ทหารพราน แม่ฮ่องสอน ปะทะกลุ่มคุ้มกันขบวนยาเสพติด บริเวณบ้านเสาหิน ก่อนอีกฝ่ายล่าถอยเข้าป่าประเทศเพื่อนบ้าน คุมตัวผู้ต้องหาชาวกะเหรี่ยง เมียนมา ได้ 3 คน ยึดยาบ้า 2 แสนเม็ด ค่ากว่า 30 ล้าน สารภาพรับจ้างขนยาเสพติด โดยใช้วิธีการเดินเท้าลำเลียงเข้ามา

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 เมษายน ที่ ค่ายเทพสิงห์ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน พลตรีนพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ร่วมกับพันเอกภาส วงศ์สารภี ผบ.ฉก.ทพ.ที่ 36 นายมานพ แสงโสทร เจ้าพนักงาน ปปส. สำนักงาน ปปส.ภาค5 นายศุภศิฎฐ์ หล้ากอง นายอำเภอแม่สะเรียง พ.ต.ท.สันติ สุภา รอง ผกก.ป. สภ.แม่สะเรียง พ.ต.ท.สมเพชร พันกับ สว.สภ.เสาหิน ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 337 แถลงผลการจับกุม และตรวจยึดยาบ้า 2 แสนเม็ด ได้ผู้ต้องหา 3 คน

ภายหลังจาก หน่วย ฉก.ทพ.ที่ 36 สนธิกำลังร่วมกับ สภ.เสาหิน ทำการซุ่มสกัดจับขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ได้เกิดการปะทะกับกองกำลังไม่ทราบฝ่ายและจำนวน ห่างจากฐานฯ ช่องทางสันเขต บ้านเสาหิน ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง ไปประมาณ 2 กม. นานประมาณ 5 นาที โดยเจ้าหน้าที่ปลอดภัยทั้งหมด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมกองกำลังฝ่ายตรงข้ามไว้ได้ 3 ราย เป็นชาวกะเหรี่ยง สัญชาติเมียนมา ส่วนที่เหลืออาศัยความชำนาญเส้นทางหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังสามารถยึดของกลาง ยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 3 เป้ รวมประมาณ 200,000 เม็ด

...

พอ.ภาส วงศ์สารภี ผบ.ฉก.ทพ.36 เผยว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 เม.ย.59 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านเข้าเขตไทย ทางช่องทางห้วยปู บ้านเสาหิน ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จึงได้สนธิกำลังร่วมกับทาง สภ.เสาหิน 20 กำลังพลดักซุ่มสกัดขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ตั้งแต่เย็นวานที่ผ่านมา และในช่วงเช้าของวันนี้ เวลาประมาณ 11.00 น. ได้พบกลุ่มคนบริเวณที่ดักซุ่ม จึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจค้น แต่กลุ่มคุ้มกัน ที่ตามขบวนขนลำเลียงยาเสพติด ได้เริ่มยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยยิงตอบโต้ และเกิดการปะทะกันขึ้น นานประมาณ 5 นาที กองกำลังไม่ทราบฝ่าย ที่คุ้มกันคนลำเลียงยา ได้ถอยหลบหนีเข้าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านไป ทั้งนี้ เนื่องจากเสียงปะทะที่ดัง จึงได้แจ้งไปยัง ผบ.ฐานฝ่ายประเทศเพื่อนบ้านว่า มีการยิงต่อสู้กับกลุ่มขบวนขนยาเสพติดเพื่อจะได้ไม่มีการเข้าใจผิด



เบื้องต้นสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้รับจ้างขนยาเสพติดจำนวนดังกล่าว โดยมีกองกำลังคุ้มกันขนาบมา ซึ่งใช้การเดินทางเท้ามาตามสันเขาและลำห้วย จาก จ.ลอยก่อ ประเทศเพื่อนบ้าน ประมาณ 20 กม. และหยุดพักในพื้นที่บ้านห้วยทราย ฝั่งเพื่อนบ้าน 1 คืน เช้าวันนี้ได้ข้ามมายังฝั่งไทย เพื่อนำยาเสพติดมาวางไว้ตามจุดนัดหมาย ที่บริเวณริมถนนเส้นทางเสาหิน จากนั้นจะมีคนมารับของเอง ซึ่งผู้ต้องหาบอกว่า ไม่ทราบใครจะเป็นคนมารับ รู้เพียงจุดที่จะเอาเป้ไปวางไว้เท่านั้น โดยรับจ้างแบกมาคนละเป้ ในราคาคนละ 20,000 จ๊าด หรือประมาณ 5,000 บาท ต่อวัน ครั้งนี้ใช้เวลาในการเดินทางเท้ามาประมาณ 2 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ ต้นเดือน เม.ย. จะลำเลียงยาเสพติดชุดดังกล่าว เข้าทาง อ.ขุนยวม แต่ก็ไม่สามารถขนผ่านได้ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ไทยตั้งจุดสกัดตลอดเส้นทาง จึงเปลี่ยนเส้นทางมาใช้ช่องทางเสาหินแทน แต่ก็ถูกจับกุมได้ จากนั้น เจ้าหน้าที่นำตัวส่งให้ พงส.สภ.เสาหิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พลตรีนพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้กำชับให้ด่านตรวจ ในพื้นที่ชั้นนอกและชั้นใน เส้นทางชายแดนเพิ่มความเข้มงวดโดยเฉพาะรถที่เข้าออกเส้นทางชายแดนเสาหิน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่า การลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนอาจจะอาศัยมากับรถค้าขายที่เข้า-ออก ในพื้นที่ชายแดนได้ จึงเน้นขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นอย่างละเอียดและเข้มงวดให้มากขึ้น ซึ่งยาบ้า จำนวนดังกล่าว ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน มีมูลค่าต้นทุนการซื้อเม็ดละ 17-20 บาท หากเล็ดลอดเข้ามาส่งขายในพื้นที่ประเทศไทยได้ ราคาจะอยู่ที่เม็ดละ 150-200 บาท การสกัดจับได้ในวันนี้ มูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท ทำให้ขบวนการต้องใช้การลำเลียงขนแบบคาราวาน และมีกองกำลังคุ้มกันตลอดเส้นทาง