ลูกสาวเหยื่อยิง 3 ศพที่สุโขทัย ชี้แจง พ่อไม่ได้โกงที่ดินตามที่ฝ่ายมือปืนอ้าง แต่เป็นผู้ไปไถ่ถอนที่ดินที่พ่อของมือปืนไปจำนองไว้ก่อนจะถูกยึด คดีที่ฟ้องร้องก็ชนะ รวมถึงยอมตกลงแลกที่ดินทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้วด้วย...
จากกรณี นายนัทธวัฒน์ ชูชิต อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 206 หมู่ 12 ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ก่อเหตุยิงนายคะนอง ทิมทอง อายุ 61 ปี ญาติ เสียชีวิต พร้อมนางสมนึก ทิมทอง อายุ 51 ปี ภรรยา และนายธีรพงษ์ ทิมทอง อายุ 31 ปี ลูกชาย รวม 3 ศพ เหตุเกิดบริเวณโรงจอดรถ อบต.แม่สิน หลังก่อเหตุแล้วรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ โดยให้การว่าแค้นใจที่ถูกโกงที่ดิน และผู้ตายฟ้องขับไล่พ่อแม่ตนให้ออกจากที่ดินของตัวเอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 เม.ย.59 ที่ผ่านมา (ยิงหมดโม่ ฆ่า 3 ศพ พ่อแม่ลูก! มือปืนมอบตัว อ้างแค้นถูกโกงที่ดิน)
เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.59 น.ส.ศิวาภร ทิมทอง อายุ 34 ปี บุตรสาวของผู้เสียชีวิตทั้งสอง และเป็นพี่สาวนายธีรพงษ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า ข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เป็นการฟังความฝ่ายมือปืนข้างเดียว โดยข้อพิพาทที่เกิดขึ้นนั้น คือ เดิมที่ดินผืนดังกล่าวจำนวน 9 ไร่ 53 ตารางวา เป็นของนางพุฒ ทิมทอง ย่าของตน ให้นายเชย ซึ่งเป็นน้องชาย และเป็นพ่อของมือปืน อยู่อาศัยทำกิน โดยไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ จนปี 2520 ทางการให้ดำเนินการออกใบนส.3ก. นายเชย จึงไปทำเอกสารสิทธิ ต่อมาได้เอาไปค้ำประกันเงินกู้กับนายทุนไว้ จำนวน 30,000 บาท แล้วไม่มีเงินส่งคืน จนนายทุนจะยึดที่ นายเชย จึงถามญาติพี่น้อง ว่าใครต้องการที่ผืนนี้หรือไม่ เพราะไม่อยากให้ถูกยึดไป
น.ส.ศิวาภร กล่าวต่อว่า นายคะนอง พ่อของตนจึงนำเงินไปไถ่ถอนที่ดินคืนมา แล้วมีการโอนเป็นชื่อพ่อตน ระหว่างนี้ก็ยังคงให้ครอบครัวของมือปืนอยู่อาศัยทำกินต่อไป จนกระทั่ง ปี 2536 จึงเปลี่ยนเป็นโฉนดในชื่อพ่อของตน แล้ว 2 ปีต่อมา พ่อออกรถปิกอัพให้นายธีรพงษ์ น้องชาย แต่น้องชายนำรถไปคืนไฟแนนซ์ในเวลาต่อมา และไฟแนนซ์นำรถไปขายทอดตลาด ปรากฏว่ามีส่วนต่างที่จะต้องรับผิดชอบอีก 120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาท)
...
บุตรสาวผู้ตาย กล่าวด้วยว่า ไฟแนนซ์ทราบว่ามีทรัพย์สินคือที่ดินผืนนี้ที่ปลอดภาระ จึงนำป้ายมาปักจะยึดที่ แต่ต่อมามีการนำเงินไปชำระ เรื่องจึงจบ แต่ฝ่าย นายนัทธวัฒน์ คิดว่าพ่อตนนำป้ายไปปักขับไล่ กลัวจะไม่มีที่จะอยู่ จึงฟ้องศาลเพื่อเพิกถอนนิติกรรมและเรียกทรัพย์คืน โดยคิดว่าฝ่ายครอบครัวตนทำนิติกรรมอำพราง ศาลชั้นต้นตัดสินให้ฝ่ายตนชนะ แต่ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้แพ้ ต่อมาศาลฎีกาตัดสินให้พ่อตนชนะ จากนั้นจึงมีการพูดคุยกันว่าให้ย้ายออกหรือซื้อคืนในราคา 6 แสนบาท แต่ฝ่ายมือปืนไม่รับข้อเสนอ แถมยังโทรมาขู่ฆ่าพ่อกับน้องชายตน และตลาดนัดของพ่อโดนมือมืดทำลายด้วย พ่อจึงฟ้องร้องขับไล่ในปี 2557
ทั้งนี้ ระหว่างนั้นมีการเจรจากันหลายครั้ง จนมีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันที่ศาลจังหวัดสวรรคโลก เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2558 โดยพ่อตนเสนอแลกที่ดินของนายนัทธวัฒน์ มือปืน จำนวน 2 ไร่อยู่ติดกับตลาดนัด กับที่ดินผืนที่เป็นข้อพิพาท ซึ่งก็มีการยินยอมกันด้วยดี ตัวนายนัทธวัฒน์ ก็ลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมดังกล่าว โดยตกลงว่าจะมีการโอนแลกเปลี่ยนกันภายในวันที่ 3 มิ.ย. 2559 แต่ฝ่ายนายนัทธวัฒน์ กลับร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ อบต.มาแจ้งให้พ่อไปเจรจากันอีกครั้ง
"จนวันเกิดเหตุพ่อแม่และน้องชาย จึงเดินทางไปเจรจาด้วย พ่อเอาข้อตกลงประนีประนอมกันต่อหน้าศาลให้นายอำเภอซึ่งนั่งเป็นประธานดู แล้วขอลากลับ จากนั้นจึงออกมาขึ้นรถจะกลับบ้าน นายนัธทวัฒน์ ซึ่งมีการเตรียมการไว้แล้วจึงนำปืนมายิงพ่อ แม่และน้องชายจนเสียชีวิต จึงขอความเป็นธรรมให้ครอบครัวดิฉันด้วย" น.ส.ศิวาภร กล่าว ในที่สุด.