(ภาพจาก : ตร.หน่วยสืบสวน สภ.เมือง เชียงใหม่)
จับชาวฮังการี เช่ารถจยย.ตระเวนลักทรัพย์ กินอาหารแล้วไม่จ่าย เบี้ยวค่าที่พัก ก่อคดีทั้งเชียงใหม่-เชียงราย แถมสุดท้ายยังขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ล่าสุด ตร.ตั้งข้อหาเพียบ พร้อมขอให้ผู้เสียหายรายอื่นเข้ามาชี้ตัว...
วันที่ 9 ก.ค.59 พ.ต.ต.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง สว.สส.สภ.เมือง เชียงใหม่ ร.ต.อ.ธนัช ชัยสาร รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.อ.ชัยพล ชัยชนะ รอง สว.สส.ฯ พร้อมชุดสืบสวนชุดที่ 1 ได้ร่วมกันจับกุมตัว มิสเตอร์อัตติลา คันเตอร์ อายุ 44 ปี สัญชาติฮังกาเรียน พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีแดง ทะเบียน จบบ 906 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน และพาสปอร์ต 1 เล่ม นำตัวส่งมอบให้ พ.ต.ท.บุญรักษ์ คำประพันธ์ รอง ผกก.(สอบสวน) ดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย, ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่หยุดรถช่วยเหลือ ไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือหลบหนี” เหตุเกิดบริเวณร้านนิดหน่อยไอที ถ.บำรุงบุรี ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2559 เวลาประมาณ 18.30 น. ต่อเนื่องถึงบริเวณซอยข้างวัดลอยเคราะห์ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2559 เวลาประมาณ 23.00 น.
ด้านพ.ต.ต.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง สว.สส.สภ.เมือง เชียงใหม่ เผยว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้ ได้นำพาสปอร์ตไปวางเป็นประกันในการเช่ารถจยย. ของกลาง ที่ร้านรถเช่า ย่านตลาดสมเพชร และได้ใช้รถ จยย.ของกลาง ขับขี่ตระเวนลักโทรศัพท์มือถือ จากเหยื่อผู้เสียหาย ที่ผู้ต้องหาทำทีเข้าไปพูดจาตีสนิทด้วย เมื่อขโมยโทรศัพท์ได้ ก็นำไปขายนำเงินมาเที่ยวบาร์หญิง ย่านลอยเคราะห์
...
ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ก.ค. 59 ผู้ต้องหาได้ใช้ จยย.คันดังกล่าว ไปก่อเหตุลักโทรศัพท์มือถือที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย แล้วหลบหนี นอกจากนั้น ผู้ต้องหายังมีพฤติการณ์ฉ้อโกงค่าอาหาร และค่าที่พัก ทั้งที่เมืองเชียงใหม่ และเชียงราย อีกหลายแห่งด้วย
ทั้งนี้ ในขณะจับกุมผู้ต้องหา ทั้งต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และขับจยย.หลบหนี จนเฉี่ยวชนรถจยย.บุคคลอื่น จนได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงไล่ติดตามและจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้บริเวณ ถ.ลอยเคราะห์ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ และควบคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามผู้เสียหายรายอื่นมาชี้ตัวต่อไป