อยู่ในตัวที่ทางร้านปรุงให้ ลูกค้าแทบไม่ต้องเติมเครื่องปรุงอีก เลยต้องเขียนเตือนไว้ให้ชิมก่อนเติมเครื่องปรุงรส”