เมืองลับแลแล้งหนัก วอนขอฝนหลวงช่วยพยุงสวนผลไม้ โดยเฉพาะสวนทุเรียนหลังถูกไฟป่าไหม้ มา 2 ครั้ง ในรอบสิบปี เสียหายกว่าร้อยล้านบาท ขณะที่ภัยแล้งใน จ.พะเยา ผวจ.เผย น้ำในกว๊านพะเยาแห้งไม่พอใช้ ลุ้นฝนตกตามฤดูกาลก็จะมีน้ำบรรเทาแล้งมากขึ้น

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 59 นายธาตรี บุญมาก นายอำเภอลับแล กล่าวว่า จากสภาวะภัยแล้งที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะที่ตำบลแม่พูลและตำบลหัวดง ที่เป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่ทำรายได้และชื่อเสียง เช่น ทุเรียน พันธุ์หลง-หลินลับแล และลองกอง ลางสาด ส่งผลให้ทุเรียนพันธุ์ดีที่กำลังออกผลผลิต ลูกทุเรียนขาดน้ำร่วงหล่นเสียหายเป็นจำนวนมาก นายอำเภอลับแล พร้อมด้วย น.ส.หนึ่งหทัย ตันติพลับทอง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ สภาเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ เกษตรอำเภอลับแล กำนันและผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองท้องถิ่น ได้ร่วมประชุมและชี้แจงในการทำฝนหลวงในครั้งนี้ พร้อมลงพื้นที่ตรวจสภาพปัญหาความแห้งแล้งของสวนทุเรียน ลางสาด และลองกอง สภาพปัญหาสวนทุเรียนที่เจอไฟป่า เพื่อหาแนวทางในการดำเนินการในการทำฝนเทียมอย่างเร่งด่วน ช่วยเหลือเกษตรชาวสวน

...

"สืบเนื่องจากในห้วงเวลานี้ เป็นช่วงที่เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในเขตพื้นที่ อ.ลับแล ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาความแห้งแล้ง เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลทุเรียนกำลังออกช่อ แต่ขาดแคลนน้ำไปเลี้ยงผลหรือลูกทุเรียน ทำให้ร่วงหล่นและออกลูกทุเรียนได้น้อย จากการพา ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ขึ้นบินสำรวจในเขตพื้นที่อำเภอลับแล พบว่า ในขณะนี้มีสวนผลไม้จำนวนมากกำลังยืนต้นตายและมีใบสีแดง เนื่องจากสภาวะอากาศร้อนจัด เพราะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ประกอบกับไม่มีฝนตกลงมาเลยและขาดแคลนน้ำ การทำฝนเทียมในแต่ละครั้งก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง อาทิ ความชื้น การรวมตัวของก้อนเมฆ ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือก็จะเฝ้าติดตามพร้อมทำฝนเทียมต่อไป" นายธาตรี กล่าว

ขณะที่สถานการณ์น้ำใน จ.พะเยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามอ่างเก็บน้ำขนาดกลางขนาดเล็กและกว๊านพะเยา ยังได้ลดปริมาณลงทุกวันทำให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าดูสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับน้ำในกว๊านพะเยาที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำที่สำคัญที่ใช้การผลิตประปา จากเดิมกว๊านพะเยากักเก็บน้ำได้ ประมาณ 33 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบัน น้ำในกว๊านเหลือเพียง 10.18 ล้านลูกบาศก์เมตร

ด้าน นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า หากน้ำในกว๊านพะเยาแห้งจนไม่พอใช้ก็จะมีแหล่งน้ำสำรองผันเข้ามาในกว๊านพะเยา และได้หาแหล่งน้ำผลิตประปาแจกจ่ายให้กับอำเภอต่างๆ ที่ใช้น้ำร่วมกันกับกว๊านพะเยาไว้แล้ว หรือหากน้ำไม่เพียงพอหรือแห้งจนกว่าจะเข้าฤดูฝนก็จะมีแนวทางหาน้ำมาใช้อีกต่อไป และหากฝนตกลงมาตามฤดูกาลช่วงเข้าหน้าฝนน้ำในกว๊านพะเยาก็คงจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น เพียงพอแก่การใช้ในการอุปโภคบริโภคและผลิตประปาได้อย่างปกติ