รอง ผบช.ภ.5 เผยจับกุม ตำรวจนอกรีต! ด.ต.กฤษดา รอดแก้ว ผบ.หมู่ สภ.ป่าซาง จ.ลำพูน อดีตเคยอยู่ สภ.สันป่าตอง ตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ติดตามนำรถคืนมาได้ 26 คัน สั่งสอบวินัยร้ายแรง และให้ออกราชการไว้ก่อน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 เม.ย.59 พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 พ.ต.อ.วีระชน บุญทวี รอง ผบก.สส.ภ.5 พร้อมกำลังชุดสืบสวนภาค 5 ได้เดินทางไปยัง สภ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบและขยายผลสอบปากคำผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีตำรวจเป็นหัวหน้าแก๊งด้วย โดยทางตำรวจภาค 5 ร่วมกับตำรวจท้องที่ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ที่ตำรวจไปตามยึดคืนมาได้ทั้งสิ้น 26 คัน สืบสวนขยายผลพบ 1 ในผู้ต้องหา คือ ด.ต.กฤษฏา รอดแก้ว หรือโอ อายุ 43 ปี เป็นตำรวจ ผบ.หมู่ สภ.ป่าซาง จ.ลำพูน อดีตเคยอยู่ สภ.สันป่าตอง และนายไพบูลย์ ทิพย์ทิม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเหล่าป่าฝาง ต.ดอนเปา อ.แม่วาง เชียงใหม่ แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจร
พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช.ภาค 5 ได้เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ได้มีคดีโจรกรรมรถจักรยานยนต์ ทางตำรวจสืบสวนภาค 5 ได้สืบสวนติดตามคนร้ายจนทราบว่า 1 ใน 2 คนร้ายเป็นถึงตำรวจ โดยตอนแรกนั้นผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจได้ไปนำเอาจักรยานยนต์จากโรงพักมาขับขี่โดยพลการ และนำไปขายให้กับนายไพบูลย์ โดย ด.ต.กฤษฏา ได้บอกว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่นำมาขายให้เป็นรถจักรยานยนต์ของกลางที่ทางตำรวจได้ทำการประมูลมาแล้ว และมีอีกหลายคัน
...
ต่อมานายไพบูลย์ก็ได้ไปประกาศปากต่อปากกับชาวบ้าน ว่า ด.ต.กฤษฏา นั้นมีรถจักรยานยนต์ที่ทางโรงพักแต่ละแห่งทำการประมูลขายทอดตลาดในราคาถูกมาก และชาวบ้านก็อยากได้เพียงราคา 3-4 พันบาทเท่านั้น ก็มีการสั่งออร์เดอร์กันมายังนายไพบูลย์และ ด.ต.กฤษฏา จำนวนมาก โดยทั้ง ด.ต.กฤษฏา และนายไพบูลย์ ก็ได้ตระเวนออกลักรถจักรยานยนต์ตามตลาดนัด และที่ต่างๆ ในเขต ท้องที่ สภ.สันป่าตอง สภ.แม่วาง และที่ สภ.ป่าซาง หลายที่ แล้วนำมาจำหน่ายให้กับชาวบ้าน ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 30 คัน โดยโจรกรรมรถจักรยานยนต์เรื่อยมา
รอง ผบช.ภ.5 ได้เผยว่าก่อนการจับกุม ตนและทาง พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.วีระชน บุญทวี รอง ผบก.สส.ภ.5 ได้รับการร้องเรียนว่า มีรถจักรยานยนต์ชาวบ้านจำนวนมากหาย ในพื้นที่ อำเภอสันป่าตอง อำเภอแม่วาง ชาวบ้านเดือดร้อน จึงได้สอบสวนสืบสวนมาโดยตลอด จนต่อมาทางชุดทำงานได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ตามโครงการ "โปลิศอายส์" ก็พบว่าคนร้ายที่ลงมือโจรกรรมรถมีหน้าตาและลักษณะคล้ายตำรวจคนหนึ่ง อดีตเป็นตำรวจ สภ. สันป่าตอง ปัจจุบันประจำอยู่ สภ.ป่าซาง
จากนั้นจึงได้ประสานกับทางตำรวจ สภ.ป่าซาง ให้ควบคุมตัวไว้และนำตัวมายังโรงพักสันป่าตองและให้ดูภาพกล้องวงจรปิด ผู้ต้องหา สารภาพ จำนนต่อหลักฐานภาพกล้องวงจรปิด และสารภาพว่าขโมยมาจำนวน 6 คันเท่านั้นและได้นำไปขายให้นายไพบูลย์ ทางตำรวจจึงได้ไปตามจับกุมตัวนายไพบูลย์ ตรวจค้นในบ้านพักพบรถจักรยานยนต์อีกจำนวนทั้งหมด 26 คัน และในจำนวนนี้มีอยู่ 14 คันที่มีการแจ้งหายไว้ในหลายพื้นที่ จึงเชื่อว่าน่าจะทำเป็นขบวนการใหญ่ ตนได้สั่งการให้ทาง พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ให้จัดตั้งชุดทำงานเข้ามาควบคุมคดีนี้และให้มีการขยายผลอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ ด.ต.กฤษฏา นั้น ตอนนี้ได้ประสานทาง ผบก.ภ.ลำพูน ให้ออกจากราชการไว้ก่อน และส่งตัวให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ซึ่ง ด.ต กฤษฏา นั้นทำงาน ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ป่าซาง จ.ลำพูน (ธุรการ) ต่อมาย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.สันป่าตองเชียงใหม่ ตำแหน่ง พลขับรถ 201 และได้ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ บก.อก.ภ.5 (กบ)
จนกระทั่งสุดท้ายก็ได้ย้ายกลับไปดำรงตำแหน่ง ผบ. หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ป่าซาง จ.ลำพูน อีกครั้ง และก็มาก่อเหตุดังกล่าวจนกระทั่งถูกจับกุม ส่วนชาวบ้านที่เคยซื้อรถจักรยานยนต์จาก ด.ต.กฤษฏา นั้นถือว่าถูกหลอก ว่าเป็นรถประมูล มาจากโรงพักโดย ด.ต.กฤษฏา หลอกชาวบ้านว่า จะนำเอกสารมาให้ภายหลัง ซึ่งชาวบ้านก็หลงเชื่อ ถือว่าชาวบ้านนั้นไม่รู้จึงไม่เข้าข่ายรับซื้อของโจร แต่ก็ฝากเตือนไปยังประชาชนที่เคยซื้อรถจาก ด.ต.กฤษฏา และนายไพบูลย์ ก็ขอให้นำมาคืนตำรวจเสีย จะได้ไม่มีความผิดและมีส่วนพัวพันด้วย" รอง ผบช.ภ.5 กล่าว.