จนท.ป่าไม้ แม่ฮ่องสอน ร่วมกับ ตร. และทหาร สนธิกำลังเข้าตรวจยึดรถแบ็กโฮ ของสำนักสงฆ์ธัมมคีรี ที่มีการบุกรุกเขตป่าสงวนได้เพิ่มอีก 1 คัน รวม 3 คัน พระสงฆ์รับบุกรุกที่จริง พร้อมยุติการปรับภูมิทัศน์
เมื่อวันที่ 28 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทวีชัย กันทะใจ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษกรมป่าไม้ที่ 32 แม่ฮ่องสอน หน่วยอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเจ้าหน้าที่ทหารจาก ฉก.ร.722 ได้เข้าทำการตรวจค้นพื้นที่ป่าแม่ปายฝั่งซ้าย บริเวณติดต่อสำนักสงฆ์สังฆารามา ของมูลนิธิธัมมคีรีในหมู่บ้านพะโข่โหล่ หมู่ 10 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ตรวจพบรถแบ็กโฮจำนวน 1 คัน บริเวณติดลำห้วยน้ำแม่ฮ่องสอน และใกล้กับรถคันดังกล่าว ได้มีการวางท่อคอนกรีตในลำห้วยและต่อท่อระบบประปาเข้าสู่อาคารที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงได้ทำการบันทึกและตรวจยึด ส่ง ร.ต.อ.สุวรรณ เจริญสุข พนักงานสอบสวน สภ.อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้การเข้ายึดรถแบ็กโฮคันดังกล่าวเพิ่ม สืบเนื่องมาจากกรณีที่มีราษฎรบ้านพะโข่โหล่ หมู่ 10 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ได้ร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษกรมป่าไม้ที่ 32 แม่ฮ่องสอนว่า มีการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าสงวน บริเวณป่าต้นน้ำ ลำห้วยแม่ฮ่องสอนติดบ้านพะโข่โหล่ ต.ปางหมู ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้สนธิกำลังเข้าไปทำการจับกุมเมื่อวันที่ 21 เม.ย.59 และในเบื้องต้นสามารถยึดรถแบ็กโฮ ในพื้นที่บุกรุกได้จำนวน 2 คัน และรถไถอีก 1 คัน จนเวลาต่อมาได้มีการสืบสวนขยายผล ไปจับกุมยึดรถแบ็กโฮเพิ่มได้อีก 1 คัน รวมเป็น 3 คัน
...
ด้านพระพิทักษ์ ปวโร พระสงฆ์ที่ดูแลมูลนิธิธัมมคีรี เปิดเผยว่า ขอชี้แจงกรณีที่มีการเข้าตรวจค้นและยึดรถแบ็กโฮในพื้นที่ป่า ของสำนักสงฆ์ธัมมคีรี หรือ สำนักสงฆ์สังฆารามา ที่เป็นข่าวใหญ่โตเจตนาที่แท้จริงของสำนักสงฆ์ก็ คือ จะก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวโดยได้มีการจ้างรถแบ็กโฮ จากผู้รับเหมา เข้ามาไถปรับพื้นที่เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้ร่มรื่นและจะมีการปลูกต้นไม้จากต่างประเทศทดแทนผืนป่าเดิมที่เป็นพื้นที่ทำการเกษตรเดิมของชาวบ้านและเป็นป่าเสื่อมโทรมในพื้นที่ แต่ก็ยอมรับว่ามีการบุกรุกและเปิดพื้นที่ใหม่จากพระสงฆ์อีกองค์หนึ่งที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และอาตมาขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเข้ามาตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐและชี้มูลว่ามีความผิดทางสำนักสงฆ์ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามระเบียบและข้อกฎหมายของบ้านเมือง ไม่มีเจตนาหลบหนีและขอยุติการปรับภูมิทัศน์ในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ระบุว่าการเข้าตรวจค้นและจับกุมรถเครื่องจักรกลหนัก (แบ็กโฮ) ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้เจ้าของรถนำกุญแจรถพร้อมคนขับ มาทำการขับเคลื่อนรถของกลางออกจากพื้นที่ป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถแบ็กโฮของกลางออกจากพื้นที่เกิดเหตุได้แต่อย่างใด และได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการเฝ้ารถของกลางตลอด 24 ชั่วโมง และมีรายงานล่าสุด ว่าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 32 กรมป่าไม้ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส. 1 (ม่วงต๊อบ) ศูนย์จัดการกลุ่มป่าสงวนแห่งชาติ ที่ 31 ป่าแม่ปายฝั่งซ้าย ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า มส.2 (ม่อนตะแลง) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า มส.3 (ห้วยโป่ง) ร่วมกันทำการตรวจยึดเสารั้วคอนกรีตจำนวน 37 ต้นที่ใช้ปักแสดงพื้นที่การยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในบริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ปายฝั่งซ้ายพื้นที่เกิดเหตุการบุกรุกป่าบ้านพะโข่โหล่ หมู่ 10 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และได้ดำเนินการติดป้ายตรวจยึดพื้นที่ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าดำเนินการใดๆ ในพื้นที่ที่ทำการตรวจยึดโดยเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ยึดพื้นที่ส่งดำเนินคดี เนื้อที่ประมาณ 11-0-1 ไร่ ตามบันทึกประจำวันข้อ 2 คดีอาญาที่ 169/ 2559 ยึดทรัพย์ที่ 51/59 แจ้งข้อหาในการกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ฐานแผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำไม้หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต โดยรวบรวมคดีนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน